จุดกำเนิด แฟรงค์ อาเชียมปง : แอฟริกันน้อยจากบุรีรัมย์... สู่แข้งทองเดือนละ 11 ล้าน

“เขาเปรียบเสมือนลูกรักของนาย (หมายถึงเนวิน ชิดชอบ)...ไปไหนมาไหน นายก็พาไป กินข้าวกับครอบครัวก็ไปด้วย เขาเรียกนายว่า ‘แด๊ด’ (Dad)”

ส่วนหนึ่งของคำบอกเล่าจาก รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค อดีตรองกัปตันทีมบุรีรัมย์ พีอีเอ ที่เล่าให้โฟร์โฟร์ทู ไทยแลนด์ ฟังถึงเรื่องราวครั้งหนึ่งของ แฟรงค์ อาเชียมปง กองหน้ากึ่งปีกทีมชาติกาน่า และอันเดอร์เลชท์ ทีมยักษ์ใหญ่แห่งศึกจูปิแลร์ ลีก เบลเยี่ยม ปัจจุบัน  

ปี 2013 หลังจากที่เขาย้ายจากบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไปอันเดอร์เลทช์ ด้วยค่าตัวประวัติศาสตร์ไทยลีก 1 ล้านยูโร… อาเชียมปง วัย 19 ปี (ขณะนั้น) ค่อยๆพัฒนาตัวเองขึ้นมาเรื่อยๆ จนกลายเป็นตัวหลักของสโมสรดังในยุโรป เชิดหน้าชูตาเล่นในเวทียูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และยูฟ่า ยูโรป้า ลีก อย่างต่อเนื่องทุกๆปี ได้ลงสนามพบกับยอดทีมขวัญใจมหาชน ‘แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด’ และกลายเป็นผู้เล่นที่ได้รับค่าเหนื่อยมหาศาลจากลีกจีน...

แฟรงค์ อาเชียมปง วัย 23 ปี วันนี้มาไกลเหลือเกิน… และนี่ คือ เรื่องราวตั้งแต่จุดเริ่มต้นของเขา

เด็กตัวเล็กจากกาน่า

“วันแรกที่ผมเห็นเขาในแคมป์เก็บตัวของสโมสร ผมเห็นเขาตัวเล็กๆ… ไทยลีกยุคก่อนส่วนใหญ่ใช้แต่ผู้เล่นแอฟริกัน ซึ่งแต่ะคนตัวใหญ่ๆ กล้ามเนื้อบึกบึนแข็งแรงกันทั้งนั้น แต่แฟรงค์ไม่ใช่ ผมก็คิดว่า… เขาจะไหวรึเปล่า”

จักรพันธ์ แก้วพรม ห้องเครื่องคนสำคัญของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พูดถึงวันแรกที่เขาพบกับ แฟรงค์ อาเชียมปง เด็กน้อยวัยเพียง 17 ปี ที่เพิ่งข้ามน้ำข้ามทะเลามาจากประเทศกาน่า บ้านเกิดของเขา…

แฟรงค์ เข้ามาสู่ทีม บุรีรัมย์ ซึ่งขณะนั้นยังใช้ชื่อว่า บุรีรัมย์ พีอีเอ พร้อมๆกับนักเตะแอฟริกันรุ่นพี่ ทั้ง ฟร้องค์ โอฮองด์ซ่า, โจเซฟ โอบาม่า และ เอควาล่า อีฟส์ เฮอร์มันน์ แต่ด้วยอายุอานาม ทำให้เขายังไม่ได้ถูกคาดหวังที่จะก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะตัวหลักของทีมแบบทันท่วงที… เช่นเดียวกับ จักรพันธ์ แก้วพรม รวมถึง “กัปตันอ้น” รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค

“นาย (เนวิน ชิดชอบ) เดินมาบอกกับผมในการฝึกซ้อมวันแรกๆที่ แฟรงค์ อาเชียมปง เข้ามา… เขาพูดกับผมว่า เนี่ย… ไอ้เด็กคนนี้ จะเข้ามาเป็นอาวุธใหม่ แค่ทิ้งบอลไปข้างหน้าในจังหวะโต้กลับ เขาก็จะสร้างความแตกต่างได้”

- รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค

“นาย (เนวิน ชิดชอบ) เดินมาบอกกับผมในการฝึกซ้อมวันแรกๆที่ แฟรงค์ อาเชียมปง เข้ามา… เขาพูดกับผมว่า เนี่ย… ไอ้เด็กคนนี้ จะเข้ามาเป็นอาวุธใหม่ แค่ทิ้งบอลไปข้างหน้าในจังหวะโต้กลับ เขาก็จะสร้างความแตกต่างได้” รังสรรค์ เริ่มเล่า

“ตอนแรกๆ ผมมองว่าเขาเป็นเด็กที่นาย คงตั้งใจจะเก็บไว้ใช้ในอนาคต ผมไม่ได้คิดหรอกว่า จะเห็นเด็กอายุ 17 - 18 ปีก้าวมาเป็นตัวหลักของทีม และแฟรงค์ ตอนแรกๆ ก็ดูเหมือนกับจะมีแค่ความเร็ว เล่นยาก ชอบจะไปกับบอลด้วยตัวเองมากเกินไปอยู่เสมอ… แต่นายให้ความมั่นใจในตัวเขามาก”

การข้ามทวีปมาอยู่อีกซีปโลกหนึ่งในวัยไม่ถึง 18 ปี นับเป็นเรื่องใหญ่ แต่ อาเชียมปง ปรับตัวได้อย่างน่าชื่นชม จากเด็กตัวเล็กๆ ที่เข้ามาเจอโลกใหม่ในไทยแลนด์ กลายเป็นที่รักของรุ่นพี่ ภายในทีมอย่างรวดเร็ว

“เขาคงเป็นเด็กตัวเล็ก… และน่าแกล้ง” จักรพันธ์ พูดถึง ‘แฟรงค์ น้องรัก’

“นักเตะแอฟริกันคนอื่นๆ ตัวใหญ่ เราไม่ค่อยกล้าแกล้งกันเท่าไหร่ (ฮา) แต่แฟรงค์ตัวเล็ก และก็น่ารัก เขาจึงตกเป็นเป้าการหยอกล้อของกลุ่มนักเตะไทยอยู่เสมอ”

คงมีไม่บ่อยนักในโลกลูกหนังที่เราจะเห็นประธานสโมสร จะลงมาคลุกคลีกับนักฟุตบอล… นาย เนวิน ชิดชอบ คือ หนึ่งในนั้น และอาเชียมปง ก็เป็นที่ชื่นชอบของนายใหญ่แห่งปราสาทสายฟ้า ถึงขนาดภาพมีอดีตนักการเมืองดังขี่มอเตอร์ไซค์ และให้แฟรงค์ซ้อนท้ายแผ่หราไปทั่วโลกออนไลน์

“เขาเปรียบเสมือนลูกรักของนาย (หมายถึงเนวิน ชิดชอบ)...ไปไหนมาไหน นายก็พาไป กินข้าวกับครอบครัวก็ไปด้วย เขาเรียกนายว่า ‘แด๊ด’ (Dad)” กัปตันอ้นรังสรรค์ เริ่มกล่าว

“แฟรงค์ เป็นเด็กน่ารักของพี่ๆ รวมถึง นาย คงไม่เห็นบ่อยที่นายจะไปรับไปส่งนักเตะต่างชาติ แต่แฟรงค์ก็มีความเป็นมืออาชีพในสนามสูงด้วย และเขาก็แสดงให้ทุกๆคนได้เห็น”

เด็กหนุ่มจากกาน่า ค่อยๆเริ่มสร้างชื่อด้วยการพาบุรีรัมย์ เข้าชิง เอฟเอ ยูธ คัพ ปี 2011 โดยรุ่นนั้นมี ชิติพัทธ์ แทนกลาง, อุกฤษณ์ วงษ์มีมา, ชุติพนธ์ ทองแท้, รวมถึง ปิยะราษฎร์ ลาจังหรีด ทว่าน่าเสียดายที่ดันแพ้ให้กับเด็กเทพมังกรไฟ ที่นำโดย ชนาธิป สรงกระสินธ์, ศนุกรานต์ ถิ่นจอม, และ กิลเบิร์ต คูมสัน อย่างไรก็ตามมันเพียงพอที่จะทำให้เขาได้รับโอกาสมากขึ้นในทีมชุดใหญ่ของ “ปราสาทสายฟ้า” ในครึ่งฤดูกาลหลัง

“เราบอกไม่ได้เหมือนกันว่า แฟรงค์ เริ่มพัฒนาขึ้นมาอย่างรวดเร็วจนเป็นที่ยอมรับกันตั้งแต่เมื่อไหร่… รู้อีกที เขาก็ทำให้คนไทยประจักษ์กันแล้ว” รังสรรค์ กล่าว…

ใช่! แฟรงค์ อาเชียมปง พิสูจน์ตัวเองได้อย่างรวดเร็ว ในครึ่งหลังของปี 2011 เขาเริ่มถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางถึงความเร็วที่จัดจ้านหาตัวจับยาก จนมีส่วนช่วยพาบุรีรัมย์ คว้าแชมป์ลีก สมัยแรก ก่อนยิงประตูชัยแสกหน้า กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ให้ทีมคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ เหนือเมืองทองฯ ยูไนเต็ด 1 - 0 ที่สนามกีฬาแห่งชาติศุภชลาศัย ก่อนที่ 1 เดือนถัดมาซัดประตู เวกัลตะ เซนได ทีมดังจากญี่ปุ่น ในศึกโตโยต้า พรีเมียร์คัพ ได้อีกที่สนามแห่งเดิม ก่อนที่ปราสาทสายฟ้า จะชนะไปในการดวลจุดโทษชี้ขาด…

แฟรงค์น้อย เริ่มถูกยอมรับอย่างสุดใจจากแฟนบอลไทยเสียแล้ว...

เด็กหนุ่มตัวเล็กชาวกาน่าเข้ามาอยู่กับบุรีรัมย์พร้อมข้อกังขา... แต่ทุกอย่างถูกสยบด้วยฝีเท้าของเขา

แฟรงค์น้อยใหญ่เกินไป

เดือนมกราคม 2012 แฟรงค์ อาเชียมปง ได้สัมผัสกับฟุตบอลรายการเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก… ฟุตบอลรายการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทวีปเป็นครั้งแรก และคู่ต่อกรทีมแรก คือ คาชิว่า เรย์โซล ทีมชั้นนำของเจลีก นำทีมโดย เลอันโดร โดมิงเกวส และ ฮิโรกิ ซากาอิ นักเตะตัวหลักทีมชาติญี่ปุ่น และโอลิมปิก มาร์กเซย ในปัจจุบัน แต่ “แฟรงค์เล็ก” ปั่นป่วนแนวรับยอดทีมซามูไร ก่อนพาทีมชนะ 3 - 2 ที่บุรีรัมย์ สเตเดี้ยม และนัดถัดมาบุกไปเจอศึกใหญ่กับ กว่างโจว เอเวอร์แกรนด์ ยอดทีมมหาเศรษฐีของจีน ที่มี ดาริโอ คอนก้า นักเตะอาร์เจนไตน์ที่ว่ากันว่าได้รับค่าเหนื่อยเป็นรองเพียง ลิโอเนล เมสซี่ กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ นำทัพ แถมยังมีนักเตะที่ดีที่สุดของจีนแผ่นดินใหญ่อย่าง เก้า หลิน และ จาง หลินเผิง

ผู้คนต่างคิดว่า “ปราสาทสายฟ้า” เป็นรองทุกกระบวนท่า แต่เกมที่ เทียนเหอ สเตเดี้ยม อาเชียมปง สร้างสรรค์โอกาส และความปวดหัวให้แนวรับยอดทีมแดนมังกรครั้งแล้วครั้งเล่า  และระหว่างสกอร์เสมอกัน 1 - 1 ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 79 ฟร้องค์ โอฮองด์ซ่า ผ่านบอลให้ อาเชียมปง ชาร์จจ่อๆ ที่เสาสองเข้าไปให้บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สร้างเซอร์ไพรส์กว้างไกลไปทั่วเอเชีย ด้วยการชนะ ยอดทีมแข้งพันล้านได้สำเร็จ 2 - 1…

ชมคลิปการปั่นป่วนแนวรับกว่างโจว เอเวอร์แกรนด์ ของ แฟรงค์ อาเชียมปง ได้ที่นี่

ณ ตอนนั้นมีหลายทีมจากสโมสรในยุโรปเริ่มให้ความสนใจใตัวของ “แฟรงค์เล็ก” แต่ไม่มีสโมสรใดยื่นข้อเสนอถึง 1 ล้านยูโร ตามที่ นายเนวิน ตั้งไว้ การย้ายทีมจึงนิ่งเงียบไป ทว่าที่ยังดังต่อ คือ ฝีเท้าของ อาเชียมปง เอง…

แม้บุรีรัมย์ไม่ได้คว้าแชป์ลีกในปีนั้น เพราะความไร้เทียมทานของ “กิเลนผยอง” แต่ แฟรงค์ ก็พาทีมต้นสังกัดเถลิงบัลลังก์แชมป์ เอฟเอ คัพ และโตโยต้าลีกคัพ ได้สำเร็จ ทั้งยังเป็นดาวซัลโวของสโมสร ด้วยการยิงไป 12 ประตูในปีดังกล่าว ทั้งที่เพิ่งอายุได้ 18 - 19 ปีเท่านั้น

ฝีเท้าของ อาเชียมปง ใหญ่เกินทีมดังจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

อาเชียมปง พาบุรีรัมย์คว้าแชมป์ได้มากมาย แม้อยู่กับสโมสรในเมืองไทยได้แค่ 2 ฤดูกาล

-ติดตามเรื่องราวชีวิตของ อาเชียมปง ในเวทีลูกหนังยุโรปหน้าถัดไป-