จิณณวัตร รัศมี : ติดเกมจนทะเลาะกับพ่อ...สู่ (ว่าที่) อนาคตทัพช้างศึก

สัญชาตญาณในการทำประตู ความกระหายและความมุ่งมั่นที่มีอยู่เต็มเปี่ยม คือคุณสมบัติประจำตัวของเขา พร้อมด้วยการรับหน้าที่เป็นหัวหอกตัวความหวังที่จะนำความสำเร็จมาสู่ทีม

ยุคสมัยที่บรรดาดาวรุ่งต่างพาเหรดกันฝากผลงานอันโดดเด่นจนเป็นที่จดจำของแฟนบอล และพร้อมแจ้งเกิดกันไม่เว้นแต่ละวัน นี่เหมือนเป็นสัญญาณที่ดีของรากฐานฟุตบอลไทย โดยเฉพาะกับทีมชาติรุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ที่อุดมไปด้วยเพชรที่รอการเจียระไน ให้กลายเป็นสุดยอดนักเตะในวันข้างหน้า

สำหรับหนึ่งในแข้งยังบลัดที่น่าจับตามองที่สุดแห่งรุ่น คงหนีไม่พ้น จิณณวัตร รัศมี ดาวซัลโวตัวเก่งวัย 16 ปี ผู้ที่ผ่านการลงเล่นในเวทีระดับชาติมาอย่างโชกโชน แต่วเขาเป็นใครมาจากไหน? ฝีเท้าเป็นอย่างไร? โฟร์โฟร์ทู ประเทศไทย ขออาสาพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับดาวรุ่งพุ่งแรงรายนี้

เรื่องเล่า 60 วินาที

“ต้อม” จิณณวัตร รัศมี เป็นชาวเมืองหลวงตั้งแต่กำเนิด เขากับครอบครัวอาศัยอยู่ในย่านลาดกระบัง ต้อมมีพี่ชายอีก 1 คน ที่เลือกเดินเส้นทางของการเป็นนักฟุตบอลเหมือนกัน โดยผู้ที่ริเริ่มทุกอย่างนั่นก็คือคุณพ่อของพวกเขา ที่ชื่นชอบกีฬาฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ และอยากเห็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนทั้งสองของตัวเองก้าวไปเป็นนักฟุตบอลอาชีพ

จุดเริ่มต้นการเป็นนักฟุตบอลของต้อม เกิดขึ้นเมื่อสมัยเขาเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาในช่วงกีฬาสีของโรงเรียน โดยพื้นฐานเขาเป็นคนที่วิ่งเร็วอยู่แล้ว ทำให้คุณครูจับไปเป็นนักวิ่งประจำสี แต่ด้วยเลือดของนักกีฬาที่มีอยู่ในตัว เมื่อถูกจับไปเล่นกีฬาชนิดอื่นก็สามารถทำได้ดีเช่นกัน โดยเฉพาะฟุตบอลที่เขาเริ่มฉายแววความสามารถจนคว้าเหรียญทองมาครองได้สำเร็จ  ถึงขนาดคุณครูที่ปรึกษาตัดสินใจดึงเข้ามาเป็นนักฟุตบอลของโรงเรียนในทันที พร้อมเอ่ยปากแนะนำให้ครอบครัวลองหาอะคาเดมี่ให้กับต้อม เพื่อฝึกฝนในด้านนี้อย่างจริงจัง และก้าวไปสู่ระดับที่สูงขึ้น

ถึงแม้ตอนแรกทางครอบครัวจะยังไม่เห็นด้วยแบบ 100 เปอร์เซ็นต์กับเส้นทางนี้ แต่ก็พยายามหยิบยื่นสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเขา ด้วยการพาเข้ามาสู่อะคาเดมี่เลียบสวัสดิ์ ย่านรามอินทรา และที่นี่ก็ทำให้เขาก้าวขึ้นไปติดทีมชาติได้เป็นครั้งแรก ภายหลังมีการเปิดรับคัดตัวเยาวชนในโซนภาคกลาง ที่มีผู้สมัครเข้าร่วมกว่า 800 คน เป็นคู่แข่งของต้อมที่ต้องฟันฝ่า แต่มันก็ไม่ได้ยากเกินกว่าความตั้งใจของเขา สุดท้ายก็ได้รับการคัดเลือกติดทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี มันยิ่งตอกย้ำให้เขามั่นใจกับเส้นทางที่จะเลือกเดินมากขึ้นไปอีก

ในช่วงที่ใกล้จะเรียนจบตอนชั้นประถมศึกษา เขาก็ได้รับการติดต่อจากทางโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ให้ไปร่วมคัดตัวในตำแหน่ง “นักเรียนทุน” ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการก้าวเข้ามาสู่โรงเรียนชั้นแนวหน้าของเวทีขาสั้น และมันก็ยิ่งทำให้เขากลายเป็นนักฟุตบอลอย่างเต็มตัว พร้อมได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากทางครอบครัวให้เดินไปถึงฝั่งฝันที่ตัวเองตั้งใจไว้กับเกียรติยศสูงสุดในการรับใช้ชาติ…

เหตุผลที่ต้องรู้จักเขา

ด้วยวัยเพียงแค่ 16 ปีแต่เขาคนนี้กลับผ่านกาลงเล่นในเวทีระดับนานาชาติมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ทัวร์นาเมนต์  

นับตั้งแต่การติดธงไตรรงค์เมื่อ 4 ปีก่อน กับการมีชื่อไปลงเล่นทัวร์นาเมนต์เยาวชนนานาชาติอย่างเคียงจู คัพ ที่ประเทศเกาหลีใต้ ดูเหมือนต้อมจะประสบความสำเร็จได้ค่อนข้างไว โดยการคว้าอันดับ 3 ของทัวร์นาเมนต์ไปครอง ต่อมาเป็นศึกสี่เส้ารุ่นอายุไม่เกิน 13 ปี ณ ประเทศ ฮ่องกง ที่เจ้าตัวระเบิดฟอร์มสุดร้อนแรงทำไป 11 ประตูจาก 4 นัด คว้าแชมป์แรกในนามทีมชาติได้สำเร็จ ดูเหมือนทุกอย่างเริ่มจะไปได้สวย แต่ปีถัดมาถึงแม้จะพาทีมชาติไทยผ่านรอบคัดเลือกชิงแชมป์เอเชียชุด U14 ได้สำเร็จ แต่เขากลับโชคร้ายหมดสิทธิ์ไปเล่นรอบสุดท้ายเพราะได้รับอาการบาดเจ็บในช่วงเก็บตัว จนเมื่อปีที่แล้ว อาจารย์ พยงค์ขุนเณร ก็ให้โอกาสครั้งสำคัญกับเขาด้วยการเรียกขึ้นมาเล่นข้ามรุ่นกับชุดยู-16 ในเวทีชิงแชมป์อาเซียน ซึ่งเจ้าตัวได้ตอบแทนความไว้วางใจของโค้ชได้อย่างหมดจด ยิงไปถึง 7 ประตูและเป็นดาวซัลโวของทีม ก่อนคว้าแชมป์มาครองได้อย่างสมบูรณ์แบบ ส่วนในปีนี้ถึงแม้จะไม่สามารถป้องกันแชมป์อาเซียนในรุ่นของตัวเองได้ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกท้อแต่อย่างใด กลับกลายเป็นแรงผลักดันในทำผลงานที่ดียิ่งขึ้นในทัวร์นาเมนต์ถัดไปมากกว่า อย่างรายการชิงแชมป์เอเชียที่มีโบนัสเป็นตั๋วฟุตบอลโลกรุ่นอายุ 17 ปี ที่ประเทศอินเดีย ….

จุดแข็ง

ต้อม ถือเป็นนักเตะที่มีพื้นฐานและทักษะด้านฟุตบอลยอดเยี่ยม อีกทั้งความเร็วก็ไม่เป็นสองรองใคร เนื่องจากก่อนที่จะมาดาวยิงอย่างทุกวันนี้เขาเคยเป็นนักวิ่งมาก่อน สำหรับเรื่องของการจบสกอร์เจ้าตัวแทบไม่เคยทำให้โค้ชหรือเพื่อนร่วมทีมต้องผิดหวัง และวางใจที่จะใส่ชื่อเขาลงสนามเป็นตัวจริงได้ในทุกเกม เพราะชื่อของ จิณณวัตร รัศมี มักจะกลายเป็นดาวซัลโวหรือนักเตะยอดเยี่ยมแทบทุกทัวร์นาเมนต์ที่ร่วมชิงชัยเลยก็ว่าได้

จุดอ่อน

ด้วยความสูง 170 เซนติเมตร และมีน้ำหนักเพียงแค่ 49 กิโลกรัม ทำให้ต้อมมีรูปร่างที่ไม่สูงมากนักและค่อนข้างผอมบางทีเดียว ทำให้การลงเล่นในตำแหน่งศูนย์หน้าที่ต้องคอยปะทะกับบรรดากองหลังของคู่ต่อสู้ ที่มีขนาดตัวสูงใหญ่ก็เป็นอุปสรรคสำหรับเขาไม่น้อย แต่ทั้งนี้ต้อมเพิ่งมีอายุเพียงแค่ 16 ปี เท่านั้น ยังเหลือเวลาอีกมากสำหรับการพัฒนาร่างกายให้แข็งแกร่งและพร้อมยิ่งขึ้นไม่ว่าเจอคู่แข่งในลักษณะใดก็ตาม

รู้หรือไม่?

ก่อนที่จะมาถึงทุกวันนี้ ต้อม เคยเกือบจะเลิกเล่นฟุตบอลไปแล้ว โดยในชั่วขณะหนึ่งเขาติดเกมและติดเพื่อนอย่างหนักจน ขนาดคุณพ่อเอ่ยปากให้เขาให้ไปซ้อมเจ้าตัวก็ยังปฏิเสธ จึงทำให้เรื่องราวบานปลายจนทะเลาะกัน และเป็นเช่นนี้อยู่นานนับเดือน แต่สุดท้ายพอได้สติกลับมาแล้วค่อยๆพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ก็รู้ว่าหน้าที่หลักของตนเองคืออะไร จึงค่อยๆเดินกลับเข้าสู่เส้นทางสายนี้อีกครั้ง ด้วยการกลับไปขอโอกาสกับทางครอบครัว แล้วเริ่มต้นใหม่ทั้งหมดทุกอย่าง ก่อนจะค่อยๆปรับปรุงตัวจนดีขึ้นและพัฒนาฝีเท้าได้อย่างยอดเยี่ยมจนกลายมาเป็น จิณณวัตร รัศมี ในปัจจุบัน

โปรดติดตามตอนต่อไป...

เส้นทางชีวิตนักฟุตบอลของเขาในตอนนี้หากเปรียบกับการแข่งขันวิ่งมาราธอนก็คงจะเพิ่งออกสตาร์ทมาได้ไม่กี่ร้อยเมตร ยังเหลือหนทางอีกยาวไกลพอสมควร แต่ดูเหมือนว่าเขาวิ่งมาถูกทางแล้วเหมือนกัน เหลือเพียงแค่รอเวลาขยับก้าวขึ้นไปทีละระดับอย่างเหมาะสมจนถึงฝันสูงสุดกับการติดทีมชาติชุดใหญ่ แต่ก่อนถึงเวลานั้นภารกิจอันใกล้ของทีมชุดปัจจุบันก็สำคัญไม่แพ้กัน กับการพาทีมช้างศึกรุ่นจิ๋วไปชิงชัยความเป็นหนึ่งบนทวีปเอเชีย พร้อมกับมีตั๋วฟุตบอลโลก U17 เป็นเดิมพัน ซึ่งต้อมและเพื่อนร่วมทีมจะทำได้ดีแค่ไหน จะสานฝันคนทั้งชาติกับการไปเล่นฟุตบอลโลกอีกหนึ่งรุ่นต่อจากทีมฟุตบอลหญิงได้หรือไม่ อีกไม่นานจะได้รู้กัน….

Topics