จิ้งจอกที่เปลี่ยนไป : สาเหตุที่ “เลสเตอร์” ไม่แกร่งเหมือนเดิม

แม้ว่าทัพ “จิ้งจอกสยาม” จะทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายศึกยูฟ่า แลมเปี้ยนส์ลีก ทว่าผลงานในพรีเมียร์ลีกของพวกเขานั้นช่างตรงกันข้าม และนี่คือสาเหตุว่าทำไม 

1.พักนานไป

ทัพจิ้งจอกสยามแพ้ไปแล้วถึง 6 นัดจาก 12 นัดแรก แถมยังคว้าชัยชนะได้แค่ 3 ครั้งเท่านั้น

ฤดูร้อนที่ผ่านมาคือช่วงเวลาของเหล่าแข้งเลสเตอร์ ซิตี้ผู้สร้างปาฏิหารย์ด้วยการคว้าแชมป์ลีกได้อย่างยิ่งใหญ่ ที่จะพักผ่อนอย่างเต็มอิ่มหลังจากกรำศึกหนีกมาตลอดทั้งฤดูกาล

แน่นอนว่าในฤดูกาลนี้ แฟนๆ ต่างหวังให้พวกเขารักษาฟอร์มแลมป์จากปีที่แล้วต่อเนื่องมาจนถึงปีนี้ให้ได้ อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้มันดูเหมือนว่าจะไม่เป็นเช่นนั้น โดยทัพจิ้งจอกสยามแพ้ไปแล้วถึง 6 นัดจาก 12 นัดแรก แถมยังคว้าชัยชนะได้แค่ 3 ครั้งเท่านั้น

Claudio Ranieri

ลูกทีมของรานิเอนี่อยู่เหนือโซนตกชั้นแค่ 2 คะแนนเท่านั้น

ดูเหมือนว่าโมเมนตัมของพวกเขาจะไม่ใช่อย่างเคย เพราะในฤดูกาลที่แล้ว เลสเตอร์อาจจะไม่ได้มีความกดดันและโปรแกรมชุกเท่านี้มาก่อน พวกเขาเพียงแค่ลงเล่นแต่ละนัดและพยายามทำผลงานให้ดีที่สุดเท่านั้น ทว่าในฤดูกาลนี้ พวกเขาต้องเดินทางมากขึ้น โปรแกรมถี่ขึ้น มีนักเตะหน้าใหม่เข้ามาในทีม รวมถึงเจอคู่แข่งที่รู้ทางกันมากขึ้นด้วย ดังนั้นมันจึงไม่แปลกที่ฟอร์มของพวกเขานะดร็อปไป

2. ไม่มีก็องเต้

เขาเป็นนักเตะที่เปี่ยมไปด้วยพลังงาน การยืนตำแหน่งที่สมบูรณ์แบบ แถมยังออกบอลได้ดี จนทำให้ลูกทีมของรานิเอนี่สามารถเล่นเกมโต้กลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คงไม่มีใครกล้าเถียงสำหรับข้อนี้ เพราะในฤดูกาลที่แล้ว เอ็นโกโล ก็องเต้ กองกลางตัวรับชาวฝรั่งเศสรายนี้ถือเป็นคีย์แมนคนสำคัญที่พาเลสเตอร์เถลิงบัลลังก์แชมป์ และด้วยความยอดเยี่ยมของเขา ทำให้ฤดูกาลนี้ เจ้าตัวถูกเชลซีดึงตัวไปเสริมแกร่งเรียบร้อยแล้ว

อดีตกองกลางของก็องรายนี้โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมเมื่อฤดูกาลที่แล้ว โดยเขาเป็นนักเตะที่เปี่ยมไปด้วยพลังงาน การยืนตำแหน่งที่สมบูรณ์แบบ แถมยังออกบอลได้ดี จนทำให้ลูกทีมของรานิเอนี่สามารถเล่นเกมโต้กลับได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย ทว่าหลังจากเจ้าตัวย้ายออกไป เขาก็ทิ้งช่องว่างในแดนกลางของจิ้งจอกสยาม รอยโหว่ที่ไม่มีใครสามารถแทนที่ได้ แถมยังกลายเป็นจุดอ่อนของทีมในฤดูกาลนี้ด้วย

ความจริงแล้ว เลสเตอร์ก็ได้พยายามหาตัวแทนมาอุดรูรั่งตรงนี้แล้วด้วย โดยเป็น นัมปาลิส เมนดี้ กองกลางจากนีซที่เข้ามาแบกรับภาระนี้ ทว่ายังไม่ทันไร เจ้าตัวก็โดนอาการบาดเจ็บเล่นงานจนไม่สามารถช่วยทีมได้มาตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ขณะที่ แดนนี่ ดริ๊งค์วอเตอร์ กองกลางอีกรายของทีมก็ยังไม่ดีพอที่จะทดแทนได้ แม้ว่าจะมี ดาเนียล อมาร์ตี้ และ แอนดี้ คิง คอยขนาบข้างก็ตาม แถมล่าสุด กองกลางรายนี้ยังโดนแบนไป 3 นัดอีกด้วย

3. ทุกทีมแกร่งขึ้น

เชลซีมีคะแนนน้อยกว่าเลสเตอร์ถึง 30 คะแนน ดังนั้น ในฤดูกาลนี้ พวกเขาก็มีการเสริมทัพ รวมถึงว่าจ้างกุนซือคนใหม่เข้ามาเรียกฟอร์มเก่งของทีม

มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะห้ามไม่ให้ทีมอื่นๆ เสริมทัพ ยกตัวอย่างเช่น เชลซี พวกเขามีคะแนนน้อยกว่าเลสเตอร์ถึง 30 คะแนน ดังนั้น ในฤดูกาลนี้ พวกเขาก็มีการเสริมทัพ รวมถึงว่าจ้างกุนซือคนใหม่เข้ามาเรียกฟอร์มเก่งของทีมต่อจาก โชเซ่ มูรินโญ ด้วย

นอกจากนั้น ไม่ว่าจะเป็น แมนเชสเตอร์ ซิตี้, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หรือ เอฟเวอร์ตัน ต่างก็มีกุนซือคนใหม่ทั้งหมด ส่วนเจอร์เก้น คล็อปป์ ก็ได้ทำทีมลิเวอร์พูลแบบเต็มๆ ฤดูกาลเป็นครั้งแรกหรือแม้กระทั่ง สเปอร์สของเมาริซิโอ ปาเชตติโน ก็สร้างทีมอนาคตไกลอยู่ ดังนั้นมันเป็นไปไม่ได้เลยที่บรรดาทีมใหญ่จะพร้อมใจกันฟอร์มตกแบบในฤดุกาลที่แล้ว

Antonio Conte, Jurgen Klopp

คอนเต้และคล็อปป์ต่างปลุกให้เชลซี และลิเวอรืพูล กลับมาเป็นทีมที่น่าเกรงขามได้อีกครั้ง

4. เปลี่ยนบทบาท

เจมี วาร์ดี้ ดูเหมือนลืมพกฟอร์มเก่าๆ มาด้วย ทว่าความจริงแล้ว สาเหตุสำคัญที่ทำให้เขาไม่เปรี้ยงปร้างเหมือนฤดูกาลก่อน ก็เพราะว่าระบบของทีมทีี่เปลี่ยนไป

เจมี วาร์ดี้ หัวหอกฟอร์มแรงจากฤดูกาลที่แล้วดูเหมือนลืมพกฟอร์มเก่าๆ มาด้วย ทว่าความจริงแล้ว สาเหตุสำคัญที่ทำให้เขาไม่เปรี้ยงปร้างเหมือนฤดูกาลก่อน ก็เพราะว่าระบบของทีมทีี่เปลี่ยนไป

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้วาร์ดี้ฟอร์มแผ่วนั้น ก็เพราะว่าการเข้ามาของ อิสลาม สลิมานี่ กองหน้าชาวแอลจีเรีย โดยแม้ว่าเขาจะโดนปัญหาอาการบาดเจ็บเล่นงานบ้างจนได้ลงบ้าง ไม่ได้ลงบ้าง แต่ยามใดก็ตามที่หัวหอกรายนี้อยุ่ในสนาม เขาก็จะกลายเป็นเป้าหมายในพื้นที่สุดท้ายของทีมเสมอ ซึ่งนั่นหมายความว่า วาร์ดี้ จะไม่ใช่เป้าหมายในเกมรุกของจิ้งจอกสยามอีกแล้ว

00:25 for Vardy > Slimani > Mahrez vs Copenhagen

สำหรับทีมที่ไม่สามารถคุมสลิมานี่ได้ พวกเขาก็จะทำได้ดี ทว่าสำหรับวาร์ดี้นั้น ดูเหมือนว่าความมั่นใจของเขาจะหายไปพอสมควร จในเกมที่เปิดบ้านเอาชนะ คริสตัล พาเลซ วาร์ดี้ต้องกระเด็นเป็นตัวสำรองนั่งดูเพื่อนอยู่ข้างสนาม ส่วน ชินจิ โอกาซากิ กองหน้าอีกรายเล่นได้โดดเด่นมากๆ จนคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมไปครอง

5. ให้ความสำคัญกับฟุตบอลยุโรป

ทุกๆ ครั้งที่พวกเขามีแมตช์ยุโรป 4 จาก 5 เกมก่อนหน้าแมตช์เหล่านั้น พวกเขาพบกับความพ่ายแพ้ทั้งหมด แถม 3 จาก 4 ครั้งนั้นยังเป็นความพ่ายแพ้แบบหมดรูปด้วย

จริงๆ แล้ว ก็ไม่สามารถว่าพวกเขาได้ เพราะนี่อาจจะเป็นโอกาสเดียวในรอบหลายๆ ปีมานี้ รานิเอรี่ทุ่มหมดหน้าตักที่เขามีเพื่อรายการนี้ ซึ่งพวกเขาก็ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าด้วยการผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายในฐานะแชมป์กลุ่ม แถมยังมาเสียประตูแรกในแมตช์ที่ 5 อีกด้วย

หากลองดูที่ปฏิทินของเลสเตอร์ จะพบว่าทุกๆ ครั้งที่พวกเขามีแมตช์ยุโรป 4 จาก 5 เกมก่อนหน้าแมตช์เหล่านั้น พวกเขาพบกับความพ่ายแพ้ทั้งหมด แถม 3 จาก 4 ครั้งนั้นยังเป็นความพ่ายแพ้แบบหมดรูปด้วย (แพ้ลิเวอร์พูล, แมนฯ ยู และ เชลซี 3 ประตูทั้งหมด แถม วาร์ดี้ และ ริยาด มาห์เรซ ยังถูกเปลีย่นตัวตั้งแต่หมดครึ่งแรกด้วย เพราะรานิเอรี่ต้องการเก็บตัวไว้ใช้ในบอลยุโรป)

Marc Albrighton

ฟุตบอลยุโรปคือเป้าหมายหลัก

ฤดูกาลที่แล้ว การฝึกซ้อมของทัพจิ้งจอกสยามนั้นน่าจะค่อนข้างสบายๆ เพราะพวกเขาไม่ได้มีโปรแกรมชุกแบบนี้ จนสามารถพักผ่อน 2 วันต่อสัปดาห์ได้ อย่างไรก็ตาม สำหรับในปีนี้ พวกเขาไม่สามารถทำเช่นนั้นได้อีกแล้ว เพราะหลังจากแข่งนัดสุดสัปดาห์เสร็จ พวกเขาจะต้องซ้อมแบบเข้มข้นในระยะเวลาเพียงไม่กี่วันเพื่อฟุตบอลยุโรป

6. พลาดกันเองง่ายไป

ฤดูกาลที่แล้ว เราแทบจะไม่เห็นนักเตะเลสเตอร์ เล่นกันผิดพลาดง่ายๆ หลายๆ คนคงไม่เคยเห็นดริ๊งวอเตอร์จ่ายบอลคืนหลังพลาดเหมือนกับในเกมที่แพ้เวสต์บรอม เช่นเดียวกับเกมที่แพ้แมนฯ ยูเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ที่แมนฯ ยูเกือบจะได้ประตูนำตั้งแต่ 5 นาทีแรก

ลิเวอรฺพูลจัดการพังประตูจิ้งจอกสยามไปได้ถึง 4 ลูก ขณะที่เชลซี 3 เรียกได้ว่า เกมรับของจิ้งจอกสยามนั้นลดลงอย่างต่อเนื่อง สวนทางกับเกมรุกของคู่แข่งที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ