ชาบูคอนเต้ : 5 เรื่องที่เห็นในเกมเชลซีแซงชนะวัตฟอร์ดสุดดราม่า

John Robertson คอลัมนิสต์ของเราจะมาวิเคราะห์เกมที่ เชลซี บุกไปชนะ วัตฟอร์ด ถึงถิ่น ผ่าน Stats Zone

หลังจากที่ผู้จัดการของทั้งสองทีมอย่าง วอลเตอร์ มาซซารี่ และ อันโตนิโอ คอนเต้ เคยฟาดฟันแย่งแชมป์กันมาที่ อิตาลี อยู่หลายปี มาวันนี้ ทั้งคู่เปลี่ยนบรรยากาศมาดวลกึ๋นกันในอังกฤษบ้าง

ซึ่งสถิติที่ผ่านมานั้น ทีมของ คอนเต้ มักจะทำได้ดีกว่าเสมอ มาซซารี่ เสมอ โดย อดีตกุนซือยูเวนตุส แพ้เพียงครั้งเดียวต่อ อดีตนายใหญ่นาโปลี จากการดวลกันทั้งหมด 7 ครั้ง

และเกมนี้ คอนเต้ ก็ตอกย้ำชัยเหนือ มาซซารี่ ได้อีกครั้ง

โดย “แตนอะละวาด” ของ มาซซารี่ ใช้ระบบ 3-5-2 ต่อเนื่อง หลังจากที่เกมแรกกับ เซาแธมป์ตัน นั้น ผลงานออกมาใช้ได้ โดยดาวเด่นของเจ้าถิ่นนำโดย โอเดียน อิกาโล่ และ ทรอย ดีนี่ย์

ขณะที่ทีมเยือน เปลี่ยนหนึ่งตำแหน่งจากเกมกับ เวสต์แฮม โดย เปโดร ได้รับโอกาสแทน วิลเลี่ยน ที่มีอาการบาดเจ็บ ที่น่าสนใจคือ เชส ฟาเบรกาส ยังคงอยู่บนม้านั่งสำรองเหมือนเดิม

1. กองหลังเชลซีไหวไหม?

ในเกมกับ เวสต์แฮม นั้น แผงหลังของ เชลซี สามารถรับมือกับแนวรุก “ขุนค้อน” ได้ดี เพราะว่า มีเพียง แอนดี้ แคร์โรลล์ เท่านั้นที่ยืนค้ำกับเหล่าแบ็คโฟร์ ทว่าเกมนี้ เมื่อพวกเขาต้องมาเจอกับ อิกาโล่ และ ดีนี่ย์ ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป

โดย จอห์น เทอร์รี่ และ แกรี่ เคฮิลล์ สู้กับสองหัวหอกเจ้าถิ่นได้เฉพาะความแข็งแกร่ง แต่เรื่องความปราดเปรียวนั้น ดูโอเซนเตอร์แบ็ค แพ้กระจุย จนทำให้ คอนเต้ ต้องบีบให้ฟลูแบ็คสองฝั่งหุบเข้ามาช่วยทั้งคู่

ซึ่งประตูที่ วัตฟอร์ด ได้ก็เกิดจากจังหวะหุบเข้ามาของ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า จนทำให้พื้นที่ทางขวาเปิด และทำให้ เอเตียน กาปู ยิงเข้าไป อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ความผิดของ แบ็คชาวสเปน คนเดียว เพราะที่จริงแล้ว เปโดร ก็ควรถอยลงมาช่วยทีมประกบตัวในตำแหน่งนั้นเช่นกัน

การคุมพื้นที่คือปัญหาของ “สิงโตน้ำเงินคราม” ตลอด 90 นาที โดยเฉพาะเมื่อพวกเขาโดนตัดบอลในขณะกำลังทำเกมรุก โดยเจ้าถิ่นเมื่อตัดบอลได้ ก็จะรีบส่งต่อให้ นอร์ดิน อัมราบัต โต้กลับเร็ว และรีบเปิดบอลให้ อิกาโล่ และ ดีนี่ย์ ลุ้นทำประตู

การที่ มาซซารี่ วางแผนมาบุกทางด้านข้างทำให้สองตัวตัดเกมอย่าง เอ็นโกโล่ ก็องเต้ และ เนมานย่า มาติช ไม่กล้าที่จะออกไปหยุดเกมเต็มที่ และนั่นทำให้เกมรับของทีมดังแห่งกรุงลอนดอนต้องรับมือกับลูกโด่งอย่างหนัก

และทางที่ดี คอนเต้ จำเป็นต้องหาทางหยุดแผนการนี้ของคู่แข่ง มิฉะนั้นแล้ว เกมต่อๆไป เราคงได้เห็นหลายทีมที่มีทีเด็ดกว่า วัตฟอร์ด โจมตีพวกเขาเช่นนี้อีก

2. ก็องเต้ คุ้ม

เป็นอีกเกมที่ ก็องเต้ แสดงให้เห็นถึงความเก่งกาจของเขา โดยนัดนี้ กองกลางทีมชาติฝรั่งเศส รับบอลคล้ายๆเดิมกับเกมที่พบ เวสต์แฮม ด้วยการไปยืนอยู่หน้าระหว่าง เทอร์รี่ และ เคฮิลล์ พร้อมรับบทสวีปเปอร์ในบางจังหวะด้วย อีกทั้ง ก็องเต้ ยังเป็นตัวรับบอลจาก ธิโบต์ คูร์ตัวส์ เพื่อเป็นคนตั้งเกมขึ้นไปให้กับทีม เนื่องจาก อดีตดาวเตะเลสเตอร์ ทำหน้าที่ตรงนี้ได้ดีกว่าสองเซนเตอร์แบ็คของทีม

ซึ่งการมี ก็องเต้ ยืนสกรีนหน้าแผงหลัง ก็ช่วยให้ เชลซี ดูดีมีอนาคตกว่าปีที่แล้วเยอะ

อีกทั้งการได้มาจับคู่กับคนที่ถนัดเกมรับอีกคนอย่าง มาติช ก็ยิ่งทำให้ “สิงโตน้ำเงินคราม” มีกำแพงก่อนถึงหน้าบ้านของตัวเอง โดย ก็องเต้ จะรับบทในการยืนเป็นตัวต่ำคอยอ่านเกม ส่วน มาติช จะเป็นตัวไล่บรรดาตัวทำเกมของคู่แข่ง

ซึ่งนี่คือจุดเด่นที่สุดของ เชลซี ชุดนี้เลยก็ว่าได้

3. แนวรุกขาดจินตนาการของเชลซี

แดนกลางไม่ใช่ปัญหาของ “สิงโตน้ำเงินคราม” ทว่า การประสานงานของเกมรุกยังมีปัญหาอยู่พอสมควร โดยการเล่นของ ออสการ์ กับ มาติช ดูยังไม่ไหลลื่นเท่าที่ควร และไม่สามารถเจาะแนวรับเจ้าถิ่นได้

โดย มาติช ไม่สามารถสร้างจังหวะอันตรายให้กับทีม ทั้งๆที่มีโอกาสสวยๆหลายครั้ง เช่นเดียวกับ ออสการ์ ที่ไม่มีจังหวะผ่านสวยๆหรือสร้างโอกาสให้กับทีมแม้แต่ครั้งเดียว

ซึ่งทุกอย่างเปลี่ยนไป เมื่อ คอนเต้ ส่ง มิชี่ บัตชูอายี่ และ ฟาเบรกาส ลงมา จนเป็นจุดเปลี่ยนของเกมได้สำเร็จ

4. 4-4-2 พิฆาต 3-5-2

เชลซี ปรับมาใช้ระบบ 4-4-2 ในช่วง 25 นาทีสุดท้ายของเกม หลังจากที่แผน 3-5-2 ของ วัตฟอร์ด ทำให้พวกเขาหมดปัญญาเจาะ

โดย เอเด็น อาซาร์ ที่เล่นได้โดดเด่นในเกมที่แล้ว หายเงียบไป เนื่องจากเจอการยืมล้อมหน้าประตูถึง 7 คนของ “แตนอะลาวาด” 

ซึ่งจากสถิติในครึ่งแรกจะเห็นได้ว่า ลูกทีมของ คอนเต้ มีโอกาสยิงเพียงครั้งเดียว ก่อนที่ กุนซือชาวอิตาเลียน จะเปลี่ยนระบบในครึ่งหลัง พร้อมกับแก้เกมด้วยการส่งสองตัวรุกลงมา พร้อมกับทำให้ทีมคว้าสามคะแนนกลับบ้านได้สำเร็จ

5. ฟาเบรกาส กลับมา?

การลงสนามเกมแรกของ ฟาเบรกาส ในซีซั่นนี้ ช่วยให้ทีมคว้าชัยได้ โดย อดีตกองกลางอาร์เซนอล ลงสนามไปในช่วง 12 นาทีสุดท้ายของเกม พร้อมกับช่วยให้ บัตชูอายี่ ยิงประตูได้

ซึ่งจากผลงานที่ออกมาชี้ชัดว่า แนวรุกของทีมดูมีชีวิตชีวามากขึ้น เมื่อมี ฟาเบรกาส อยู่ในสนาม โดยเฉพาะ ดิเอโก้ คอสต้า ที่ยิงประตูชัยได้

ดังนั้น คอนเต้ จำเป็นต้องคิดว่า จะเอาอย่างไรดีกับ ดาวเตะทีมชาติสเปน?

จะเอา ออสการ์ ออก แล้วส่ง ฟาเบรกาส ลงไปแล้ว หรือ จะเปลี่ยนระบบไปอีก?

หรือ คอนเต้ จะคิดลึกกว่านั้น ด้วยการดร็อปเขาไว้เป็นตัวสำรอง เพื่อจุดไฟในตัว ฟาเบรกาส ต่อไป

ทั้งหมดต้องโทรถามนายใหญ่ชาวอิตาลีเท่านั้น(ฮา)…

สถิติหลังเกม

  • ดิเอโก้ คอสต้า ยิงในลีกได้สามนัดติดต่อกันเป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือนมกราคม ปี2015
  • นับตั้งแต่ เชส ฟาเบรกาส กลับคืนสู่พรีเมียร์ลีก ไม่มีนักเตะคนใดทำแอสซิสต์ได้มากกว่าเขาแล้ว (26 ครั้ง)
  • มิชี่ บัตชูอายี่ ยิงหรือจ่ายได้ตลอดสองเกมที่ผ่านมา ทั้งๆที่ลงมาเป็นตัวสำรองทั้งหมด
  • เอเด็น อาซาร์ เพิ่งจ่ายแอสซิสต์ที่ 2 ใน 26 เกมลีกล่าสุด
  • เอเตียน กาปู ยิงสองเกมติดต่อกันเป็นครั้งแรก ทั้งๆที่สถิติก่อนหน้านี้ของ กาปู คือ ลง 57 ยิง 1
  • เชลซี เก็บคลีนชีทได้เพียงครั้งเดียวจาก 8 เกมเยือนหลังสุดในพรีเมียร์ลีก
  • อันโตนิโอ คอนเต้ คุมทีมแพ้เพียงเกมเดียวจาก 32 เกมลีกหลังสุด (ชนะ 29 เสมอ 2)

New features every day on FourFourTwo.com

STATS ZONE Free on iOS • Free on Android