จอนโจ เชลวีย์... ร่วงกับหงส์แดง-เกิดใหม่กับ “หงส์ขาว”

ทัศนคติและสไตล์การเล่นที่ไม่เข้าระบบ ทำให้ เชลวีย์ ล้มเหลวสำหรับการค้าแข้งที่ลิเวอร์พูลอย่างสิ้นเชิง ทั้งที่เคยถูกคาดหวังจะให้ขึ้นมาเป็น สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด คนใหม่ด้วยซ้ำ!

In pre-season vs Reading
เกมปรี-ซีซั่นกับ เรดดิ้ง

ช่วงเวลาที่ย่ำแย่

เกมแดงเดือดเมื่อเดือนกันยายนปี 2012 “ปีศาจแดง” แมนฯยู บุกไปพิชิต ลิเวอร์พูล คาถิ่นแอนฟิลด์ 2-1 ซึ่งหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของเกมคือ จอนโจ เชลวีย์ เข้าสกัด จอห์นนี อีแวนส์ อย่างน่าเกลียด จนโดนไล่ออก ถือเป็นช่วงเวลาที่ไม่น่าจดจำของมิดฟิลด์ดาวรุ่ง รวมทั้งได้รับเสียงก่นด่าจากแฟนบอลฝั่งตรงข้าม ระหว่างที่เขาเดินกลับเข้าห้องแต่งตัว

เหตุการณ์นั้นสร้างภาพลักษณ์แง่ลบติดตัวให้ เชลวี ให้กลายเป็นนักเตะเลือดร้อน เสียฟาล์วแบบโง่ๆ ในสายตาแฟนบอลไปอีกหลายเดือน

ฤดูกาลต่อมา ไมเคิล เลาดรู๊ป กุนซือชาวเดนมาร์กตัดสินใจดึง เชลวีย์ ไปร่วมทีมสวอนซี พร้อมกับปฏิวัติและวางแนวทางการเล่นรูปแบบใหม่ให้ทีม“หงส์ขาว” ขณะเดียวกัน เชลวีย์ ก็ได้ค้นพบสไตล์การเล่นกับต้นสังกัดใหม่ การปรับทัศนคติการเล่น รวมทั้งโอกาสลงสนามทำให้อนาคตของกองกลางวัย 23 ปี กลับมาเจิดจรัสอีกครั้ง แต่ก็มีบางสื่อวิเคราะห์ว่าบางเกม เชลวีย์ฟอร์มไม่สม่ำเสมอมากนักในแต่ละเกม

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเคือนัดที่ สวอนซี เปิดบ้านพบ ลิเวอร์พูล ในเดือนกันยายนปี 2013 อดีตดาวรุ่งชาร์ลตัน เบิกสกอร์ให้ สวอนซี ขึ้นนำตั้งแต่ 90 วินาทีแรก แต่ไม่กี่นาทีถัดมาเขาจ่ายคืนหลังพลาดก่อนถูก ดาเนียล สเตอริดจ์ ลากบอลเข้าไปยิง รวมถึงนาทีที่ 36 ของเกม เชลวี จ่ายบอลพลาดถูก วิคเตอร์ โมเสส ควบบอลกว่า 50 หลาเข้าไปยิงให้ ลิเวอร์พูล แซงนำ 2-1

แต่เข้าสู่ครึ่งหลังนาที 64 เชลวี ก็มาแก้ตัวแอสซิสต์ให้ มิชู ยิงให้ สวอนซี เสมอ ลิเวอร์พูล 2-2 ซึ่งบ่งบอกว่า ฟอร์ม90 นาทีของ เชลวี ไม่สม่ำเสมอดีพอ เพราะมีทั้งการเล่นที่ยอดเยี่ยม แต่ก็มีจังหวะผิดพลาดที่ไม่น่าให้อภัย

พัฒนาการที่ก้าวหน้า

อดีตเด็กฝึกอาร์เซน่อลคนนี้ ใช้เวลาพิสูจน์ตัวเองในถิ่นลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยมกว่า 2 ปี ก่อนจะรักษาระดับการเล่นของตัวเองให้คงที่ แต่หากมองย้อนไปในยุคเริ่มต้น อาจเป็นความผิดพลาดของ ไมเคิล เลาดรู๊ป ที่ให้เด็กหนุ่มรายนี้รับบทเพลย์เมคเกอร์ เพราะตำแหน่งการยืนหลังศูนย์หน้าตัวเป้า และทำเกมหน้า 2 มิดฟิลด์ที่คุมจังหวะเกมไม่เข้ากับมิดฟิลด์รายนี้เอาเสียเลย

แท็กติคนี้ถูกมองว่าเป็นภาระความรับผิดชอบที่หนักเกินกำลังของ จอนโจ เชลวี ตำแหน่งการยืนของเขาโดดเดี่ยวเกินไป จึงไม่สามารถแสดงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ จนเรียกได้ว่า 18 เดือนแรก ของเขาต้องใช้ความอดทนอย่างมากในการพิสูจน์ผลงานกับ สวอนซี เพราะยังไม่สามารถรักษาฟอร์ม มีส่วนร่วมเกมรุกและ รับของทีมน้อยเกินไป

เชลวีย์ มีสถิติการทำประตูที่ดีในระดับเยาวชนทีมชาติอังกฤษ

สมดุลภายในทีม

หน้าร้อนปี 2014 แกรี่ มังค์ เลื่อนขั้นขึ้นมาคุมทัพหงส์ขาว พร้อมกับได้ตัว กิลฟี่ ซิเกิร์ดสัน เพลย์เมกเกอร์ชาวไอซ์แลนด์มาจากสเปอร์ส รวมทั้ง กี ซุง ยง  ที่หมดสัญญายืมตัวกลับมาจากซันเดอร์แลนด์ การเข้ามาของ ซิเกิร์ดสัน ได้รับมอบหมายให้เป็นตัวทำเกมรุก ส่วน กี ซุงเยือง ก็คุมเกมแดนกลางได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการที่ เชลวี ถูกวางให้อยู่ระหว่าง 2 คนนี้ ทำให้ฝีเท้าของเขาโดดเด่นชัดขึ้นมา

แม้จะไม่ได้มีสไตล์การเล่นที่ตื่นตา แต่ก็ทดแทนด้วยการผ่านบอลที่มีประสิทธิภาพ ตัวเลขการผ่านบอลเฉลี่ย 70.5 ครั้งต่อเกมของ เชลวี สูงกว่าค่าเฉลี่ยการผ่านบอลต่อเกมฤดูกาล 2014-2015 ซึ่งอยู่ที่ 48.9 ครั้ง และ 50.4 ครั้งต่อเกมสำหรับซีซั่น 2013-2014 การทำหน้าที่ผ่านบอลกลายเป็นจุดเด่นของ เชลวี จนได้รับการยกย่องว่าเป็น ควอเตอร์แบ็ค ของสวอนซี

Tracking Eden Hazard and escaping from Yaya Toure

ตังหวะไล่ตาม อาซาร์ด และเลี้ยงบอลหนี ยาย่า ตูเร่

การครองบอล

ภาระการสร้างสรรค์เกมที่ยกให้ กิลฟี ซิเกิร์ดสัน ทำให้จุดเด่นการผ่านบอลของ เชลวี ชัดเจนขึ้น รวมทั้งการที่ไม่ต้องพะวงกับเกมรับ การเล่นบอลจังหวะง่ายๆ ยังดึงศักยภาพของเพื่อนร่วมทีมขึ้นมาพร้อมกัน สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ เชลวี มีโอกาสลำเลียงบอล รวมทั้งควบคุมจังหวะเกมดังกราฟฟิกด้านล่าง

กราฟิกด้านบนแสดงให้เห็นถึงจังหวะเกมสวอนซีที่ค่อนข้างยืดหยุ่น การผ่านบอลต่อให้เพื่อนร่วมทีมในรูปแบบที่หลากหลาย และไม่ค่อยมีจังหวะส่งคืนหลัง ทำให้ยกระดับเกมรุกของทีมหงส์ขาวได้อย่างชัดเจน

คลิปด้านบนแสดงให้เห็นถึงผลงานของ เชลวี ในเกมพบกับ นิวคาสเซิล ในเนัดล่าสุด เส้นสีน้ำเงินหมายถึงการเคลื่อนที่ของบอลจากเท้า เชลวี ส่วนใหญ่จะเป็นจังหวะขึ้นเกม ซึ่งชี้ว่า เชลวี มีส่วนสำคัญต่อเกมรุกสวอนซี ตอกย้ำว่าเขาเป็นหนึ่งกองกลางที่สมบูรณ์แบบของพรีเมียร์ลีก

ระเบียบวินัย

แกรี่ มังค์ กุนซือสวอนซีไม่ได้ปรับปรุงแค่แท็คติคการเล่นให้เท่านั้น เรื่องระเบียบวินัยก็เช่นกัน ย้อนไปเมื่อเดือนธันวาคม 2014 หลังเกมบ๊อกซิ่งเดย์ที่ชนะ แอสตัน วิลลา 1-0 กุนซือแกรี่ มังค์ ให้สัมภาษณ์และออกโรงเตือนว่าอยากให้ เชลวี เพิ่มความรับผิดชอบกับทีม หลังเสียใบเหลืองแบบไม่จำเป็น ซึ่งอาจเสี่ยงที่จะโดนใบแดงในจังหวะสำคัญ เรื่องเป็นสิ่งที่สำคัญไม่ใช่แค่ตัวเขา แต่สำคัญสำหรับทีมเช่นกัน ซึ่ง เชลวี ก็น้อมรับคำเตือนและปรับปรุงตัว พร้อมยืนยันว่าจะไม่เล่นบอลในลักษณะนั้นอีก

Shelvey shooting against San Marino on his first England senior appearance in 2012

เชลวีย์ ง้างเท้ายิง ในเกมประเดิมทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่นัดแรกกับ ซาน มาริโน ในปี 2012

โอกาสกับสวอนซี และทีมชาติอังกฤษ

หากเชลวีรักษามาตรฐานการเล่นฟอร์มปัจจุบัน ก็มีโอกาสจะสอดแทรกตำแหน่งในทีมชาติอังกฤษ ลุยศึกยูโร 2016 ที่ฝรั่งเศส เพราะคู่แข่งในตำแหน่งเดียวกันอย่าง แจ็ค วิลเชียร์ ของอาร์เซนอล เจออาการบาดเจ็บเล่นงาน และไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่สุดยอดเหมือนก่อน ประกอบกับ รอย ฮอดจ์สัน นายใหญ่สิงโตคำรามก็ไม่มีตัวเลือกในตำแหน่งนี้มากนัก

ฟอร์มการเล่นกับสโมสร อาจแตกต่างกับการเล่นในนามทีมชาติ แต่การเคลื่อนที่,การจ่ายบอล รวมทั้งการเล่นบอลง่ายๆของ เชลวี น่าสนใจว่าจะช่วยยกระดับฟอร์มของทรีไล้อ้อนส์มากน้อยแค่ไหน

อย่างไรก็ตามต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ ฮอดจ์สัน ด้วยว่าจะแก้ไขจุดบกพร่องของทีมชาติอังกฤษได้ตรงจุดหรือไม่ และแม้หากว่ามิดฟิลด์หัวโล้น ไม่ใช่ตัวเลือกของทีมชาติ แต่เชื่อว่าพัฒนาการของนักเตะรายนี้จะทำให้เขาก้าวขึ้นเป็นมิดฟิลด์แถวหน้าและครบเครื่องคนหนึ่งของวงการลูกหนังผู้ดีอย่างแน่นอน