Analysis

ช้างศึก ปะทะ พยัคฆ์เอเชีย : 7 แมตช์ดราม่าไทย-เกาหลีใต้

We are part of The Trust Project What is it?

6. ไทย 1-2 เกาหลีใต้, เอเอฟซี ยู-19 แชมเปี้ยนชิพ 2016 รอบคัดเลือก

ขึ้นชื่อว่าเป็นเกมระหว่างไทยกับเกาหลีใต้แล้ว มักจะเข้มข้นอยู่เสมอ ไม่เว้นแม้กระทั่งชุดเล็ก... โดยเมื่อปีที่แล้วไทยได้ถูกจับให้มาอยู่สายเดียวกับเกาหลีใต้ในรอบคัดเลือก และเหมือนเป็นโชคชะตาฟ้าลิขิตให้มีโปรแกรมต้องมาเจอกันเองในนัดสุดท้าย ราวกับจะรู้ว่ายังไง 2 ทีมนี้จะต้องมาตัดกันเองเพื่อหาแชมป์กลุ่มอย่างแน่นอน

แล้วก็เป็นไปตามคาดเมื่อทั้งคู่ต่างตบเด็กร่วมสายอย่างสิงคโปร์, ไต้หวัน และหมู่เกาะนอร์เทิร์น มาเรียน่า เก็บ 9 แต้มเต็ม แต่ประตูได้เสียไทยเป็นรองจึงต้องเอาชนะให้ได้สถานเดียวเพื่อเข้ารอบเป็นแชมป์กลุ่ม จะได้ไม่ต้องลุ้นเป็นทีมอันดับ 2 ที่ดีที่สุด

และจากการที่เล่นในบ้านรวมถึงสถานการณ์บีบบังคับ ทำให้ทีมชาติไทยก็เป็นฝ่ายกล้าเล่นกล้าบุกเปิดเกมรุกเร็วนวดซ้ายทีขวาทีแบบไม่กลัวศักดิ์ศรีของเกาหลีใต้ เล่นเอาขุนพล “โสมขาว” ไปไม่เป็นกระบวนหลังพิงเชือกอยู่แต่ในแดนของตัวเอง

อย่างไรก็ตามเกาหลีก็ขึ้นชื่อว่าเป็นเกาหลี พวกเขาใช้โอกาสน้อยนิดที่มีให้เกิดความคุ้มค่า เมื่อ อิม มิน ยอก จ่ายให้ ตัง จี ฮอน หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปยิงนิ่มๆ ถึงตรงนี้พลพรรค “ช้างศึก” ต้องเจองานหนักเป็น 2 เท่า

ซึ่งหลังจากที่ได้ประตูขึ้นนำ เกาหลีใต้ก็พยายามเล่นนอกเกมหวังจะยั่วยุและทำลายจังหวะเกมแข้งสยามอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นการตอดเล็กตอดน้อยทั้งตอนที่มีบอลหรือไม่มีบอล หรือแม้กระทั่งเตะด้านหลังเอาดื้อๆ เล่นเอา วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ เพลย์เมคเกอร์กัปตันทีมถึงกับเดือดจนหวิดจะมีมวยหมู่ในสนามเลยทีเดียว

แต่เมื่อเลือกที่จะเล่นแบบตั้งรับก็มีแต่จะรอโดนเท่านั้น เมื่อ “โค้ชจุ่น” อนุรักษ์ ศรีเกิด ตัดสินใจส่งตัวสำรองลงมา 3 คนในเวลาไล่เลี่ยกัน จนมาได้ประตูตีเสมอจาก ศิริมงคล จิตรบรรจง ตัวโจ๊กเกอร์ที่อาศัยลูกขยันไล่บอลจากจังหวะกั๊กกันของกองหลังทีมเยือนก่อนจะแปเน้นๆ เข้าไปในช่วง 20 นาทีสุดท้าย

และเมื่อสกอร์กลับมาเท่ากันก็กลายเป็นว่าเกาหลีใต้เป็นฝ่ายหงุดหงิดเสียเองเพราะตัวเองก็กลัวแพ้จนเกิดจลาจลย่อยๆ ถึง 2 ครั้งในช่วง 20 นาทีสุดท้าย เมื่อ อู ชาน ยาง ไปผลักอกศิริมงคล จนเพื่อนๆ เข้ามาผสมโรงกันใหญ่ แล้วหลังจากนั้นไม่กี่นาที อี ดอง จอน ตัวสำรองก็เกิดฟิวส์ขาดไปผลัก ศฤงคาร พรหมสุภะ เนื่องจากเสียบอลแล้วแย่งกลับมาไม่ได้ ผู้ตัดสินเลยให้ใบแดงไล่ออกจากสนาม

ถึงตรงนี้บรรยากาศกองเชียร์ในสนามจากที่เร่าร้อนอยู่แล้วก็กระหึ่มขึ้นมาอีกครั้งหวังกระตุ้นให้เด็กๆ ยิงประตูชัยให้ได้ แต่กลายเป็นว่ามาโดนยิงในช่วงท้ายเกมเสียเองจากจังหวะสวนกลับที่ คิม มู กอน  ใช้มือสัมผัสบอลก่อนหลุดเข้าไปยิงเสียบ 3 เหลี่ยมบน ขณะที่นักเตะ, สต๊าฟฟ์โค้ช รวมถึงกองเชียร์ที่อยู่หลังโกลพยายามจะฟ้องกรรมการว่าเป็นลูกแฮนด์บอลแต่ก็ไม่สำเร็จ เรียกเสียงโห่ฮาและก่นด่าจากกองเชียร์ในสนามเอสซีจี สเตเดี้ยม ทั้งตัวแข้ง “โสมขาว” และทีมงานผู้ตัดสินเอง

แม้จะกอดคอกันเข้ารอบในภายหลัง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเกมนี้มีความ “ดราม่าเข้มข้น” ทั้งใบแดง, มวยหมู่, ประตูท้ายเกม และแฮนด์บอลยิ่งกว่าแมตช์ของทีมชุดใหญ่บางนัดเสียอีก