Analysis

ช้างศึก ปะทะ พยัคฆ์เอเชีย : 7 แมตช์ดราม่าไทย-เกาหลีใต้

We are part of The Trust Project What is it?

1. ไทย 2-1 เกาหลีใต้, เอเชียน เกมส์ 1998

ขนลุก? หัวใจเต้น? กระชากอารมณ์? ไม่รู้สิ… แต่มันหาคำมาบรรยายความดราม่าของเกมนัดนี้ไม่ได้ง่ายๆ เลย…

เอเชี่ยน เกมส์ 1998 ที่กรุงเทพมหานคร นับเป็นครั้งสุดท้ายที่ไม่จำกัดรุ่นอายุนักฟุตบอล และทีมชาติไทยประกอบไปด้วยแข้งชุดดรีมทีม ทั้ง เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง, กฤษดา เพี้ยนดิษฐ์, ดุสิต เฉลิมแสน, ตะวัน ศรีปาน, สุรชัย จตุรภัทรพงศ์, เสนาะ โล่งสว่าง, นที ทองสุขแก้ว รวมถึง วรวุฒิ ศรีมะฆะ ภายใต้การคุมทีมของ ปีเตอร์ วิธ อดีตตำนานกองหน้าของแอสตัน วิลล่าชาวอังกฤษ

เกมนี้เป็นเกมรอบก่อนรองชนะเลิศ ไทย พบกับ เกาหลีใต้ ที่เพิ่งคว้าอันดับ 4 ในเอเชี่ยน เกมส์ ครั้งก่อนหน้านี้ (ปี 1994 ที่ฮิโรชิม่า) โดยพวกเขาขนนักเตะฝีเท้าดีที่เพิ่งผ่านการแข่งขันฟุตบอลโลก 1998 ที่ประเทศฝรั่งเศสมาหมาดๆ ถึง 5 คน ทั้ง ชอย ซอง ยอง กุนซือซูวอน บลูวิงส์ ในปัจจุบัน, อี ดอง กุ๊ก ดาวรุ่งวัย 19 (ที่ต่อมากลายเป็นสุดยอดกองหน้าทีมชาติเกาหลีใต้ และปัจจุบันยังเล่นให้กับ จอนบุก ฮุนได มอเตอร์) ตลอดจน ชอย ยอง ซู กุนซือเอฟซี โซล ในปัจจุบัน.. แน่นอนเป้าหมายของพวกเขา คือ การไปได้ไกลกว่า อชก. ครั้งก่อนที่ญี่ปุ่น

การดวลกับทีมชาติไทย ในรอบน็อคเอ๊าท์แบบนี้ ทัพนักเตะ “พลังโสม” ลงเล่นท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัดตั้งแต่เวลา 14.00 น. แต่มันไม่ได้ทำให้พวกเขาอ่อนแอลงแต่อย่างใด เกาหลีใต้ ยังแข็งแกร่ง และมาได้เปรียบตัวผู้เล่นในครึ่งหลัง เมื่อวรวุฒิ ศรีมะฆะ ไปเล่นนอกเกมใส่ ปาร์ค จิน ซอป ทำให้ไทยเหลือ 10 คน แต่จากลูกฟรีคิกนาทีที่ 81 เสนาะ โล่งสว่าง เปิดบอลให้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง สอดเข้ามายิงให้ไทยขึ้นนำหน้าตาเฉย ทั้งที่ตัวผู้เล่นน้อยกว่า…

แต่ 4 นาทีถัด สุรชัย จิระศิริโชติ ไปทำฟาล์วโดนใบเหลืองที่ 2 ไทยเหลือ 9 คน และจากจังหวะต่อเนื่อง ยู ซาง โชล ที่เพิ่งผ่านการเล่นฟุตบอลโลก ที่แดนน้ำหอม รับอาสายิงอัดเข้าประตูไปให้เกาหลีใต้ ตีเสมอ เป็น 1 ต่อ 1 ครบ 90 นาทีเสมอกัน ต้องต่อเวลาพิเศษออกไป ท่ามกลางความเลือนลางที่จะเอาชนะได้ของแข้งไทย...

ลำพังศักยภาพก็เป็นรองอยู่แล้ว ตัวผู้เล่นก็เหลือน้อยกว่าตั้ง 2 คน สภาพกำลังใจก็สู้ไม่ได้ แต่เพราะเสียงเชียร์ในสนาม อาจเปลี่ยนโชคชะตาในนัดนี้ หลังต่อเวลาพิเศษมาได้แค่ 5 นาที ไทยได้ฟรีคิกเยื้องไปทางซ้ายระยะร่วม 40 ดุสิต เฉลิมแสน เขี่ยบอลให้ ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล ที่ไม่รู้คิดอะไรวิ่งมาซัดดื้อๆ บอลเสียบสามเหลี่ยม หมดปัญญาที่ คิม เบียง กี จะพุ่งปัดได้… ไทยชนะปาฏิหาริย์แบบสุดแสนดราม่าเกินจะบรรยาย เสียงของคนไทยในยุคนั้นตะโกนร้องลั่นบ้านแทบแตกหากไม่ได้อยู่ที่สนาม กระทั่งผู้บรรยายเกมในวันนั้นอย่าง “บิ๊กจ๊ะ” สาธิต กรีกุล ยังหลุดร้องเสียงหลงด้วยความสะใจจนขนลุก…

ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล เคยกล่าวไว้ถึงการเป็นผู้ทำประตูชัยแมตช์นั้นว่า...

“ก่อนถูกเปลี่ยนตัวลงไป ปีเตอร์ วิธ บอกกับผมว่าถ้าทีมได้ฟรีคิกหรือเปิดเตะมุมจะให้ผมเป็นคนทำหน้าที่และต้องเน้นเป็นพิเศษเพราะเราเหลือผู้เล่นแค่ 9 คน”

“จังหวะที่ผมยิงฟรีคิกเข้าประตู ผมเองยังเซอร์ไพรส์มาก ไม่คิดว่าจะเข้า เพราะจังหวะนั้นมันอยู่บริเวณริมเส้นและค่อนข้างไกล คิดอยู่นานว่าถ้าเปิดบอลเข้าไปลุ้นเราอาจจะเสียเปรียบเรื่องรูปร่างซึ่งถ้าโดนตัดบอลได้ ก็มิสิทธิ์ถูกโต้กลับ ทำให้วินาทีนั้นผมเลยตัดสินใจยิงไปเลย”