ชาริล ชัปปุยส์ : ไทยตอนนี้คล้ายๆกับสวิสฯยู17ชุดแชมป์โลก

เขา คือ นักฟุตบอลผู้ที่โด่งดังมากที่สุดในอาเซียน เมื่อปลายปีถึงต้นปีที่ผ่านมา... ด้วยรูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลา และฝีเท้าที่พาทีมชาติไทยคว้าแชมป์อาเซียน คัพ 2014 จนสาวๆทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่างถวิลหาและเพ้อฝัน...

หลังจากกลับไปรักษาอาการบาดเจ็บที่หัวเข่ากว่า 8 เดือนที่บ้านเกิดสวิตเซอร์แลนด์... วันนี้เขากลับมาพักรักษาตัวต่อที่เมืองไทย...ทีมงาน FFT TH จึงได้โอกาสขอเข้ามานั่งพูดคุย กับเขาในห้องวีไอพีของสโมสร ฟุตบอลสุพรรณบุรี เอฟซี ต้นสังกัดปัจจุบันของเขา... มันคงไม่ใช่เรื่องทั่วๆไปนอกสนามของ มิสเตอร์ ชัปปุยส์ แต่เราอยากจะพูดคุยกับ เขาในเรื่องของฟุตบอลแบบเพียวๆ ล้วนๆ ว่าใครคือไอดอลคนแรกของเขา, สตั๊ดคู่แรกของเขา, วินาทีที่เจอ เนย์มาร์ กับ คูตินโญ่ ในฟุตบอลโลก ยู17 ปี เป็นอย่างไร, ที่มาของการชอบ “บาร์ซ่า” ที่แท้จริงของเขา และใครคือผู้เล่นไทยที่ดีที่สุดในความคิดของเขา

FFT TH : สวัสดีครับ ชาริล…เป็นอย่างไรบ้างเจ็บไปนาน

ชัปปุยส์ : (ยิ้ม) มันก็ไม่ง่ายนักหรอกน่ะที่ต้องทนอยู่กับชีวิตที่ไม่ได้เล่นฟุตบอลมานานร่วม 8 เดือนแล้ว โดยเฉพาะที่ต้องได้ดูเพื่อนร่วมทีมลงเล่นต่อหน้าแบบสดๆแบบนี้ แต่สิ่งสำคัญ คือ ผมยังมีปราถนาอย่างแรงกล้าที่จะกลับมาให้ได้โดยเร็ว และผมก็เชื่อว่าจะกลับมาได้

FFT TH : นี่คือ...พักนานที่สุดแล้วตั้งแต่เล่นฟุตบอลมา?

ชัปปุยส์ : ใช่ จริงๆตอนผมกลับไปที่สวิตเซอร์แลนด์ หลังอาเซียน คัพ 2014 ผมกลับไปเพื่อพักผ่อนเท่านั้น ซึ่ง 2 วันก่อนกลับประเทศไทย ผมก็ไปเข้ารับการตรวจที่หัวเข่า ตรวจแบบตรวจเฉยๆเลย ไม่ได้คิดอะไรมาก คือ มันมีอากาารบาดเจ็บที่รบกวนมาตั้งแต่ หลังเอเชี่ยน เกมส์ และก็หลังอาเซียน คัพ ก็เลยลองไปเช็คดู โดยไม่รู้ว่าความจริงแล้วมันเป็น อาการบาดเจ็บที่รุนแรงมาก ผมช็อคสุดๆ เพราะผมเตรียมจะกลับสุพรรณบุรี เอฟซี เพื่อมาพรีซีซั่นกับทีมอยู่แล้ว แต่หมอกลับบอกว่าผมต้องพักยาว

FFT TH : เอาละ เรื่องบาดเจ็บเอาไว้ก่อน จริงๆวันนี้เราอยากมาคุยเรื่องชีวิตฟุตบอล ของคุณล้วนๆ มากกว่า พอจะเล่าตั้งแต่จุดเริ่มต้นของ มิสเตอร์ ชัปปุยส์ กับฟุตบอลให้ฟังหน่อยได้ไหม

ชัปปุยส์ : จริงๆ ผมเริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุ 5 ขวบ สำหรับผมแล้ว ฟุตบอลต้องมาเป็นอันดับ 1 เสมอ แน่นอนว่าตอนเริ่มแรกก็เล่นด้วยความรู้สึกสนุกกับมันเท่านั้น แต่แล้วผู้คนรอบข้างก็เริ่มเห็น ว่าความจริงแล้ว มัน คือ ชีวิตของผม... ครอบครัวผมสนับสนุนให้เล่นฟุตบอลเป็นอย่างดี และ คุณพ่อก็เป็นคนพาผมไปซ้อมฟุตบอลด้วยตัวเอง  

FFT TH : คุณเริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่ 5 ขวบ... คุณจำได้ไหมว่าเหตุการณ์ใดที่ทำให้คุณชอบฟุตบอลขึ้นมา

ชัปปุยส์ : อื้ม… มันพูดยากนะว่าผมเริ่มชอบ เริ่มประทับใจตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่เท่าที่ผมจำได้ก็คือผมมักดูฟุตบอลในช่วงสุดสัปดาห์กับคุณพ่อเสมอๆ ตั้งแต่ 6 โมง ถึง 2 ทุ่ม นั่น คือ จุดเริ่มต้นที่อยากจะดูฟุตบอลต่อหน้าผู้คนมากมายต่อหน้าโทรทัศน์ และหลังจากเริ่มเล่นฟุตบอลได้ไม่นานนัก ผมก็มีสตั๊ดคู่แรกเป็นของตัวเอง ผมจำไม่ได้เหมือนกันว่ามันเป็นยี่ห้ออะไร แต่ที่แน่ๆ ผมไม่ได้เลือกมันเองหรอก  เพราะพ่อผมให้ผมเป็นของขวัญวันคริสต์มาส (ยิ้ม)

FFT TH : คุณเชียร์ใครกันเหรอ?  

ชัปปุยส์ : แน่นอนว่าผมมาจากซูริค ที่นั่นมีทีมใหญ่อย่ 2 ทีม คือ กราสฮ็อปเปอร์ ซูริค กับ ซูริค เอฟซี และพ่อของผมก็เป็นแฟนบอลของกราสฮ็อปเปอร์ ผมก็เป็นตามพ่อของผม

FFT TH : เพราะฉะนั้นนักฟุตบอลไอดอลคนแรกก็ต้องมาจากกราสฮ็อปเปอร์ ซูริค?

ชัปปุยส์ : ผิดถนัดเลย! โรแบร์โต้ บาจโจ ต่างหาก เขาโด่งดังสุดๆหลังฟุตบอลโลก 1994 ที่สหรัฐฯอเมริกา ที่เขาพลาดจุดโทษในนัดชิงชนะเลิศกับบราซิล ความจริงตอนนั้นผมเพิ่ง 2 ขวบกว่าๆ และจำอะไรไม่ค่อยได้มากนักหรอก แต่เท่าที่พอจำความได้ คือ ผมชอบเขาทรงผม และสไตล์การเล่นของเขามากเมื่อตอนเด็ก ผมอยากเป็นเขามาตลอด และครอบครัวผมก็รู้ดี ความจริงผมเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมตอนเด็กๆ ผมอยากจะเป็น บาจโจ ขนาดนั้น

โรแบร์โต้ บาจโจ้ ตำนานดาวเตะทีมชาติอิตาลีคือนักเตะคนแรกที่ ชัปปุยส์ ใฝ่ฝันว่าอยากจะเป็นเสมอในวันเยาว์

FFT TH : แล้วไอดอลคนต่อมา… เชสก์ ฟาเบรกาส อย่างที่คนทั่วไปรู้งั้นเหรอ?

ชัปปุยส์ : จริงๆแล้ว หลังจากที่ชื่นชอบ โรแบร์โต บาจโจ้ ผมมาได้มีโอกาสนั่งดูทีมชาติอาร์เจนติน่าในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2001 รุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี นั่นมันเป็นสุดยอดทีมเลยแหละ พวกเขามี ทั้ง ฆาเบียร์ ซาบิโอล่า และ โรมัน ริเคลเม่ รวมถึง มักซี่ โรดริเกซ ซึ่งหลังจากคว้าแชมป์โลก ครั้งนั้น พวกเขาก็ย้ายไปร่วมทีมบาร์เซโลน่า นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผมเป็นแฟนบอล “บาร์ซ่า” ส่วน ฟาเบรกาส ผมชอบเขาตั้งแต่อยู่กับอาร์เซน่อล ก่อนย้ายมาบา์เซโลน่าในภายหลัง (ปีนั้นอาร์เจนติน่า ประกอบไปด้วยผู้เล่นที่ต่อมาก้าวมาเป็นระดับโลกมากมาย ซึ่งนอกจาก 3 คนเบื้องต้นแล้ว ยังมี นิโกลาส บูร์ดิสโซ่, ฟาบริซิโอ โคลอชชินี่, และ อันเดรส ดาเลสซานโดร)

FFT TH : แล้วชีวิตคุณก็ถูกฟุตบอลครอบงำโดยสมบูรณ์?

ชัปปุยส์ : ไม่หรอก ผมว่าผมไม่ได้ถึงกับถูกครอบงำโดยฟุตบอลอะไรแบบนั้น มันเป็นความรู้สึกสนุกกับมันตลอดเวลามากกว่า ที่ได้เล่นกับเพื่อนร่วมทีม เพื่อนข้างถนน หรือ กระทั่งกับตัวเอง แต่แน่นอนว่าแม้มันจะเป็นเรื่องของความสนุกสนานในวัยเด็ก แต่เมื่อโตขึ้นและก้าวเข้าสู่ความเป็นมืออาชีพ ชีวิตของคุณก็จะมีแต่ฟุตบอลแบบอัตโนมัติ และคิดถึงฟุตบอลตลอดเวลา 24 ชั่วโมง

FFT TH : คุณมีจุดเริ่มต้นกับเส้นทางอาชีพอย่างไร?

ชัปปุยส์ : ผมเริ่มต้นกับทีม โคลเท่น… มันเป็นอำเภอหนึ่งของซูริคนั่นแหละ บ้านผมอยู่แถวนั้น อยู่ใกล้ๆกับสนามบิน... ที่บอกก่อนหน้านี้ว่าเริ่มเล่นฟุตบอลตอน 5 ขวบ ก็คือเล่นกับทีมนี้แหละ แล้วจากนั้นผมก็ย้ายไปเล่นกับ ยูเวนตุส (วายเอฟ ยูเวนตุส ในสวิตเซอร์แลนด์) เจ้าของทีมนี้เขาชาวอิตาเลี่ยน แต่ทีมของเขาก็อยู่ในซูริคใกล้ๆบ้านผมอีกนั่นแหละ... พวกเขาถือว่าเป็นทีมที่มีอะคาเดมี่ดีที่สุดเป็นอันดับ 3 ของเมือง แน่นอนว่า อันดับ 1 คือ กราสฮ็อปเปอร์ ซูริค และอันดับ 2 คือ เอฟซี ซูริค ซึ่งระหว่าง 3 ทีมนี้ก็แข่งขันเป็นศัตรูกันบ่อยครั้ง และด้วยความที่ผมเล่นอยู่ที่นั่นอยู่ถึง 3 ปี กราสฮ็อปเปอร์ จึงเห็นแววแล้วดึงผมเข้าไป

FFT TH : ดีใจไหม?

ชัปปุยส์ : แน่นอน มันเป็นสโมสรที่ผมเริ่มเชียร์ตั้งแต่เด็กด้วย

FFT TH : แล้วคุณเข้าไปที่นั่นได้อย่างไร?

ชัปปุยส์ : มีโค้ชอยู่คนหนึ่งที่เคยทำงานกับยูเวนตุส เขาได้โอกาสไปอยู่ทีมอะคาเดมี่ของกราสฮ็อปเปอร์ ซูริค เขาก็เลยดึงผมเข้าไปร่วมทีมด้วย อีกอย่าง คนใน กราสฮ็อปเปอร์ ก็จำผมได้อยู่แล้ว เพราะเราดวลกันบ่อยครั้ง

FFT TH : ที่นั่นทำให้คุณมั่นใจว่าอยากจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพ?

ชัปปุยส์ : อืม…ผมได้ไปอยู่กับกราสฮ็อปเปอร์ตอนอายุ 11 ปี แต่ผมมาเริ่มมั่นใจว่าตัวเองอยากจะเป็นนักเตะอาชีพจริงๆจังๆครั้งแรก ตอนที่ติดทีมชาติ สวิตเซอร์แลนด์ ชุดอายุไม่เกิน 15 ปี มันทำให้ผมเริ่มตระหนักว่า... ชีวิตเราเดินมาถูกทาง แล้วแหละ เราได้ฝึกซ้อมกัน 2 เวลาต่อวัน 10 โมงถึงเที่ยง และ 6 โมง ถึง 2 ทุ่ม ซึ่งระหว่างวันเรา ก็ไปเรียนหนังสือตามปกติ นั่นแหละผมเริ่มรู้สึกว่ามันไปคาบเกี่ยวกับคำว่ามืออาชีพแล้วล่ะ... ผมมีเพื่อนมากมายที่เขาไม่ได้เล่นฟุตบอลเหมือนกับผม มีชีวิตแบบคนปกติทั่วไป... คือแบบนี้ อย่างพวกเขาจะออกไปเที่ยวที่ไหนกันก็ได้ แม้พวกเขาจะชวนผม แต่ผมไปไม่ได้ ผมบอกพวกเขาว่าอยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพ และต้องฝึกซ้อม

FFT TH : แต่คุณก็มีความสุขกับชีวิตแบบนั้น?

ชัปปุยส์ : โอ้ แน่นอนที่สุดเลยแหละ

FFT TH : พูดถึงทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ชุดอายไม่เกิน 15 ปี คุณซี้ใครสุด?

ชัปปุยส์ : โรมัน บัวส์ส ปัจจุบันเขาอยู่กับ เอฟซี ธุน บนลีกสูงสุดของสวิสฯ แม้เขาจะเล่นกองหน้า แต่เรานอนห้องเดียวกันตลอด เมื่อก่อนนี้เขาอยู่กับ เอฟซี บาเซิล แต่สุดท้ายไม่ได้สอดแทรกขึ้นมาชุดใหญ่ มันไม่ใช่เรื่องง่ายนักหรอกที่จะก้าวมาเป็นตัวจริง ของทีมชั้นนำของประเทศ โดยเฉพาะกับตำแหน่งศูนย์หน้า ซึ่งในสมัยนั้นเราควรจะไม่ถูกกันนะ เพราะสโมสรต้นสังกัดเป็นคู่อริกัน แต่ไม่เลย เรากลับซี้กันปึ้ก...

FFT TH : อื้ม…

ชัปปุยส์ : (หัวเราะ) ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่ถ้าจะให้พูดก็คือ ทีมชาติรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ชุดคว้าแชมป์โลก เมื่อปี 2009 พวกเราสนิทสนมกันหมด เพราะเริ่มอยู่กันมาตั้งแต่ 15 ปี มันทำให้เราใกล้ชิดกัน นั่น คือ สาเหตุที่เราประสบความสำเร็จ และผมคิดว่าฟุตบอลไทยทุกวันนี้กำลังเดินตามเส้นทางแบบนั่นอยู่ อย่างที่เราเห็นว่าทีมที่ประสบความสำเร็จเกิดจากทีมเวิร์คและความเข้าใจ นักเตะไทยชุดนี้ก็มีหลายคนที่เล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็กๆ  

FFT TH : ที่ว่าซี้กันกับ โรมัน บัวส์ส ในวัยเด็กแบบนั้นส่วนใหญ่พวกคุณมักชวนไปทำอะไรกันเหรอ

ชัปปุยส์ : เราเล่นฟีฟ่ากันตลอดเวลาเลยแหละ (ฮา) และทีมที่ผมเลือก คือ บาร์เซโลน่า ซึ่งมันประจวบเหมาะมากๆ เพราะเขาชอบ เรอัล มาดริด และเมื่อถึง “เอล กลาซิโก้” เมื่อไหร่ เขาก็จะโทรมาท้าผมเล่นประจำ (ฮา)

FFT TH : ปัจจุบันยังเล่นฟีฟ่าออนไลน์กันอยู่รึเปล่า?

ชัปปุยส์ : มีบ้างนะ แต่น้อยแล้วแหละ ตอนนี้เรารอฟีฟ่า 2016 อยู่

FFT TH : ย้อนมาที่เรื่องของทีมชาติรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ชุดแชมป์โลก...ในฐานะที่คุณเป็นตัวหลักขอทีมด้วย คุณคิดว่าใครเก่งที่สุดในทีมชุดนั้น?

ชัปปุยส์ : นาสซิม เบน คาลิฟา… เขา คือ ทุกสิ่งทุกอย่างของทีมเราเลยแหละ เป็นกองหน้าที่ครบเครื่อง ยิงประตูได้ทุกสถานการณ์ แถมยังเทคนิคดีมากๆ ในทัวร์นาเม้นต์นั้นเขายิงได้ 4 ประตู พร้อมรับรางวัลซิลเวอร์บอล หรือรองนักเตะยอดเยี่ยมด้วย

FFT TH : คุณไม่สนิทกับเขาเหรอ?

ชัปปุยส์ : อื้ม..ไม่ค่อยน่ะ เผอิญเขามาจากแถบที่อยู่ติดกับฝรั่งเศส และเขาก็พูดได้แต่ฝรั่งเศส ผมก็พูดได้นะ แต่นิดเดียวเท่านั้นแหละ

FFT TH : ความจริงผู้เล่นชุดนั้นก็มีหลายคนที่ก้าวขึ้นมาเป็นระดับโลก และยังติดทีมชาติชุดใหญ่ก็มากมาย ทั้ง ปัจติม คาซามี่ (โอลิมเปียกอส), กรานิต ชาก้า (โบรุสเซียมึนเช่นกลัดบัค), ริคาร์โด โรดริเกซ (โวล์ฟบวร์ก), ฮาริส เซเฟโรวิช (แฟรงเฟิร์ต) พวกนี้ล่ะเป็นอย่างไร?   

ชัปปุยส์ : อย่าง ฮาริส (เซเฟโรวิช) เขาเป็นนักเตะที่กระตือรือล้น และกระหายจะยิงตลอดเวลา มีครั้งหนึ่งในการแข่งขันฟุตบอลโลกยู 17 เขาพยายามขอ เบน คาลิฟา เพื่อจะยิงจุดโทษ เพราะเขาต้องการคว้ารางวัลดาวซัลโวให้ได้ แต่ เบน คาลิฟา ไม่ยอม เขาดูหัวเสีย แต่สุดท้ายเขาก็มุ่งมั่นที่จะทำประตูต่อไป และก็ยิงได้อีก 2 ประตูหลังจากนั้น คว้าดาวซัลโวร่วมประจำทัวร์นาเม้นต์ไปจนได้.... ส่วน ริคาร์โด โรดริเกซ ผมคิดว่าเขาเป็นแบ็คซ้ายที่ดีที่สุดในโลกคนหนึ่งขณะนี้ นับเฉพาะรุ่นเดียวๆกับเรานะ อาจจะเป็นรอง ดาวิด อลาบา ของบาเยิร์น มิวนิค เล็กน้อยเท่านั้น เขาเป็นนักเตะประเภทไม่กลัวและไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ผมจำได้ว่าผู้คนบอกว่าเขาต้องเจอกับ อาร์เยน ร็อบเบน นะ แต่เขากลับพูดว่า “มาเถอะ” เขาเป็นคนแบบนี้ ไม่สนใจใคร แค่เล่นฟุตบอลในแบบฉบับของตัวเองเท่านั้น แนวคิดของเขาในการเล่นฟุตบอล คือ ไม่คิดอะไรทั้งนั้น ไม่สนว่าคู่ต่อกรจะเป็นใคร จะเป็นคริสเตียโน่ โรนัลโด้ หรือ นักเตะจากดิวิชั่น 3 เขาก็จะเล่นแบบเต็มที่เท่าๆกัน ผมเชื่อว่าในอนาคตเขาจะได้อยู่ในทีมที่ใหญ่กว่านี้เสียอีก

ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ชุดคว้าแชมป์โลก2009 ที่เต็มไปด้วยแข้งดังในลีกสูงสุดของยุโรปในปัจจุบัน

FFT TH : กับประสบการณ์กับฟุตบอลโลกยู 17ครั้งนั้น เป็นอย่างไร เล่าให้ฟังที...

ชัปปุยส์ : ก่อนอื่นเลยผมต้องบอกว่า…ปกติผมชอบที่จะได้เล่นกับทีมชาติเสมอ เพราะเราจะได้ซ้อมเก็บตัวร่วมกัน แต่ครั้งนั้นมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก อย่างที่รู้ว่าฟุตบอลโลกครั้งนั้นเตะกันที่ไนจีเรีย เราไม่สามารถออกไปไหนได้ และต้องอยู่แต่ในโรงแรมเท่านั้นหลังซ้อมเสร็จ เพราะมันอันตรายเกินไป

FFT TH : แต่มันก็เป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่า?

อ่านเรื่องของ ชัปปุยส์ กับการเผชิญหน้ากับผู้เล่นอย่าง เนย์มาร์ และคูตินโญ่ ได้ในหน้าถัดไป