จอนนี่ คนบ้า (บอล) : มือปราบอินดี้...หัวใจลูกหนัง

นี่ คือ ตำรวจที่มีชื่อเสียงมากที่สุดบนโลกโซเชี่ยล…

ด.ต. ยุทธพล ศรีสมพงษ์ ผบ.หมู่ กก.ปพ.บก.ป. หรือ “จอนนี่มือปราบอินดี้” ยอดผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ผู้โด่งดัง ด้วยลีลาท่าทางการจับผู้ร้ายอย่างเอาจริงเอาจัง ขึงขัง ดุดัน ทำให้เขากลายเป็นขวัญใจของผู้คน…

แต่อีกมุมหนึ่งของชีวิตที่เขาแทบไม่เคยเปิดเผยที่ไหน คือ ชีวิตในวงการลูกหนัง...ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นนักฟุตบอลระดับไทยลีก ลีกสูงสุดของเมืองไทยมาแล้ว เมื่อสมัยที่ยังฟิตเปรี้ยะเฟี้ยวฟ้าวอยู่…วันนี้ FFT TH ได้รับเกียรตินั่งพูดคุยกับสุดยอดมือปราบเกี่ยวกับแง่มุมชีวิตลูกหนังของเขา...สนุก สะใจ เหมือนตอนพุ่งเข้าปราบปรามเหล่าวายร้ายแค่ไหน ติดตามบทสัมภาษณ์กับเขาได้ที่นี่

FFT TH : สวัสดีครับ พี่จอนนี่...ติดตามผลงานมานาน เป็นเกียรติที่จะได้พูดคุยกันเรื่องฟุตบอล

จอนนี่ : ได้เลย น้องมาๆ ยินดีๆ

FFT TH : ก่อนอื่น...ช่วยเล่าเรื่องราวชีวิตในวัยเด็กหน่อย

จอนนี่ : พ่อผมเป็นตำรวจ แม่ก็มีอาชีพค้าขาย ชีวิตตอนเด็กๆ ค่อนข้างลำบากยากจนนะ แต่ผมชอบเล่นฟุตบอลอยู่แล้ว เตะบอลพลาสติกเล็กๆกับเพื่อนเป็น ประจำที่อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี บ้านเกิด จนกระทั่งเล่นให้ทีมโรงเรียนตั้งแต่ตอนมัธยมศึกษาปีที่ 1 มาจริงจังเอาก็ตอนนั้นนั่นแหละ เราเล่นกองกลาง คือ มี วิฑูรย์ กิจมงคลศักดิ์ เป็นไอดอล โห...สมัยนั้น วิฑูรย์ นี่ดังมากกับยามาฮาไทยแลนด์คัพ แต่เอาเข้าจริงๆตอนนั้นเรายังไม่คิดถึงจะไปเล่นในกรุงเทพฯ หรือ ทีมชาติอะไรหรอกนะ ฝันเต็มที่ก็คืออยากเล่นให้ทีมจังหวัด

FFT TH : แล้วเข้ามากรุงเทพฯ ได้อย่างไร?

จอนนี่ : ต้องบอกงี้...คือ ครอบครัวเราค่อนข้างยากจน ผมต้องใช้คำว่าหนีความลำบากเลยแหละ เพราะครอบครัวมีพี่-น้อง 3 คน พ่อ-แม่ ก็เลี้ยงทั้งหมดไม่ไหว ตอนนั้นเรากำลังจะขึ้น ม. 5 แม่พี่ได้เงินมา 200 บาท จากการสอยมะละกอหลังบ้านมาให้ และเราก็กำเงินนั่นขึ้นรถไฟวารินชำราบจากบ้านเกิดที่จังหวัดอุบลราชธานี มาที่สถานีรถไฟตรงแถวดอนเมือง แต่ไม่รู้จะไปไหน สุดท้ายเลยมาขอพักอยู่ที่วัดโพสพผลเจริญ คลองสอง ลำลูกกา ตอนนั้นมีหลวงพี่วรวุฒิมหาพะโลเป็นผู้ดูแล ด้วยความที่ผมก็ชอบฟุตบอล ท่านจึงพาเราไปเดินสายเตะบอลซ้อมที่ คปอ. กองทัพอากาศ (กรมควบคุมปฏิบัติการทางอากาศ)

FFT TH : เดี๋ยวๆนะครับ...พระพาซ้อมบอล?

จอนนี่ : ใช่ ท่านเป็นพระนักพัฒนา อยากให้เยาวชนห่างไกลยาเสพติด เด็กๆในชุมชนละแวกวัด ต้องการมีกิจกรรม ท่านจึงอาสาพาเด็กๆไปหาสถานที่เตะฟุตบอล ออกกำลังกาย ผมจำได้ไม่เคยลืมบุญคุณท่านเลย และท่านยังฝากเราเข้าโรงเรียนเบญจมราชาลัย (ในพระบรมราชูปถัมภ์) ด้วย

FFT TH : ซ้อมกับทหารอากาศตอนนั้นเป็นยังไงบ้าง?

จอนนี่ : ผมซ้อมทีมเยาวชนรุ่นเดียวกับ อิศวะ สิงห์ทอง เลยล่ะ (หัวเราะ) เราเล่นมาด้วยกัน หลังจากนั้นพอจบมัธยมศึกษาปีที่ 6 ผมก็ได้ติดทีมจังหวัดอุบลฯ บ้านเกิดสมใจ ในทีมชุดยามาฮ่า  ไทยแลนด์ คัพ 1991 ที่อุบลราชธานี เป็นเจ้าภาพ ที่เราได้เล่นในนามทีมจังหวัด เพราะตอนนั้นอุบลฯ ดึงตัวผู้เล่นจากหลายโรงเรียนในกรุงเทพฯ เข้าไป มีทั้ง อดิเรก เพ็ญสุข, ศุภลักษณ์ มูลโต, ไกรลาศ วงศ์ศิลา, พงษ์พิพัฒน์ คำนวน...นี่ซี้เลย ส่วนเรายืนเป็นกองกลางคู่กับ ปิยะพงษ์ บุตรเจริญ และ  น้องชายแท้ๆของเรา เผ่าพันธ์ ศรีสมพงษ์ สังกัดโรงเรียนวัดสุทธิวรารามเป็นผู้รักษาประตู

FFT TH : พอติดทีมจังหวัดก็แล้ว ทีมโรงเรียนก็แล้ว ยังไงต่อ?  

จอนนี่ : คืองี้...ตอนที่เราตัดสินใจมาที่กรุงเทพฯ เราใฝ่ฝันอยากติดทีมชาติ และจะเล่นให้สโมสรตำรวจอยู่แล้ว อย่างแรกเลย คือ เพราะเราอยากจะเป็นตำรวจเหมือนพ่อ หลังจบรายการยามาฮ่าไทยแลนด์ คัพ ครั้งนั้น ก็มาคัดติดสโมสรมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ทุนช้างเผือกเล่นคู่กับปฏิภาณ เพชรพูล, ศุภชัย อยู่ประจำ และ อิศวะ สิงห์ทอง

ถ้าให้เล่นรับพี่ก็ดุดันเหมือน ประทุม ชูทอง (หัวเราะ) แต่ถ้าเล่นรุกก็คล้ายๆกับ เวรอน

FFT TH : แล้วโอกาสการได้เล่นไทยลีกกับตำรวจก็เริ่มขึ้น?

จอนนี่ : ยังๆ คือ เริ่มแรกผมเนี่ยได้ไปเติบโตในสโมสรองค์การโทรศัพท์ อธิบายแบบนี้...ด้วยความที่โรงเรียนผมไม่ได้สนับสนุนกีฬามากมายเหมือนกับพวกโรงเรียนที่ส่งฟุตบอลแข่งเป็นประจำ เพราะฉะนั้นเวทีแจ้งเกิด คือ พวกบอลเดินสาย สมัยนั้นผมเล่นบอลเดินสายร่วมกับ “นะ” (รัตนะ เพ็ชรอาภรณ์) ได้เงินมาครั้งละ 300 - 500 บาท ก็พอเลี้ยงดูตัวเองได้บ้าง จนกระทั่ง  “โค้ชก๊อก” พงษ์พันธ์ วงษ์สุวรรณ มาเห็นเข้าก็เลยให้ไปคัดโครงการช้างเผือกของมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์  ซึ่งเป็นพันธมิตรกับองค์การโทรศัพท์ ผมก็เลยเข้าทีมเยาวชนโดยอัตโนมัติ แล้วก็ได้เล่นรายการเยาวชนพานาโซนิค คัพ ปี พ.ศ. 2540 สมัยกองทัพบกเป็นเจ้าภาพ ตอนนั้นทีมยกผู้เล่นอัสสัมชัญศรีราชา มารวมทีมองค์การโทรศัพท์ มี ประกอบกุล สาล่า, ยุทธนา ชัยรัตน์, สุรีย์ - สุรัตน์ สุขะ แต่ไปไม่ถึงฝันไม่ได้แชมป์ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นราชประชาฯ ที่ได้แชมป์ไป

FFT TH : ฟังแล้วสงสัยที่ว่าเล่นกองกลาง...สมัยก่อนพี่เล่นบอลสไตล์คล้ายๆใคร?

จอนนี่ : ถ้าให้เล่นรับพี่ก็ดุดันเหมือน ประทุม ชูทอง (หัวเราะ) แต่ถ้าเล่นรุกก็คล้ายๆกับนักฟุตบอลหัวโล้นๆของอาร์เจนตินาสมัยก่อนน่ะ ใครนะ?

FFT TH : เซบาสเตียน เวรอน?

จอนนี่ : เออ ใช่นั่นแหละ เวรอน

FFT TH : สมัยอยู่กับ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ ได้แแชมป์อะไรบ้างรึเปล่า?

จอนนี่ : ตอนที่เข้าไปม.ธุรกิจบัณฑิตย์ ผมเรียนนิติศาสตร์ ได้ทุนจากนักกีฬา ได้เล่นยูลีก ทั้งฟุตซอล รวมถึงควีนส์คัพ และพานาโซนิค คัพ แต่ได้แค่แชมป์กีฬามหาวิทยาลัยองครักษ์เกม ปี พ.ศ. 2541 จำได้ว่าเป็นทัวร์นาเม้นต์ที่มันมาก กองหน้าอย่างศุภชัย อยู่ประจำ และศรานุวัฒน์ นุศราสตร์สังข์ ก็เล่นด้วยกัน เสียดายที่ตอนนั้นผมไม่ค่อยได้ลงเท่าไหร่ เป็นตัวสำรองอย่างเดียว เพราะเขาเอาทีมชาติไทยชุดยู-16 มาเล่น แต่ทัวร์นาเม้นต์ที่ประทับใจที่สุดคือ พานาโซนิค คัพ เพราะจากเด็กโนเนมไม่เคยเล่นบอลโรงเรียนกับเขา แต่เราได้เข้ามาแข่งกับพวกเยาวชนทีมชาติไทย ทั้ง ศุภชัย อยู่ประจำ, มาโนช ปัญญาคง, สุธี สุขสมกิจ แต่ถ้าคนที่เคยเจอแล้วเก่งที่สุดต้อง ณรงค์ชัย วชิรบาล โห...ตอนนั้น เขา (ณรงค์ชัย วชิรบาล) กำลังดังในเยาวชน 19 ปีทีมชาติไทย เก่งจริงๆคนนี้

FFT TH : จากนั้น?

จอนนี่ : หลังจากนั้นเราก็เตะบอลไปเรื่อยๆ จนมาสอบตำรวจได้ในโรงเรียนตำรวจนครบาล รุ่น 74 เลยมีโอกาสออกมาซ้อมฟุตบอลกองทัพไทย อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่าเราต้องการมาเล่นฟุตบอลในกรุงเทพฯ และเป็นตำรวจเหมือนพ่อ อีกอย่างยุคสมัยนั้นฟุตบอลอาชีพมันยังไม่เกิด ถ้าคิดถึงขนาดติดทีมชาติ หรือเล่นอาชีพจริงๆจังๆ มันยาก เราก็ต้องหันหน้าสู่อาชีพที่มีความมั่นคงก่อน ซึ่งถ้าได้เล่นไทยลีกกับตำรวจจริงๆ ก็ถือว่าเป็นผลพลอยได้

FFT TH : แล้วเป็นมาอย่างไร...มาเล่นในระดับไทยลีกได้?

จอนนี่ : ตอนเข้าไปตอนแรก เรามีเพื่อนเป็นอดีตเยาวชนทีมชาติ ธวัชชัย มาติวงศ์ เขาก็ ชวนมาซ้อมกับทีมตำรวจ ก็เลยทำให้ผมได้เจอพวกอดีตทีมชาติทั้งนั้น ตอนเจอพี่วิฑูรย์ กิจมงคลศักดิ์ เราได้เข้าไปคุยบอกพี่คือไอดอลผม และก็เจอนักบอลในฝันอย่าง นที ทองสุขแก้ว กับ ประเสริฐ ช้างมูล พวกนี้ด้วย… เราซ้อมกับพวกเขาอยู่ปีนึง (ปี พ.ศ. 2543 หรือไทยลีกครั้งที่ 5) จากนั้นปีถัดมาผมก็ถูกดันขึ้นทีมชุดใหญ่ เพราะสโมสรตำรวจปีนั้นมีนโยบายลดงบประมาณทีม จึงเน้นใช้ดาวรุ่ง ทาง พ.ต.อ ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้จัดการทีมปีนั้น จึงดันผมขึ้นไป เล่นในศึก จีเอสเอ็ม ไทยลีก 2544 / 2545 (หรือไทยลีกครั้งที่ 6) และทีมเราตกชั้น

FFT TH : เกิดอะไรขึ้น ทำไมตกชั้น?

จอนนี่ : ตอนนั้นตำรวจไม่ได้มีงบมากมาย อย่างที่บอก มันก็เป็นธรรมดา ทีมอย่าง บีอีซี เทโรศาสน หรือทีมอื่นๆ มีนักเตะทีมชาติกันแทบทั้งนั้น ตอนนั้น ดัสกร ทองเหลา, อนุชา กิจพงษ์ศรี (ชยพัทธ์ กิจพงษ์ศรีธาดา) กำลังดัง แถมเงินอัดฉีดอะไรก็ไม่ได้มีเหมือนสมัยนี้หรอก เวลาเจอทีมกองทัพด้วยกันอย่างราชนาวีนี่...ใส่กันด้วยใจด้วยศักดิ์ศรีล้วนๆ อย่างเดียว

-ติดตามจุดเปลี่ยนที่ทำให้ จอนนี่มือปราบ เลิกเล่นฟุตบอล และความผูกพันกับเกมลูกหนังที่ยังมีเสมอมาในหน้าถัดไป-