ช้างศึกยอดนักเตะ ตอน : บุกล่าตาข่ายที่แดนซามูไร (ภาค 2)

ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก | รอบ 12 ทีมสุดท้าย นัดที่7 | วันพฤหัสบดีที่ 28 มีนาคม พ.ศ.2560 | เวลา 17.35 น. | สนาม ไซตามะ สเตเดี้ยม

ก่อนเกม

เจ้าบ้าน ญี่ปุ่น ทีมอันดับ 2 ของกลุ่ม ที่มีแต้มเท่ากับจ่าฝูง ผลงานดีอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ประเดิมนัดแรกด้วยการเปิดบ้านพ่าย ยูเออี 1-2 หลังจากนั้นพวกเขาก็ไม่แพ้ใครอีกเลย เริ่มจาก ชนะไทย 2-0, ชนะอิรัก 2-1, เสมอออสเตรเลีย 1-1, ชนะซาอุดิอาระเบีย 2-1 และบุกไปถอนแค้น ยูเออีได้ 2-1 ในเกมล่าสุด

ทางด้านทีมเยือนอย่างไทย ที่ยังคงรั้งอันดับสุดท้ายของกลุ่ม ต้องบุกไปเยือน ญี่ปุ่น ที่พวกเขาเป็นฝ่ายเปิดรังพ่ายมาก่อน 0-2 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ก่อนที่อีก 5 นัดต่อมา ทัพ “ช้างศึก” จะแพ้ติดต่อกัน 3 นัด และแม้จะมามาคืนฟอร์มเก่งด้วยการเปิดบ้านเสมอ ออสเตรเลีย ไป 2-2 แต่เกมล่าสุดกลับต้องโดน ซาอุดิอาระเบียย้ำแค้นคาบ้าน 0-2

ข่าวข้างสนาม

ขุนพล "ซามูไรบลู" ภายใต้การคุมทัพของ วาฮิด ฮาลิลฮอดซิช จะไม่มีสองแข้งตัวหลักอย่าง ยาซูยูกิ คอนโนะ และ ยูยะ โอซาโกะ ที่ได้รับบาดเจ็บจากเกมที่ผ่านมากับ ยูเออี ด้วยกันทั้งคู่ และต้องเรียกตัว วาทุระ เอ็นโดะ กองหลังจาก อูราวะ เรด ไดมอนส์ และ ยู โคบายาชิ กองหน้าจากคาวาซากิ ฟรอนตาเล่ มาแทนแล้ว นอกเหนือจากนี้ผู้เล่นที่เหลือฟิตสมบูรณ์พร้อมลงสนามทุกตำแหน่ง

11 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม ชูซากุ นิชิคาวา (GK) - ฮิโรกิ ซาคาอิ , มาซาโตะ โมริชิเงะ , มายะ โยชิดะ , โกโตคุ ซาคาอิ - เกงกิ ฮารางุจิ, ชินจิ คางาวะ , เคซุเกะ ฮอนดะ - ยู โคบายาชิ , ชินจิ โอคาซากิ, ทาคุมะ อาซาโนะ

ทัพ “ช้างศึก” ของ “โค้ชซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง จะหมดสิทธิ์ใช้งานแบ็คซ้ายตัวเก่งอย่าง ธีราทร บุญมาทัน ที่สะสมใบเหลืองครบสองนัดจากเกมที่ผ่านมาจนต้องติดโทษแบน แต่ก็ได้ทำการเรียกตัว นูรูล ศรียานเก็ม ปีกสปีดจรวดจาก ชลบุรี เอฟซี มาอุดรอยรั่วเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

11 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม ผู้รักษาประตู: กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ กองหลัง: ประทุม ชูทอง, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, อดิศร พรหมรักษ์ กองกลาง: พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา, ปกเกล้า อนันต์, ชนาธิป สรงกระสินธ์, วัฒนา พลายนุ่ม, ทริสตอง โด กองหน้า: อดิศักดิ์ ไกรษร, ธีรศิลป์ แดงดา

คีย์แมน :  เก็งกิ ฮารางุจิ vs ชนาธิป สรงกระสินธ์

ดาวเตะเลือดซามูไร จากลีกเมืองเบียร์ ยังคงโชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงทั้งกับต้นสังกัดและทีมชาติ

เก็งกิ ฮารางุจิ แนวรุกตัวเก่งของ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน รายนี้ คือหนึ่งผู้ทำประตูใส่ทีมชาติไทยในการพบกันเมื่อปีก่อน ทั้งความเร็วและความสามารถเฉพาะตัวของเขา เล่นงานแนวรับของทัพ "ช้างศึก" เสียจนยุ่งเหยิง และด้วยผลงานล่าสุดที่กำลังร้อนแรง คงเป็นงานใหญ่สำหรับผู้มาเยือนที่จะต้องหยุดยั้งการทำเกมรุกของเขา


นี่คืออีกหนึ่งบททดสอบสำคัญของเพลย์เมคเกอร์ร่างเล็กวัย 23 ปี ก่อนลัดฟ้าไปค้าแข้งยังแดนอาทิตย์อุทัย

แม้จะโชว์ฟอร์มได้ไม่โดดเด่นนักในเกมกับซาอุดิอาระเบีย แต่ในนัดแรกที่เจอกัน ณ สนามราชมังคลาฯ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ก็สามารถปั่นป่วนแนวรับของญี่ปุ่นได้มากพอสมควร ครองบอลได้อย่างยอดเยี่ยมยามที่บอลอยู่กับเท้า และมีทักษะเฉพาะตัวที่แพรวพราว จึงเป็นนักเตะที่อาจทำให้ผู้เล่น “ซามูไรบลู” ต้องออกแรงเหนื่อยในการประกบอยู่อีกครั้ง


สถิติที่น่าสนใจ

- ทั้งสองทีม เคยพบกัน 18 ครั้ง ตามบันทึกของฟีฟ่า ปรากฏว่าไทย เอาชนะ ญี่ปุ่น ได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น เสมอ 3 และ แพ้ถึง 14 หนเลยทีเดียว

- 5 นัดหลังสุดที่พบกัน ไทย แพ้ ญี่ปุ่น ทั้งหมด โดยยิงได้เพียง 2 ประตู และเสียถึง 15 ประตู

- ญี่ปุ่น ไม่เคยเปิดบ้านแพ้ ไทย แม้แต่ครั้งเดียว

- ชัยชนะครั้งเดียวของ ไทย นั้น เกิดขึ้นเมื่อ 20 ปีก่อน ในเกมอุ่นเครื่องที่เปิดบ้านเอาชนะไป 3-1 เมื่อปี 1997

- ผู้เล่นไทยคนล่าสุดที่ยิงประตูญี่ปุ่นได้คือธีรเทพ วิโนทัย ในเกมที่บุกไปพ่าย 4-1 เมื่อปี 2008 ในรายการฟุตบอลโลก 2010 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย

- ผู้เล่นชุดปัจจุบันของไทย ไม่เคยมีใครยิงญี่ปุ่นได้เลย