ชำแหละต้นตอฟอร์มขาลงรูนีย์

ไมเคิล ค็อกซ์ คอลัมนิสต์ของเราวิเคราะห์ผลงานอันย่ำแย่ของ เวย์น รูนีย์ เหตุใดเขาถึงโชว์ฟอร์มได้น่าผิดหวังถึงเพียงนี้

สำหรับกุนซือที่ขึ้นชื่อลือชาเรื่องไร้ความปราณีกับนักเตะที่โชว์ฟอร์มต่ำกว่ามาตรฐานอย่าง หลุยส์ ฟาน กัล คงต้องใช้ความอดทนมากเป็นพิเศษกับ เวย์น รูนีย์ เกมเปิดรังเสมอ แมนฯ ซิตี้ แบบไร้สกอร์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นอีกหนึ่งแมทช์ที่อดีตเด็กปั้นเอฟเวอร์ตันแทบไม่มีส่วนร่วมกับเกมเลย

หอกวัย 30 กะรัต ถูกส่งลงเล่นสองตำแหน่งในฤดูกาลนี้ คือ ตำแหน่งเบอร์ 10 ยืนอยู่หลังกองหน้าตัวเป้า และ กองหน้าตัวเป้า(เบอร์ 9) โดยมีการถกเถียงกันตลอด 5 ปีที่ผ่านมาว่า แท้จริงแล้วนักเตะเหมาะกับตำแหน่งใดที่สุด บางทีเขาอาจปิดฉากอาชีพโดยไม่รู้คำตอบก็เป็นได้

ตามสัญชาตญาณคุณรู้สึกว่ารูนเหมาะกับบทบาทเบอร์ 10 มากที่สุด เพราะนี่คือตำแหน่งของนักเตะสร้างสรรค์เกมที่ชอบหาพื้นที่ระหว่างแผงกองหลังกับกองกลางและหาทางผ่านบอลเพื่อเปิดเกมรุก อย่างไรก็ดี เกิดการโต้แย้งว่าฤดูกาล 2009-10 คือปีที่ดีที่สุดของนักเตะ เพราะเขายิงประตูได้อย่างเป็นกอบเป็นกำกับตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า

ตำแหน่งไหน?

ผลงานตลอดฤดูกาลนี้บ่งบอกชัดเจนว่ากัปตันทีมชาติอังกฤษไม่สามารถโชว์ฟอร์มตามมาตรฐานของผู้เล่นยูไนเต็ดได้ทั้งสองตำแหน่ง เขาเสียบอลง่ายเกินไปสำหรับตำแหน่งเบอร์ 10 โดยเฉพาะในเกมบุกพ่ายอาร์เซนอลราบคาบ 3-0 และดูเหมือนว่ารูนีย์กังวลกับการเล่นเกมรับมากเกินไปยามไม่มีบอลในครอบครอง

สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือดูเหมือนการสร้างสรรค์เกมของเขาได้หายไปหมดแล้ว

ขณะเดียวกัน เขาไม่มีความเร็วมากพอสำหรับวิ่งสลัดตัวประกบเพื่อทำเกมรุก แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือดูเหมือนการสร้างสรรค์เกมของเขาได้หายไปหมดแล้ว เขาแอสซิสต์ให้เพื่อนยิงเพียง 3 ลูก ตลอดระยะเวลา 12 เดือนที่ผ่านมา

สปีดที่หายไป

ตำแหน่งกองหน้าเบอร์ 9 ก็ไม่ได้เหมาะกับรูนกว่าเลย เขาไร้สปีดต้นในการวิ่งหนีตัวประกบและเปิดโอกาสให้ตัวเองลุ้นทำประตูทั้งที่เคยมีความเร็วจัดจ้านมากในสมัยท็อปฟอร์ม นี่เป็นปัญหาที่นักฟุตบอลชั้นนำมากมายต่างพบเจอ บางทีเขาคงไม่ได้เรียนรู้วิธีการปรับเกมการเล่นของตัวเอง ในเกมกับซิตี้กัปตันเร้ดเดวิลส์ช่วยเหลือทีมตรงพื้นที่กลางสนามได้ดี แต่เขากลับไม่สามารถผ่านบอลในพื้นที่สุดท้ายได้และเปิดบอลออกข้างเสียในหลายจังหวะ

ยิ่งกว่านั้น อดีตดาวโรจน์ท็อฟฟี่สีน้ำเงินก็ไม่ได้เป็นคู่ขาที่ดีของ อันเดร เอร์เรรา หรือ อองโธนีย์ มาร์กซิยาล ทั้งคู่พยายามวิ่งหาพื้นที่ว่างตลอดแต่กลับแทบไม่ได้รับบอลจากรูนีย์ แถมเขาก็ไม่ใช่ผู้เล่นประเภทที่ ฆวน มาต้า ต้องการเล่นอยู่ข้างหลังด้วย บางคนถึงขนาดสงสัยว่าหากเป็น มาร์กซิยาล กับ มาต้า ลงเล่นร่วมกันตรงนั้น เกมรุกของยูไนเต็ดคงอันตรายมากกว่า

ปัญหาจบสกอร์

การจบสกอร์คืออีกปัญหาที่น่าห่วงสำหรับรูน เขายิงประตูในลีกฤดูกาลนี้ได้เพียง 2 ประตู และ ทำได้ 6 ประตูเท่านั้น จาก 27 เกมตลอดปี 2015 เขาไม่ได้รับบอลสวยๆจากแผงมิดฟิลด์เลยในเกมเมื่อวันอาทิตย์ แต่ในเวลาเดียวกันเขาก็ไม่ได้พยายามวิ่งหาช่องว่างและสร้างโอกาสด้วยตัวเองเลย

ความพยายามหนเดียวของเขาในเกมนี้คือลูกยิงไกลนอกเขตโทษ แต่เขาก็เชื่องช้าเกินไปในจังหวะหาพื้นที่ยิงจนฝ่ายตรงข้ามอ่านออกหมด ขณะเดียวกัน เมื่อเขาฉีกตัวไปเอาบอลริมเส้นและครอสเข้ากลางกลับไม่มีเพื่อนร่วมทีมคนไหนเติมเข้ามาในกรอบเขตโทษเลย

หากไม่นับเรื่องที่กล่าวมาแน่นอนว่ารูนีย์คือตัวจบสกอร์ระดับท็อปของวงการลูกหนัง

หากไม่นับเรื่องที่กล่าวมาแน่นอนว่ารูนีย์คือตัวจบสกอร์ระดับท็อปของวงการลูกหนัง คุณต้องกล้าหาญมากหรือไม่ก็โง่มากที่พิจารณาสมมติฐานข้างบนและบอกว่า เขาคือกองหน้าที่ไร้ความสม่ำเสมอที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก

ความไม่สม่ำเสมอที่รออยู่

รูนีย์เป็นกองหน้าที่พึ่งพาได้เสมอในเรื่องการยิงประตู ก่อนหน้านี้เขาเคยเผชิญสถานการณ์ปืนฝืดทำสกอร์ไม่ได้ในหลายเกม แต่สุดท้ายเขากลับซัลโวประตูขึ้นเลข 2 หลักเสมอเมื่อฤดูกาลปิดฉากลง เขาทำแบบนี้ติดต่อกัน 11 ซีซั่น ซึ่งนับเป็นความสำเร็จที่ยากจะหาคนเปรียบ

แม้ว่าเขายังไม่เคยเจอกับช่วงเวลาอันน่าผิดหวังถึงเพียงนี้มาก่อน แต่รูนยังคงได้รับการการันตีตำแหน่งตัวจริงในทีมแมนฯยูฯ เขาพลาดเกมลีกเพียงนัดเดียวในปีนี้เพราะมีปัญหาบาดเจ็บ แถมยังไม่เคยโดนเปลี่ยนตัวออกแม้แต่ครั้งเดียวทั้งที่เป็นจุดอ่อนในแนวรุกของทีม เขาเป็นผู้เล่นที่อยู่ในสถานะห้ามดร็อปแม้อยู่ในช่วงฟอร์มดิ่งเหวที่สุดในชีวิตก็ตาม

รูนีย์ออกสตาร์ทฤดูกาล 2015-16 อย่างสวยหรูในแง่ของสถิติ หลังทุบสถิติดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของทีมชาติอังกฤษและขยับรั้งอันดับสองดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของพรีเมียร์ลีกร่วมกับ แอนดี้ โคล แต่หากมองในความเป็นจริงเราต้องยอมรับว่าเขาทำผลงานได้ตกต่ำสิ้นดีในเวลานี้