จุดเริ่มต้นของผู้ยิ่งใหญ่ : 5 แข้งติดทีมชาติชุดใหญ่ครั้งแรกในศึก ก่อนแจ้งเกิดยาวๆ

ฟิลิป โรลเลอร์ และ กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล ได้รับโอกาสสำคัญในชีวิต ด้วยการมีชื่อติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ครั้งแรกในศึกคิงส์ คัพ ครั้งที่ 45 ที่จะระเบิดขึ้นวันศุกร์นี้... พวกเขาจะคว้าโอกาสนั้นได้หรือไม่ และจะทำได้ดีแค่ไหน เป็นเรื่องที่น่าติดตาม

ทว่าก่อนหน้านี้ จะมีใครบ้างที่ยังเล่นอยู่ในศึกไทยลีก 2017 และติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ครั้งแรกในศึกคิงส์ คัพ พวกเขาเริ่มเล่นในปีใด มีผลงานเป็นอย่างไรกันบ้าง FFT TH ขอพาทุกท่านไปชมกันได้เลย…

ชนาธิป สรงกระสินธ์

"ผมยังจำได้ดีเลยครับ เล่นที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ต้องขอบคุณวินนี่ (วีนฟรีด เชเฟอร์) ที่ให้โอกาสผม แล้วส่งลงเล่นกับเกาหลีใต้ ชุดโอลิมปิกด้วย ประมาณ 5-10 นาที ที่เราแพ้ 3-1"

คิงส์ คัพ เมื่อต้นปี 2012 ทีมชาติไทยไปไม่ถึงฝั่งฝัน เนื่องจากแพ้รวด 3 เกมต่อ เดนมาร์ก XI, เกาหลีใต้ ชุดปรีโอลิมปิก และ นอร์เวย์ แต่นั่นคือจุดเริ่มต้นของ ชนาธิป ในสีเสื้อช้างศึกชุดใหญ่

"ความรู้สึกตอนนั้น ผมและครอบครัวภูมิใจมาก เพราะเราอายุแค่ 19 ปี ได้ติดชุดใหญ่แล้ว จากนั้นก็มาติดซูซูกิ คัพ ปลายปีด้วย เหมือนฝันที่เป็นจริงเลยครับ"

คำพูดเปิดใจของ ชนาธิป สรงกระสินธ์ สุดยอดนักเตะไทยแห่งยุคนี้ ที่เล่าถึงประวัติชีวิตการลงเล่นฟุตบอลทีมชาติไทยชุดใหญ่ครั้งแรกในศึกคิงส์ คัพ ของเขาเมื่อ 5 ปีที่แล้ว

ย้อนกลับไปเมื่อ 5-6 ปีที่แล้ว ชนาธิป สรงกระสินธ์ ถือเป็นที่สุดของดาวรุ่งพุ่งแรงในวงการลูกหนัง เขาเพิ่งคว้าแชมป์ เอฟเอ ยูธ คัพ 2011 มากับทีมเยาวชนบีอีซี เทโรศาสน แถมยังโชว์ฟอร์มสุดยอดในปีเดียวกัน ในศึกฟุตบอล ยู-19 ชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก โดยมีเกมที่บดเอาชนะ เกาหลีใต้ 1-0 และเสมอ ญี่ปุ่น 0-0 ก่อนที่ผู้คนจะกล่าวขานเขาว่าเป็น “เมสซี่เจ”

คิงส์ คัพ เมื่อต้นปี 2012 ทีมชาติไทยไปไม่ถึงฝั่งฝัน เนื่องจากแพ้รวด 3 เกมต่อ เดนมาร์ก XI, เกาหลีใต้ ชุดปรีโอลิมปิก และ นอร์เวย์ แต่นั่นคือจุดเริ่มต้นของ ชนาธิป ในสีเสื้อช้างศึกชุดใหญ่

ปลายปีต่อมา หลังจากโชว์ฟอร์มได้ดีในการลงเล่นให้กับบีอีซี เทโรศาสน ชุดใหญ่ปีแรก “เมสซี่เจ” ก็มีชื่อติดทีมชาติไทยชุดรองแชมป์ซูซูกิ คัพ 2012 และหลังจากนั้น เขาก็ติดทีมชาติไทย ชุดใหญ่มาอย่างยาวนาน ร่วมคว้าแชมป์กับทีมชาติไทย และได้เกียรติประวัติส่วนตัวมากมาย โดยที่น่าภาคภูมิใจที่สุด คือการร่วมคว้าแชมป์ คิงส์ คัพ 2016 เมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการแชมป์คิงส์ คัพ ครั้งแรกในรอบ 9 ปี ของทีมชาติไทย เลยทีเดียว

นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม

หนึ่งในนักเตะแนวรับของทีมชาติไทย ชุด ยู-19 ที่ได้ลงเล่นในเกมรอบคัดเลือก ยู-19 ชิงแชมป์เอเชีย เมื่อปี 2011 และสร้างผลงานฮือฮา ด้วยการชนะเกาหลีใต้ 1-0 และเสมอ ญี่ปุ่น 0-0 ชนิดที่ไม่เสียประตูเลย

นฤบดินทร์ สวมบทแบ็คขวาจอมบุก เติมเกมขึ้นมา ก่อนจะรับบอลจาก ดัสกร ทองเหลา และสับไกยิงเข้าไปอย่างสวยงามให้ทีมชาติไทยไล่มาเป็น 1-2 และนั่นคือลูกแรกในทีมชาติไทยชุดใหญ่ของ “เจ้าต้น” อีกด้วย

หลังจากนั้นอีก 1 ปีเศษ นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม ในวัยเพียง 18 ปี เขาก็ถูกเรียกติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ครั้งแรกในชีวิต ในศึกฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์ คัพ ปี 2013 และสามารถแจ้งเกิดได้ทันที

วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือชาวเยอรมัน ยังคงเป็นผู้ให้โอกาสนักเตะดาวรุ่งได้สัมผัสสนามในทีมชาติชุดใหญ่เช่นเคย โดยในเกมแรกกับ ฟินแลนด์ ชุดใหญ่ “วินนี่” จัดการส่ง นฤบดินทร์ ลงเล่นในตำแหน่งแบ็คขวา ร่วมกับแนวรับอีกสามคนอย่าง เจษฎา จิตสวัสดิ์, ชลทิตย์ จันทคาม และ วีระวุฒิ กาเหย็ม โดยมีรูมเมทของเจ้าต้นในทีมบีอีซี อย่าง ชนาธิป สรงกระสินธ์ คอยป่วนแนวรับฟินแลนด์ด้วย

เกมในวันนั้น ฟินแลนด์ ออกนำทีมชาติไทยไปก่อน 2-0 ในช่วงครึ่งแรก ก่อนที่แฟนบอลไทยกว่า 2 หมื่นคน ในสนามสมโภช 700 ปี จังหวัดเชียงใหม่ จะได้เฮกันสนั่น เมื่อนฤบดินทร์ สวมบทแบ็คขวาจอมบุก เติมเกมขึ้นมา ก่อนจะรับบอลจาก ดัสกร ทองเหลา และสับไกยิงเข้าไปอย่างสวยงามให้ทีมชาติไทยไล่มาเป็น 1-2 และนั่นคือลูกแรกในทีมชาติไทยชุดใหญ่ของ “เจ้าต้น” อีกด้วย

แม้เกมในวันนั้น ทีมชาติไทย จะจบสกอร์ด้วยการพ่ายแพ้ ฟินแลนด์ 1-3 จนต้องไปชิงที่สามกับ เกาหลีเหนือ ก่อนจะครองที่สามร่วมเนื่องจากผลเสมอ 2-2 แต่นั่นก็คือ จุดเริ่มต้นของ “เจ้าต้น” กับทีมชาติไทยในทุกชุด ไม่ว่าจะซีเกมส์, เอเชี่ยนเกมส์, ปรีโอลิมปิก รวมถึงทีมชาติไทยชุดใหญ่ ในชุดแชมป์ซูซูกิ คัพ และ คิงส์ คัพ เขาก็ติดทีมชาติไทยมาโดยตลอดตั้งแต่นั้นมา