Analysis

ซาดอร์ อัซมูน : ฉายา 'เมสซี่อิหร่าน' แต่เล่นเหมือน 'CR7'

กองหน้าตัวความหวังของนักรบเปอร์เซียร์ พึ่งทำสองประตูคว้าชัยมาจาก เวียดนาม ไปได้ 2-0 เขายิงไปแล้ว 3 จาก 2 เกมที่ลงสนามใน เอเชียน คัพ 2019 ถ้าคุณอยากรู้จักเขาให้มากกว่านี้ ติดตามได้ที่นี่

We are part of The Trust Project What is it?

เรื่องสั้น 60 วินาที

กองหน้าดาวรุ่งทีมชาติอิหร่าน ซาร์ดาร์ อัซมูนเริ่มต้นเส้นทางฟุตบอลเมื่ออายุเพียง 9 ปี แต่อัซมูนก็เกือบจะไม่ได้เล่นฟุตบอลอย่างเช่นในตอนนี้ หลังจากถูกเรียกตัวติดทีมชาติอิหร่านรุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี แต่ปีถัดมาดาวรุ่งนักกีฬารายนี้ก็เลิกเล่นฟุตบอลไประยะหนึ่งเพื่อหันไปเอาดีกับกีฬาวอลเลย์บอล โชคยังดีที่ครอบครัวสนับสนุนการตัดสินใจของเจ้าหนุ่มน้อยที่อยากจะกลับมาเล่นฟุตบอลอีกครั้ง

หลังจากนั้นไม่นาน อัซมูนก็ได้รับข้อเสนอจากสเก๊าท์ให้เข้าร่วมทีมท้องถิ่น อัซมูนพัฒนาฝีเท้าได้อย่างก้าวกระโดดจนถูกเรียกตัวติดทีมชาติอิหร่านชุดอายุไม่เกิน 17 ปีและ 19 ปี หัวหอกดาวรุ่งได้ลงเล่นในฟุตบอลคอมมอนเวลธ์ คัพ ที่ประเทศรัสเซียในปี 2012 และครองตำแหน่งดาวยิงสูงสุดประจำทัวร์นาเมนต์ด้วยการยิง 7 ประตูในการลงสนาม 6 เกม และนั่นทำให้ความสามารถเตะตาแมวมองชาวรัสเซียจนนำไปสู่การย้ายไปร่วมทีมรูบิน คาซาน ในลีกรัสเซีย

ดาวยิงอิหร่านเบิกสกอร์แรกให้กับทีมใหม่ในเกมยูฟ่า ยูโรป้าลีกรอบคัดเลือกรอบสุดท้ายที่รูบิน คาซาน พบกับมัลเดอ เอฟเค จากลีกนอร์เวย์ ดาวยิงวัย 18 ปีถูกส่งลงสนามในนาทีที่ 64 และเพียง 20 นาทีหลังจากลงมาสัมผัสผืนหญ้า อัซมูนก็สามารถบันทึกชื่อตัวเองในฐานะผู้ยิงประตูให้รูบิน คาซานหลังจากลงสนามกับทีมชุดใหญ่เพียงเกมที่ 2 เท่านั้น และสร้างสถิติขึ้นไปอยู่ร่วมกับตำนานฟุตบอลอิหร่าน อาลี ดาอี, เมห์ดี้ มาห์ดาวิเคีย และยาวาด เนคูนาม ที่ต่างก็เคยยิงประตูในเกมชิงแชมป์ระดับยุโรปมาแว

จากนั้นอัซมูนถูกปล่อยตัวให้เอฟเค รอสตอฟ ยืมไปใช้งานในช่วงต้นปี 2015 เพื่อพยายามกู้ชีพทีมมินเนาส์ให้รอดพ้นการตกชั้น ก่อนที่รอสตอฟจะดึงตัวเขาไปร่วมทีมถาวรในปีต่อมา และทำผลงานได้ดีจน รูบิน คาซาน ดึงกลับไปอีกครั้งในปี 2017

เขาเป็นใคร ทำไมต้องรู้จัก?

แฟนฟุตบอลชาวอิหร่านอยากเห็นเกมฟุตบอลเร็วและกระชับ ความเร็วและความสวยงามเป็นส่วนสำคัญที่จะดึงดูดแฟนฟุตบอลในอิหร่านให้เข้ามาชมเกม แท็กติกเกมรับถูกแฟนฟุตบอลวิจารณ์ว่าน่าเบื่อแม้ว่าจะช่วยให้เอาชนะได้ก็ตาม และนั่นคือสาเหตุที่นักเตะอย่างอาลี ดาอี หรืออาลี คาริมี่ สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับคนดูด้วยทักษะฟุตบอลยอดเยี่ยมจนกลายเป็นที่ชื่นชอบและเป็นขวัญใจแฟนฟุตบอลทั้งประเทศ

หลังจากอาลี ดาอี ประกาศอำลาทีมชาติหลังจบฟุตบอลโลก 2006 ทีมเมลลี่ก็ยังไม่มีดาวยิงพรสวรรค์คนไหนที่จะมาเป็นหัวหอกเกมบุก แต่กูรูฟุตบอลในอิหร่านกำลังจับตามองอัซมูนในฐานะนักเตะเพียงหนึ่งเดียวที่มีศักยภาพพอที่จะสร้างผลงานได้เหมือนอาลี ดาอี นักฟุตบอลตำนานทีมชาติอิหร่าน

การย้ายไปสู่ฟุตบอลยุโรปด้วยวัยเพียง 18 ปี เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าอัซมูน มีอนาคตฟุตบอลสดใสรออยู่ข้างหน้า การยิงประตูในเกมกับทีมอย่างเกาหลีใต้, อิรักและกาตาร์ในเกมกระชับมิตรและในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติเอเชีย 2015 ที่ออสเตรเลีย ได้แสดงให้เห็นถึงพลังและความสามารถในการทะลวงตาข่ายและอนาคตของดาวยิงทีมเมลลี่รายนี้

ในปี 2016 อัซมูน มีส่วนสำคัญช่วยให้ต้นสังกัดอย่าง รอสตอฟ ในลีกรัสเซีย ได้มาเล่นในรายการ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร ซึ่งเขาก็คือหนึ่งในนักเตะที่โดดเด่นที่สุดแท้ว่าทีมจะตกรอบก็ตาม โดยได้ฝากประตูแห่งความทรงจำใส่ บาเยิร์น มิวนิค ยักษ์ใหญ่ของศึก บุนเดสลีกา เอาไว้ และ แอตเลติโก มาดริด

และใน เอเชียน คัพ 2019 ที่กำลังฟาดแข้งอยู่นี้ เขาคือกองหน้าความหวังของนักรบเปอร์เซียร์ที่พึ่งยิงเบิ้ลทำสองประตูใส่เวียดนามไปในรอบแบ่งกลุ่ม รวมกับหนึ่งประตูที่ทำได้ในเกมแรก เขายิงไปแล้ว 3 จาก 2 เกมที่ลงเล่น

จุดแกร่ง

ด้วยวัย 24 ปี อัซมูนมีสกิลยอดเยี่ยมมากมายทั้งในและนอกสนาม ที่อิหร่าน อัซมูนมักจะถูกยกไปเปรียบเทียบกับลีโอเนล เมสซี่ จอมทัพทีมชาติอาร์เจนไตน์ ด้วยสไตล์การลากเลี้ยงคล่องแคล่ว ความสามารถในการอ่านเกม ทักษะการครองบอล สายตาเพชรฆาตที่มองเห็นจังหวะยิงประตู และความสามารถในจังหวะจบสกอร์ เป็นสกิลสำคัญของอัซมูน แต่ไปๆมาๆ การเล่นของเจ้าตัวจะดูคล้ายคลึงกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เสียมากกว่า ส่วนนอกสนามแข่ง ซาร์ดาร์ อัซมูนเป็นเด็กหนุ่มติดดินนิสัยดีที่ชื่นชอบการเรียนรู้สิ่งต่างๆ จากโค้ช

สำหรับอัซมูน ซึ่งมองว่าตัวเองโชคดีที่มีโอกาสได้ร่วมงานกับ คาร์ลอส เกียร์รอซ อดีตโค้ชเรอัล มาดริดและทีมชาติโปรตุเกส แม้จะไม่ได้ติดทีมชาติอิหร่านชุดฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล แต่ซาร์ดาร์ก็ได้กล่าวคำชมเชยถึงความสามารถด้านเทคนิคและความสามารถในการจัดการทีมของเกียร์รอซและยอมรับว่ามีเรื่องที่จะต้องเรียนรู้จากผู้จัดการทีมชาวโปรตุกีสอีกมากมาย

อัซมูน และทีมชาติ อิหร่าน เข้ามาร่วม เอเชียน คัพ 2019 โดยเป็นหนึ่งในทีมตัวเต็ง ทางด้าน คาร์ลอส เกียร์รอซ ก็คุมทีมมาตั้งแต่ปี 2011 ซึ่งแน่นอนว่าเป้าหมายของพวกเขาคือการกลับมาเป็นแชมป์ให้ได้ หลังจากคว้าแชมป์ครั้งสุดท้ายได้ต้องย้อนกลับไปในปี 1976

จุดอ่อน

อัซมูนสารภาพว่า ช่วงแรกของเขาในพรีเมียร์ลีกรัสเซียมีนักเตะหลายคนที่แข็งแกร่งกว่าเขามาก ซึ่งนั่นเป็นปัญหากับร่างกายที่ค่อนข้างผอมบางจนไม่สามารถเข้าไปเล่นจังหวะปะทะตัวต่อตัวได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนักเตะรูปร่างสูงใหญ่และแข็งแกร่ง และด้วยสาเหตุใดก็ไม่ทราบได้ อัซมูนจะถูกเกี่ยวล้มหรือสกัดล้มได้ง่ายในจังหวะที่เข้าปะทะกับนักเตะคนอื่น แต่อย่างไรก็ตาม อัซมูน โลดแล่นอยู่ที่รัสเซียมาแล้วถึง 6 ปี และปัจจุบันเขาก็กลายเป็นตัวหลักที่ทีมขาดไม่ได้ไปเสียแล้ว

เขาว่ากันว่า....

คาร์ลอส เกียร์รอซ เคยร่วมงานกับนักเตะกองหน้าเก่งๆ ของโลกหลายต่อหลายคน รววมถึงคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดังนั้นเมื่อเกียร์รอซกล่าวถึงดาวยิงอิหร่านว่า ความสามารถในการยิงประตูของอัซมูนในเกมที่พบกับทีมชาติอิหร่านเป็นประตูสุดสวยที่แม้แต่ดาวยิงระดับโลกยังต้องภูมิใจ ผู้คนจึงเริ่มหันมาให้ความสนใจกับอัซมูน

“มันเป็นการเล่นที่ยอดเยี่ยมมากสำหรับกองหน้าตัวเป้า” เกียร์รอซกล่าว “การเคลื่อนที่ไปพร้อมกับบอลของอัซมูนทำได้ดีมาก สำหรับนักเตะอายุเท่านี้ เขามีอนาคตที่สดใสรออยู่แน่นอน”

รู้หรือไม่?

ซาร์ดาร์ อัซมูน มาจากแถบจังหวัด โกลสตาน ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอิหร่าน ผู้คนในเมืองบ้านเกิดต่างก็ภาคภูมิใจที่ซาร์ดาร์ เป็นตัวแทนของเมืองเล็กๆ แห่งนี้ไปร่วมทีมชาติอิหร่านและลงเล่นในยุโรป

“ตอนที่ผมยิงประตูได้ในเกมที่พบกับ มัลเดอร์ เอฟเค จากนอร์เวย์ ผู้คนจากเมืองบ้านเกิดของผมพากันฉลองประตูหลังเกมจบและต่างก็ดีใจที่ได้เห็นผมยิงประตูได้ในถ้วยยุโรป” ซาร์ดาร์ กล่าว

และเช่นเดียวกัน ดาวยิงวัย 24 ปีก็รักบ้านเกิด ที่ทะเบียนรถในเมืองบ้านเกิดขึ้นต้นด้วย 69 และเป็นเหตุผลที่ดาวรุ่งรายนี้เลือกสวมเสื้อหมายเลข 69 เพื่อแสดงความภาคภูมิใจที่ได้เป็นตัวแทนบ้านเกิดและผู้คนในเมืองโกลสตาน

โปรดติดตามตอนต่อไป?

อัซมูน ในวัย 24 ปี และโค้ชที่ร่วมงานกันมาด้วยถึง 8 ปี การเป็นเจ้าแห่งเอเชียคือเป้าหมายที่พวกเขาโหยหามาอย่างยาวนาน นักรบแห่งเปอร์เซียร์ จะไปถึงฝันของพวกเขาหรือไม่? โปรดติดตามตอนต่อไป... ใน เอเชียน คัพ 2019 ที่กำลังฟาดแข้งอยู่ในขณะนี้

ติดตามบทความฟุตบอลที่คุณรักเพิ่มเติมได้ที่ FourFourTwo.com