ซีซั่นที่น่าจดจำ : เช็คผลงานแข้ง “กิเลนผยอง” ศึก ACL 2017

ไม่แพ้ใคร 5 เกมติดต่อกัน, คลีนชีต 4 นัด, เสียประตูน้อยที่สุดในรอบแบ่งกลุ่ม ร่วมกับทีมจากญี่ปุ่น และจีน, ฟอร์มการเล่นน่าอัศจรรย์ของเมสซี่เจ, ซัด 5 เกมติดต่อกันของ เอล แดงดา และการเข้ารอบน็อคเอาท์ครั้งแรกในประวัติศาสตร์

ทั้งหมดเกิดขึ้นภายใต้สีเสื้อของ “กิเลนผยอง” ที่เพิ่งตกรอบเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก 2017 .. พวกเขาทำผลงานทั้ง 8 เกมได้ยอดเยี่ยมขนาดไหน … FFT TH ขอพาไปเช็คผลงานแข้งเมืองทองแบบรายคนที่นี่ ที่เดียว

กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์

ตำแหน่ง : ผู้รักษาประตู

เป็นนักเตะที่ได้ลงสนามครบทุกเกมทุกนาทีตลอด 8 นัด และแม้จะมี 2 เกมที่ไม่น่าจดจำเท่าไรนักในรอบน็อคเอาท์ที่เสียไปถึง 7 ประตูให้กับ คาวาซากิ ฟรอนทาเล่

ในรอบแบ่งกลุ่ม กวินทร์ ยังเป็นผู้รักษาประตูที่เก็บคลีนชีตได้มากที่สุดในรอบแบ่งกลุ่ม ถึง 4 เกม และพาทีมเสียประตูน้อยที่สุดร่วมกับ คาวาซากิ ฟรอนตาเล่ (ญี่ปุ่น) และเจียงซู ซูหนิง (จีน) เพียงแค่ 3 ประตูเท่านั้น

แต่ “ซูเปอร์ตอง” กวินทร์บินได้ ก็สร้างสถิติมากมายในการเป็นแนวรับด่านสุดท้ายของเมืองทอง ในรอบแบ่งกลุ่ม โดยเขามีสถิติการเซฟไปถึง 18 ครั้ง คิดเป็นการเซฟสำเร็จถึง 85.7 % เป็นรองเพียง จุง ซุง เรียง ผู้รักษาประตูดีกรีทีมชาติเกาหลีใต้ของ คาวาซากิ ฟรอนตาเล่ ที่เซฟสำเร็จ 90.5 %

นอกจากนี้ ในรอบแบ่งกลุ่ม กวินทร์ ยังเป็นผู้รักษาประตูที่เก็บคลีนชีตได้มากที่สุดในรอบแบ่งกลุ่ม ถึง 4 เกม และพาทีมเสียประตูน้อยที่สุดร่วมกับ คาวาซากิ ฟรอนตาเล่ (ญี่ปุ่น) และเจียงซู ซูหนิง (จีน) เพียงแค่ 3 ประตูเท่านั้น

นาโออากิ อาโอยามะ 

ตำแหน่ง : เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ

ปราการหลังตัวกลางชาวญี่ปุ่น วัย 30 ปี เป็นอีกคนที่ได้ลงสนามครบทุกเกมทั้ง 8 นัด โดยมีเพียงนัดเดียวที่ได้ลงเป็นตัวสำรอง นั่นคือเกมสุดท้ายที่พ่าย คาวาซากิ ฟรอนทาเล่ 1-4 เมื่อวานที่ผ่านมา สำหรับผลงานในรอบแบ่งกลุ่ม ของ “อาโอ” ถือว่ายอดเยี่ยมอย่างมาก เขาคือตัวหลักในแนวรับอย่างแท้จริง มีการเข้าสกัดบอลไปถึง 28 ครั้ง ตัดบอลอีก 16 ครั้ง และบล็อคบอลได้อีก 3 ครั้ง แต่ในเกมรอบน็อคเอาท์นัดแรกที่พ่าย 1-3 นับว่าเป็นวันที่ไม่ดีนักของเขา โดยเฉพาะลูกแรกที่เสียประตูซึ่งเขาโหม่งพลาดจนบอลมาเข้าทาง เคนโกะ นากามูระ และยิงเข้าไป

อดิศร พรหมรักษ์

ตำแหน่ง : เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ

เซ็นเตอร์ฮาล์ฟชาวไทยที่ถูกใช้งานมากที่สุดของเมืองทอง “เจ้าเก่ง” ได้ลงเล่นทั้งหมด 6 เกม เป็นตัวจริงถึง 5 นัด และในรอบแบ่งกลุ่ม

เขาได้รับคำชมอย่างมากว่ามีพัฒนาการที่ดีเยี่ยม ทั้งจากการอ่านเกม, ความเร็ว และ การเข้าสกัดที่เด็ดขาด แต่ยังขาดในเรื่องของสรีระที่ด้อยในจังหวะโหม่ง โดยเขามีบทบาทในการปะทะกับแนวรุกหลายครั้ง และชนะในการปะทะได้ถึง 4 ครั้งด้วยกัน รวมถึงบล็อคบอลได้อีก 5 ครั้ง และสกัดบอลได้ 21 ครั้งด้วยกัน ในรอบแบ่งกลุ่ม

ส่วนในรอบน็อคเอาท์ “เจ้าเก่ง” ได้โอกาสลงสนามเพียงแค่นัดไปเยือนที่พ่าย คาวาซากิ ฟรอนทาเล่ 1-4 ซึ่งเขาก็เป็นหนึ่งในนักเตะที่ฟอร์มต่ำกว่ามาตรฐาน และต้องจดจำความผิดพลาดกลับมาแก้ไขต่อไป

Pages