ชำแหละ 4 แท็คติกเกมพรีเมียร์ลีกนัด 2 : 4-2-4 ของคอนเต้และป็อกบากับผีแดง

ธอร์ เฮาก์สตัด นักข่าวของ fourfourtwo ตัดสินใจเจาะลึก 4 แท็คติคที่น่าสนใจของเกมพรีเมียร์ลีกในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

แน่นอนว่าเรื่องรางน่าสนใจสำหรับพรีเมียร์ลีกเกมที่ 2 ในฤดูกาลนี้คงหนีไม่พ้นการเปิดตัวสุดหรูของ ปอล ป็อกบา และยังมีการโชว์ให้เห็นการเล่นในเกมรับที่แข็งแกร่งของ โจเซ่ มูรินโญ่ ขณะที่อีกฟากของเมืองแมนเชสเตอร์เราก็ได้เห็นระบบ 4-1-4-1 ของ เป็ป กวาร์ดิโอล่า

เชลซีจบเกมด้วยชัยชนะอีกครั้งหลังจารการเปลี่ยนแผนเป็น 4-2-4  ขณะที่สนามคิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม  อาร์เซน่อล ยกระดับเกมรับของพวกเขาขึ้นมาแต่พวกเขาก็ได้ทำบางขาดหายไปจนทำแต้มหายไป 2 คะแนน

1. แท็คติก 4-2-4 ของคอนเต้ ทำให้เขาได้รับชัยชนะอีกครั้ง

ในช่วงปรีซีซั่น คอนเต้ ได้พิจารณา 2 ระบบการเล่นอย่าง 4-2-4 และ 4-3-3 ซึ่งเป็นแท็คติกที่เขาเคยใช้ตอนที่คุม เซียน่า ในกัลโช่ เซเรีย อาในช่วงปี 2011 ก่อนที่เขาจะเจอระบบและนักเตะกองกลางที่ลงตัวในการคุมทีมยูเวนตุสในเวลาต่อมา

สัปดาห์แรกกับเชลซีอาจไม่ได้เป็นไปอย่างที่หวังไว้ แต่นั่นก็เป็นแค่เกมอุ่นเครื่องเท่านั้น เขาเปลี่ยนมาเล่นระบบ 4-3-3 และนั่นทำให้เขาคว้าชัยชนะ 2 เกมแรกในลีกได้สำเร็จ หนึ่งสิ่งที่ทำให้เราเข้าใจได้ว่าเรื่องดังกล่าทำไมจึงเกิดขึ้น ? คงต้องมองไปที่กองกลางอย่าง เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ที่เคลื่อนที่เยอะและทำงานหนักมากๆอยู่หลังแผงมิดฟิลด์อีก 2 คน

แม้จะมีความกังวลเกิดขึ้นมาบ้าง แต่คอนเต้นก็ค่อนข้างมั่นใจกับรูปแบบการเล่นในระบ 4-3-3 ของเขาในตอนนี้ สัปดาห์แรกในการเจอกับเวสต์แฮมและในช่วงที่เกมเสมอกันอยู่ 1-1 เขาตัดสินใจเปลีย่นตัว มิทชี่ บัทชัวยี่ ลงมาแทน ออสก้าร์ ในช่วง 5 นาทีสุดท้าย ก่อนที่ดาวยิงค่าตัว 33 ล้านปอนด์จะลงมาประสานงานกับ ดิเอโก้ คอสต้า จนก่อให้เกิดประตูแรกและทำให้เชลซีคว้าชัยชนะแรกในบ้านและเป็นการจบสกอร์อย่างคลาสสิกจากกองหน้าทั้ง 2 คน

ที่วัตฟอร์ดในวันเสาร์ที่ผ่านมา เป็นเชลซีที่ออกสตาร์ทได้น่าผิดหวังด้วยการเป็นฝ่ายโดนนำไปก่อน 0-1  และในนาทีที่ 73 คอนเต้ ทำการเปลี่ยนตัวนักเตะในตำแหน่งเดียวกันด้วยการเอา วิคเตอร์ โมเซส ลงมาเล่นปีกแทน เปโดร ใน 2 นาทีหลังจากนั้น และการเล่นร่วมกันของ โมเซส และ อาซาร์ ในตอนนี้สร้างความแข็งแกร่งให้กับเชลซีเป็นอย่างมาก และด้วยการมี 2 กองหน้ารอบอลอยู่ในกรอบเขตโทษทำให้ 6 นาทีหลังจากนั้น บัทชัวยี่ ตามเก็บจังหวะสองลูกยิงของ อาซาร์ และจัดการยิงประตูตีเสมอได้สำเร็จ เท่านั้นยังไม่พออีก 3 นาทีก่อนจะหมดเวลาการเเข่งขันอีกหนึ่งตัวสำรองของคอนเต้อย่าง ฟาเบรกัส ก็แทงบอลทะลุช่องให้คอสต้าเข้าไปสังหารประตูชัยให้เชลซีได้สำเร็จ

การแก้เกมของคอนเต้สร้างผลตอบแทนอย่างที่เราได้เห็นๆกัน แม้ว่าหลังจากพวกเขาจะได้ประตูที่ 2 แล้วบัทชัวยี่ก็มีโอกาสยิงไปชนคานอีกครั้ง นั่นเท่ากับว่าตลอดช่วงเวลา 17 นาทีสุดท้ายของเกม เชลซี มีโอกาสลุ้นทำประตูถึง 13 ครั้งและนี่อาจทำให้คอนเต้ชื่นอกชื่นใจสำหรับระบบดังกล่าวนี้และอาจเอาไปใช้สำหรับเกมต่อไปตั้งแต่เริ่มเกมเลยก็เป็นได้

2. การสลับโฉมหน้าอันโกลาหลที่ บริทาเนีย

ข้อสงสัยของแอนดี้ เกรย์ ที่เคยกล่าวไว้ว่า ลิโอเนล เมสซี่ จะเล่นได้ดีแค่ไหนหากเจอค่ำคืนสุดโหดและเหน็บหนาวที่สโต๊คที่เป็นดั่งคำเปรียบเนียบนักเตะต่างชาติที่เข้ามาค้าเเข้งในพรีเมียร์ลีก! ในตอนนี้ไม่ใช่แค่เมสซี่เท่านั้นเพราะนักเตะทุกๆคนของซิตี้เล่นเกมนี้ไอ้ย่างลื่นไหลและเนียนตา เช่นเดียวกับรูปแบบการเล่นที่ซับซ้อนสไตล์บาร์เซโลน่าของ เป็ป กวาร์ดิโอล่า ในการเจอกับสโต๊คเป็นการตอบคำถามบททดสอบที่แอนดี้ เกรย์เคยตั้งข้อสงสัยไว้ได้อย่างน่าสนใจ

อาจจะพูดได้ว่าประโยคดังกล่าวที่เกรย์เคยว่าไว้เมื่อปี 2010 เป็นเวลาตอนนั้น สโต๊ค มีการเล่นที่เหี้ยมเกรียมมากกว่านี้ในยุคของ โทนี่ พูลิส พวกเขามีร่างกายที่แกร่งเกินใครเเละมีทีเด็ดจากลูกเซ็ตพีชเสมอ ตอนนี้สโต๊คได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างน่าสนใจภายใต้การคุมทีมของ มาร์ค ฮิวจ์ แต่ทว่ามันก็ไม่ได้ทำให้พวกเขาน่าเกรงขามเหมือนที่เคยเป็นอยู่เสมอยามลงเล่นในสนามแห่งนี้

ในส่วนของข้อมูลนั้นต้องยอมรับว่าวิธีการเล่นนั้นมีบทบาทต่อเกมอย่างมาก ฝั่งของ แมนฯ ซิตี้ หวังที่จะใช้ทักษะของนักเตะผ่านแนวรับของ สโต๊ค และไม่น่าเชื่อว่า 2 เซ็ตพีชของ ซิตี้ นำมาสู่การขึ้นนำเจ้าบ้าน 2-0 ... จุดโทษโดย เซร์คิโอ อาเกวโร่ ที่มีจุดเริ่มต้นจากลูกเตะมุมและหลังจากนั้นไม่นานดาวยิงร่างเล็กชาวอาร์เจไตน์ก็โหม่งจากลูกเปิดฟรีคิก หากเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในยุคของ พูลิส คุณคิดว่านักเตะชุดนี้ของช่างปั้นหม้อจะต้องโดนเฉ่งขนาดไหน ?

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่ได้โชว์การเล่นโอเพ่นเพลย์อะไรมากมายจนกระทั่งจบเกม เมื่อตัวสำรองอย่าง โนลิโต้ ยิง 2 ประตูและกลายเป็นการดับความหวังของ สโต๊ค ในทันที ... พวกเขาอาจจะต้องพึ่งลูกจุดโทษและการยิงเข้าประตูตัวเองกว่าที่จะชนะซันเดอร์แลนด์ได้ในสัปดาห์ก่อนหน้านี้ แต่ไม่อ่าจด่วนสรุปได้เพราะ กวาร์ดิโอล่า ยังมีเรื่องให้แก้อีกเยอะสำหรับการเข้าทำในพื้นที่สุดท้าย

3.  บทบาทการเล่นเกมรุกของป็อกบา

ท่ามกลางการคืนถิ่นเก่าของ ป็อกบา นั้นมีเพียงข้อสงสัยเดียวว่าเขาจะได้เล่นในตำแหน่งไหน ? มูรินโญ่ ตัดสินใจเลือกใช้ระบบ 4-2-3-1 โดยมีเวย์น รูนี่ย์คือตัวสนับสนุนหลังกองหน้าซึ่งนั่นเป็นหนึ่งในสองตำแหน่งที่เหมาะสมกับบทบาทของป็อกบา และนั่นอาจทำให้เขาต้องรับบทบาทแบบที่เคยเล่นให้กับทีมชาติฝรังเศสในศึกยูโร 2016 แต่ในทางตรงกันข้ามจากผลงานของเขาที่เคยเจิดจรัสสุดๆสมัยอยู่กับยูเวนตุสมาด้วยการเป็น 1 ใน 3 แผงมิดฟิลด์กลางสนาม การเป็นกองกลางสไตล์ผึ้งงานเปิดโอกาสให้เขาได้ลองยิงไกล เลี้ยงบอล และ สร้างโอกาสการเข้าทำหน้ากรอบเขตโทษ

ในวันศุกร์ที่ผ่านมา เขาเปิดตัวเกมแรกด้วยการเล่นต่ำเคียงข้างกับ มารูยาน เฟลไลนี่ แต่ก็มีหน้าที่พาบอลไปข้างหน้าเป็นคนกำหนดการเข้าทำเกมรุกและหาจังหวะเข้าทำในพื้นที่สุดท้าย ด้วยสกอร์ 2-0 ทำให้เซาธ์แฮมป์ตันถอดกองกลางและส่งกองหน้าลงมาเพิ่มนั่นทำให้การเล่นของเขาท็อปฟอร์มยิ่งกว่าเดิม ป็อกบามีพื้นที่ให้เขาลากผ่านกองหลังของคู่แข่งได้ง่ายขึ้นและเขาทำสถิติเลี้ยงบอลสำเร็จถึง 9 จากโอกาสทั้งหมด 14 ครั้ง และมี 3ครั้งที่เลี้ยงผ่านผู้เล่นมากกว่า 1 คน หากพิจารณาจากร่างกายที่ยังไม่ฟิตเต็มที่ของเขาในตอนนี้ ยูไนเต็ด คงมีแนวโน้มที่จะแข็งแกร่งยิ่งกว่านี้แน่

4. อาร์เซน่อลยังคงต้องการกองหน้าระดับท็อป

ในฐาะนะหนึ่งในทีมที่มีลุ้นแชมป์ อาร์เซน่อล บุกเสมอ เลสเตอร์ 0-0 นั่นทำให้พวกเขามีแต้มตามหลังผู้นำในเวลานี้ถึง 5 เเต้มเข้าให้เเล้ว หนึ่งสิ่งดีๆที่เราพอเห็นได้จากเกมนี้คือการกลับมายืนเซ็นเตอร์ฮาล์ฟของ โลรองต์ กอสเซียลนี่ แต่การขาดหายไปของ 2 แนวรุกอย่าง เมซุต โอซิล และ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ นั้นเห็นผลได้อย่างชัดเจน การขาด ชิรูด์ ทำให่ อเล็กซิส ซานเชส ดูเดียวดายเหลือเกินสำหรับการเล่นกองหน้าใน 2 เกมที่ผ่านโดยที่เขาไม่มีส่วนร่วมกับการยิงประตูของทีมแม้แต่ลูกเดียว

ขณะที่อาร์เซน่อลมอบ 3 คะแนนให้กับ ลิเวอร์พูล การทำหน้าที่ของ ซานเชส ก็ล้มเหลว พวกเขาไม่สามารถสร้างโอกาสที่ชัดเจนได้เลย อาจจะมีความพยายามของ อ็อกซ์เลด เชมเบอลเน และ ฟรีคิกจาก ซานติ กาซอร์ล่า ที่ดูใกล้เคียงที่สุด รวมถึงการจบสกอร์ที่น่าผิดหวังของ ธีโอ วัลค็อตต์ด้วย แต่รวมแล้วทั้งหมดพวกเขายิงตรงกรอบเพียงครั้งเดียวเท่านั้นในเกมนี้

ซานเชส ทำหน้าที่เชื่อมเกมรุกระหว่างด้านข้างและมีโอกาสยิง 2 ครั้ง ครั้งแรกโดนบล็อกและอีกครั้งก็โดนชไมเคิลเซฟไว้ได้ เชื่อว่าตอนนี้แฟนๆของอาร์เซน่อลคงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ชิรูด์ จะกลับมาออกสตาร์ทเป็นตัวจริงในเกมสัปดาห์หน้า นอกจากนี้อาจจะหวังถึงกองหน้าตัวใหม่ด้วยเช่นกัน