จุดเริ่มต้นของพระเจ้า : ร็อบบี้ ฟาวเลอร์...ชายผู้เป็น “ก็อด” ของ “เดอะ ค็อป”

การที่จะเป็นดาวยิงมหัศจรรย์ของวงการนั้นเริ่มต้นขึ้นได้อย่างไร...เซบ สแตฟฟอร์ด บลอร์ จะย้อนความหลังถึงจุดเริ่มต้นของชายที่ถูกเรียกว่า “ก็อด” หรือ “พระเจ้าของลิเวอร์พูล”

เส้นทางอาชีพของ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ นั้นเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความวุ่นวายที่ ลิเวอร์พูล เขาอาจจะเป็นหนึ่งในกลุ่มดาวรุ่งที่มีพรสวรรค์ และรอคอยโอกาส แต่ว่าช่วงนั้นก็เป็นช่วงที่เกิดปัญหามากมายในสโมสร ที่ แกรม ซูเนสส์ ผู้จัดการทีมเป็นคนสร้างมันขึ้นมาในช่วงปลายซัมเมอร์ของปี 1993

การทำงานของ ซูเนสส์ นั้นเต็มไปด้วยความดุดันแบบเดียวกับเมื่อสมัยที่เป็นนักเตะ แต่พอมาคุมทีมมันกลับดูตึงเกินไป เขาได้รับการแต่งตั้งเข้ามาเป็นนายใหญ่ของทีมในปี 1991 โดยเวลาของเขาในถิ่น แอนฟิลด์ มีอายุเพียงแค่ 3 ปี รวมทั้งได้แชมป์ เอฟเอ คัพ ในปีแรกของเขาแบบเต็มตัว โดยในยุคของกุนซือชาวสกอตต์ นั้นเต็มไปด้วยความขัดแย้ง และเรื่องวุ่นวายต่าง ๆ มากมาย ที่เขาสร้างขึ้นมาเอง

เขาเกรี้ยวกราดเกินไป และสร้างความกดดันให้กับผู้เล่น ที่นับวันก็ยิ่งเสื่อมศรัทธาในตัวของเขาเข้าไปทุกที โดยเฉพาะกับการขายผู้เล่นตัวหลัก ที่อยู่กับทีมมานานออกไป เพื่อสร้างทีมของตัวเองสำหรับการประสบความสำเร็จในช่วงยุค 90 เท่านั้นยังไม่พอเขายังทำพลาดครั้งใหญ่ ด้วยการดันไปให้สัมภาษณ์กับ “เดอะ ซัน” สื่อที่เป็นศัตรูของเมือง ลิเวอร์พูล จากโศกนาฏกรรมฮิลส์โบโร่ แม้ต่อมาเขานำเงินจากการขายเรื่องราวของตัวเองให้กับ “เดอะ ซัน” ไปบริจาคให้กับเด็กๆ ที่โรงพยาบาล แต่มันก็ยังสร้างความผิดหวังให้กับชาวเมืองอยู่ดี

Graeme Souness, Roy Evans

Souey went eventually, with Evans deemed a stabilising replacement

ห้องแต่งตัวใน แอนฟิลด์​ เต็มไปด้วยความไม่ชัดเจนตั้งแต่ในช่วงต้นปี 1992 นั่นหมายความว่าการต้องออกจากตำแหน่งของ ซูเนสส์ มันขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น

ความไม่ชัดเจน

ในช่วงที่ย่ำแย่ มันก็เป็นเหตุที่ทำให้เริ่มมีการดันเด็กเยาวชนขึ้นมา...ในยุคของ ซูเนสส์ มีเด็กที่แววดีจากอะคาเดมี่หลายคนอย่าง สตีฟ แม็คมานามาน, ร็อบ โจนส์, ดอน ฮัตซิสัน, เจมี่ เร้ดแน็ปป์, โดมินิก มัตเตโอ และ เดวิด เจมส์ ทั้งหมดต่างได้รับโอกาสขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่โดยการผลักดันของ ซูเนสส์ และ ฟาวเลอร์ ก็เช่นกัน เขาได้ประโยชน์จากการพยายามสร้างทีมขึ้นมาใหม่ของคนผู้เป็นผู้จัดการทีม ที่หวังวางรากฐาน จากนักเตะผู้มีความซื่อสัตย์และมีความรักที่มีต่อทีมอย่างจงรักภักดี

ในเดือนกันยายนปี 1993 ในเกมที่ออกไปเยือน ฟูแล่ม ในศึก โคคา​ โคล่า คัพ ฟาวเลอร์ วัย 18 ปี ได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงครั้งแรกกับ ลิเวอร์พูล และยิงประตูแรกของตัวเองได้ทันที จากลูกเปิดของ ฮัตชิสัน เขาจบสกอร์ได้อย่างเฉียบขาด

ท่ามกลางความไม่แน่นอนในทีมในยุคนั้น... ฟาวเลอร์กลายเป็นความหวังของทีม และถูกคาดหมายว่าจะแจ้งเกิด เขาได้ลงเล่นเกมพรีเมียร์​ลีก นัดแรก เกมที่ลิเวอร์พูล พบกับ เชลซี ในช่วงสุดสัปดาห์เดียวกันนั้นเอง และสามารถยิงประตูได้เช่นกัน จากนั้นก็ยิงอีก 5 ประตู ในเกมที่พบกับ ฟูแล่ม อีกครั้งในเกมโคคา โคล่า คัพ นัดที่สองที่ แอนฟิลด์, เขายิงประตูได้ต่อเนื่องทั้ง แฮตทริกกับ เซาธ์แฮมป์ตัน, สองประตูกับท็อตแน่มฮอต สเปอร์, และประตูชัยในเกม เมอร์ซี่ไซด์ ดาร์บี้ กับเอฟเวอร์ตันตั้งแต่การลงสนามครั้งแรกของตัวเอง

อย่างไรก็ตาม การบาดเจ็บกระดูกข้อเท้าแตกในเดือนมกราคมปี 1994 นั้นหยุดเส้นทางที่กำลังเดินหน้าอย่างมั่นคงของเขา กว่าที่จะหายเจ็บ ซูเนสส์ ​ก็ตกงานไปเป็นที่เรียบร้อย หลังทำทีมพ่ายให้กับ บริสตอล ซิตี้ คาบ้านในเกม เอฟเอ คัพ ...ซูเนสส์ ประกาศลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ และถูกแทนที่โดย รอย อีแวนส์

อีแวนส์ นั้นเป็นโค้ชคนละสไตล์กับ ซูเนสส์ ​เขามีความ อ่อนโยน มากกว่า เขามาจาก บู๊ตรูม (Boot Room) ซึ่งเป็นรากฐานของ ลิเวอร์พูล เหมือนกัน และเป็นคนปลุกสปิริตความสามัคคีภายในทีมขึ้นมาอีกครั้ง แบบเดียวกับทศวรรษที่แล้ว อีแวนส์ นั้นไม่เร่งที่จะใช้งานกองหน้าหนุ่มคนนี้ เพราะเขารู้สึกว่า เด็กคนนี้ได้รับโอกาสเปิดตัวเร็วเกินไป เมื่อไม่กี่เดือนก่อน ซึ่งเขาหวังว่าจะให้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนที่เหมาะสม

ระเบิดฟอร์ม

ในฤดูกาล 1994/95 ฟาวเลอร์ ได้โอกาสลงเป็นตัวจริง และมันเป็นทำให้เขาแรงไม่หยุดฉุดไม่อยู่ เขายิงประตูใส่ คริสตัล พาเลซ และจากนั้น 8 วันให้หลัง เขาใช้เวลาเพียงแค่ 4 นาที 33 วินาที กดแฮตริกใส่ อาร์เซน่อล ต่อหน้ากล้องถ่ายทอดสดของสกายสปอร์ตส์...เดวิด เลซี่ ผู้สื่อข่าวกีฬาชื่อดัง เรียกการทำประตูของเขาว่าเป็นเหมือนปืนกล จากการระเบิดฟอร์มในวันที่พบกับ “ไอ้ปืนใหญ่”

มันเป็นสถิติที่อยู่ยงคงกระพันมามากกว่า 20 ปี ก่อนที่จะมาโดน ซาดิโอ มาเน่ ทำลายไปในเดือนพฤษภาคมปี 2015 ในเกมที่ เซาธ์แฮมป์ตัน พบกับ แอสตัน วิลล่า ด้วยสถิติ 2 นาที 56 วินาที และ ฟาวเลอร์ ก็กลายเป็นที่โด่งดังไปทั่ว และ สกาย สปอร์ตส์ ก็พยายามที่จะปั้นให้เขา กลายเป็นไอดอลลูกหนัง

“สกาย พยายามทำทุกอย่างในการสร้างมูลค่าและเพิ่มยอดคนดู และฟอร์มของผมเปรียบเหมือนของขวัญล้ำค่าของพวกเขา” ฟาวเลอร์ กล่าว “สิ่งที่พวกเขาต้องการก็คือ รูปภาพสวย ๆ  คนที่จะมาเป็นภาพลักษณ์ ในการขายสินค้า และสร้างยอดขาย ผมยังอายุน้อยและกลายเป็นจอมถล่มประตูในซีซั่นนั้น มันทำให้ผมได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ไม่ว่าผมจะไปที่ไหน ประตูที่ผมทำได้ก็จะถูกพูดถึง หนังสือพิมพ์ก็จะลงแต่เรื่องของผม ทุกคนรู้จักผม ผมคิดว่า แฮตทริก ในคราวนั้นมันทำให้ผมโด่งดังไปทั่ว”

“พระเจ้า”​ ได้ถือกำเนิดขึ้นมาแล้ว ในวันนั้น ฟาวเลอร์ อาจจะกลับบ้านไปกินข้าวผัดที่บ้านคุณแม่ของเขาตามปกติ แต่ว่าโลกของเขาได้เปลี่ยนไปแล้ว

Robbie Fowler Nottingham Forest

Fowler enjoys a last-minute equaliser at Nottingham Forest