ชัดเจนในเเนวทาง : ฤดูกาลหน้า มูรินโญ่ จะลบภาพลักษณ์เก่าๆของปีศาจเเดง

Jose Mourinho

ความสำเร็จในการคว้าแชมป์ยูโรป้า ลีก ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีความหมายทวีขึ้นสำหรับ โจเซ่ มูรินโญ่ ที่จะได้เเสดงความสามารถทั้งหมดที่เขามีแบบเต็มที่ในฤดูกาล 2017-18

ทันทีที่ ปอล ป็อกบา ยิงไกลและแฉลบผู้เล่นอาหยักซ์เข้าประตูไปให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกนำ 1-0 ทำเอานักพากษ์ของช่วง บีที สปอร์ต ถึงกลับหลุดปากมาว่า "ถึงนาทีนี้ตั๋วแชมเปี้ยนส์ลีกอยู่ในมือของ ยูไนเต็ด เเล้ว"

เกมนัดชิงชนะเลิศนี้สำคัญก็จริง แต่ทีสำคัญกว่าคือเรื่องราวหลังจากนี้ต่างหาก

แม้แต่ในช่วงหลังเกมในช่วงรับถ้วยแชมป์ โจเซ่ มูรินโญ่ ก็บอกให้นักเตะของเขาโชว์สามนิวขึ้นมาเพื่อระบุว่าปีนี้พวกเขาคว้าแชมป์เท่ากับจำนวนนิ้วที่โชว์ขึ้นมา แม้จะมีความผิดหวังซ่อนอยู่กับผลงานของปีศาจเเดงในฤดูกาลนี้ แต่ความสำคัญมันคือต่อจากนี้ต่างหากที่จะเป็นบทพิสูจน์ฝีมือของ เดอะ สเปเชียล วัน ว่าเขาพัฒนาตัวเองขึ้นมาขนาดไหน

แม้ว่าถ้วยแชมป์จะเป็นสิ่งสำคัญที่การันตีความสำเร็จในระดับหนึ่งของ มูรินโญ่ และก็เป็นอีกครั้งที่เขาพาทีมคว้าแชมป์ในบอลถ้วยระดับทวีปได้อีกครั้ง มันอาจจะทำให้หลายคนเกิดความพอใจขึ้นมาบ้างแต่สิ่งที่แน่นอนคือมูรินโญ่ยังไม่พอใจแค่นี้ เขามองว่าตัวเขาเองนั้นเป็นกุนซือมือลำดับต้นๆเช่นเดียวกับสโมสรอย่างยูไนเต็ดที่ยังมีเป้าหมายใหญ่กว่านี้ให้พิชิตอยู่ 

ตอนนี้เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้นพวกเขาได้สิทธิ์ไปแข่งขัน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้ แต่นั่นก็ไม่ควรประมาทอยู่ดี นั่นคือสาเหตุที่ มูรินโญ่ ควรเริ่มนับหนึ่งใหม่อีกครั้งสำหรับภารกิจการบูรณะทีมปีศาจเเดงและชื่อเสียงของเขาให้กลับมาอยู่ในทิศทางที่เคยเป็นเมื่อครั้งอดีต

อย่างไรก็ตามมันเป็นเหมือนดาบสองคมที่สามารถทำให้ มูรินโญ่ สิ้นชื่อได้เช่นกันในฐานะผู้สืบทอดตำแหน่งของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เพราะหากเขาพลาดอีกครั้งในฤดูกาลหน้าชื่อเสียงดีกรีของเขาจะต้องเสียหายหนักอย่างแน่นอน 

เพราะในบางจุดบางรายละเอียดนั้น ยูไนเต็ด ไม่เหมือนกับสโมสรอื่น พวกเขามีจุดเพราะบางเล็กๆที่เกิดจากความสำเร็จในอดีต เหนือสิ่งอื่นใดนั้น มูรินโญ่ ต้องกลบจุดอ่อนนั้นแหละแสดงฝีมือและความเฉียบเเหลมทั้งหมดที่เขามีออกจากให้หมดนับตั้งแต่เวลานี้เป็นต้นไป 

กวีอันไพเราะและนักอนุรักษ์หัวโบราณ

หลังจากคว้าแชมป์ใน สตอกโฮล์ม มูรินโญ่ ให้สัมภาษณ์ว่า เหล่านักปรัชญาฟุตบอลสวยงามมักจะไม่ได้เป็นแชมป์ นั่นเป็นพาดหัวที่ดีแต่มันก็ดูจะทรยศกับสิ่งที่ต้องยอมรับว่าสเน่ห์ของโลกฟุตบอล มันคงดูน่าผิดหวังเล็กๆหากในฤดูกาลหน้าพวกเขาเน้นเเท็คติกอย่างจริงจังและเปิดตำราเล่นเกมที่น่าเบื่อหน่ายตามแบบฉบับของ มูรินโญ่ 

ในเดือน ธันวามคม ที่ผ่านมามูรินโญ่เคยให้สัมภาษณ์ว่า "การครอบครองเกมที่มีประสิทธิภาพและความสวยงามของเรานั้นสำคัญนะ เราไม่ใช่ทีมที่เน้นแต่รับและรอคอยคามผิดพลาดของคู่แข่งเท่านั้น" ... นั่นเองมันก็เหมือนกับคำโบราณที่ว่าไว้ อย่าได้เชื่อในสิ่งที่ใครพูดแต่จงเชื่อในสิ่งที่เขา วันพุธที่ผ่านมาทีมของมูรินโญ่เเสดงให้เห็นพวกเขารับมือกับความกดดันได้อย่างยอดเยี่ยม และในเกมนี้เขานิ่งและแยบยลยิ่งกว่าใคร

ขณะที่ แกรม ซูเนสส์ อดีตนักเตะของลิเวอร์พูลเป็นอีกคนที่ต่อต้านแอนตี้ฟุตมาเสมอ ในเกมที่ ยูไนเต็ด ได้แชมป์เขาก็ให้สัมภาษณ์ว่า "เป็นการดูฟุตบอลที่ทรมานน่าดูเลย ยูไนเต็ด เล่นฟุตบอลเหมือนกับทีมในลีกแชมเปี้ยนชิพและเป็นเเบบนี้ในทุกๆเกม" 

 ซูเนสส์ อาจจะกล่าวผิดพลาดเกี่ยวกับมาตรฐานการเล่นของ ยูไนเต็ดทีเขาบอกมา (ในฐานะที่ได้ผลแข่งขันที่พิสูจน์ได้,การเล่นแท็คติกบอลยาวไม่ใช่สิ่งที่ทีมระดับล่างชอบใช้)   แต่ดูเหมือนคำพูดของเขาจะพอมีคนเห็นด้วยบ้างโดยเฉพาะจากแฟนฟุตบอลส่วนใหญ่ของโลกลูกหนังในเวลานี้