Analysis

ซีดานมาเคาะประตู? : 5 เรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับ ยูไนเต็ด เกมแพ้ไบรท์ตัน

นี่คือ 5 ประเด็นร้อนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังบุกไปพ่ายทีมนกนางนวล ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟอัลเบียน ด้วยสกอร์ 3-2 ที่สนามอเมริกันเอ็กซ์เพรสสเตเดี้ยมเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

We are part of The Trust Project What is it?

1.แผงหลังคือปัญหาใหญ่ที่ยังแก้ไม่ได้

แผนจอดรถบัสแล้วรอสวนของมูรินโญ่ เริ่มโดนคู่แข่งจับทางได้มากขึ้นเรื่อย เพราะคู่แข่งส่วนใหญ่ก็ไม่ผลีผลามบุกก่อนเช่นกัน เปรียบเทียบคล้ายกับมวยรอดูแต่เชิงกันไปมา ทำให้รูปเกมออกมาน่าเบื่อและชวนง่วงนอน และการเลือกใช้แผนแบบนี้ให้มีประสิทธิภาพ แผงหลังจะต้องแข็งแกร่งและเสียประตูยาก

อย่างไรก็ตาม คุณภาพผู้เล่นที่เหนือกว่าไบรท์ตันมากมาย แต่เจ้าบ้านกลับแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและตั้งใจมากกว่า ขณะที่ผู้เล่นปีศาจแดงกลับเล่นกันอย่างสะเปะสะปะ ขาดทิศทางและชั้นเชิง อีกทั้งกองหลังก็ยังเป็นปัญหาที่แก้ไม่ได้มาตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว เพราะแสดงให้เห็นถึงความผิดพลาดชัดเจนหลายครั้ง และเป็นปัญหาใหญ่ให้มูรินโญ่ต้องรีบแก้ไขหากยังต้องการลุ้นแชมป์ในฤดูกาลนี้

2. อาถรรพ์วันอาทิตย์

จากความพ่ายแพ้ในนัดนี้ทำให้แมน ยูไนเต็ด เพิ่มสถิติแพ้เป็นนัดที่ 5 จากการเล่นเกมส์เยือนในวันอาทิตย์ 6 นัดหลังสุดนับตั้งแต่ฤดูกาลก่อน ขณะที่ไบรท์ตันเพิ่มสถิติยังไม่แพ้ใคร หากพวกเขาเปิดบ้านรับคู่แข่งในวันอาทิตย์ จาก 5 นัดหลังสุด ดูเหมือนปีศาจแดงจะไม่ถูกโฉลกกับการออกมาแข่งขันนอกบ้านในวันอาทิตย์ก็เป็นได้

3.ขาดอเล็กซิส เหมือนขาดใจ

ถึงแม้ แมนฯ ซิตี้ จะชวดใช้ เควิน เดอบรอยน์ นานถึงสามเดือน แต่เป๊บโชว์ให้เราเห็นว่านั่นไม่ใช่ปัญหาเลย อย่าว่าแต่ เดอบรอยน์เลย แม้กระทั่ง ลีรอย ซาเน่ กับ ราฮีม สเตอริ่ง เองก็ยังไม่ได้ลงเป็น11ตัวแรกด้วยซ้ำ แต่ผลที่ออกมา คือการเล่นที่สวยงามพร้อมชัยชนะด้วยสกอร์มโหฬาร ถึง 6-1

แต่เมื่อแมนฯ ยูไนเต็ด ไร้เงาของอเล็กซิส พวกเขาแสดงให้เห็นถึงปัญหาทันที เพราะผู้เล่นที่ลงมาแทนอย่าง อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ไม่สามารถอุดช่องว่างของเขาได้ และเล่นเหมือนคนขาดความมุ่งมั่น ก่อนถูกเปลี่ยนออกในที่สุด ซึ่งสถิติชี้ให้เห็นชัดเจนว่าแมนฯ ยูไนเต็ดกำลังมีปัญหาอย่างหนัก เมื่อพวกเขายิงได้เพียง 6 ครั้งและเข้ากรอบไปเพียง 2 ครั้งเท่านั้น เมื่อไม่มีอเล็กซิสอยู่ในสนาม

4.โดนยิงสามลูกภายในครึ่งเวลาแรก

แมนฯ ยูไนเต็ดไม่เคยถูกใครยิงสามลูกในครึ่งเวลาแรกมานานกว่าสามปี ครั้งสุดท้ายที่เกิดขึ้นกับพวกเขาคือ เดือนตุลาคม 2015 ในยุคที่ ผู้จัดการทีมอย่าง หลุยส์ ฟาน กัล พาทีมปีศาจแดง ออกไปเยือน เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ของ อาร์เซน่อล และ ถูกยิงนำไปก่อน 3-0 ตั้งแต่ครึ่งแรก และแพ้ไปแบบที่ยิงประตูคืนไม่ได้เลย แต่ครั้งนี้คงเจ็บปวดกว่า เพราะทีมที่ทำได้ในครั้งนี้คือไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบียน ถึงแม้ว่าพวกเขาจะยิงคืนได้ 2 ประตูก็ตาม

5.ได้เวลา ซีเนอดีน ซีดาน ?

ทันทีที่สื่อจากฝรั่งเศษรายงานว่า เป้าหมายต่อไปของซีดานไม่ใช่ที่อิตาลี่แต่เป็นพรีเมียร์ลีกอังกฤษ สื่อทุกสำนักก็ชี้เป้ามาที่แมนฯ ยูไนเต็ดทันที เพราะเป็นทีมจากเกาะอังกฤษที่ดูเหมาะสมกับซีดานที่สุดแล้ว และจากผลงานระดับโลกจากการพารีลมาดริด ครองแชมป์ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีกสามปีซ้อน และ แชมป์ลาลีกาหนึ่ง สมัย และ สโมสร โลก อีกสองสมัย หากเขามาคุมแมนฯ ยูไนเต็ดแทนมูรินโญ่ได้จริง นี่จะเป็นความฝันอันสูงสุดของเด็กผีแทบทุกคน เพราะถึงแม้จะเป็นแค่การแพ้นัดแรกและการแข่งขันก็เพิ่งเริ่มมาแค่สองนัด แต่ฟอร์มการเล่นของแมนยูก็ไม่มีพัฒนาการที่ดีขึ้นจากซีซั่นที่แล้ว ซึ่งคงถึงเวลาแล้วที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลง

อย่างไรก็ตาม หากซีดานจะมาจริงๆ เแฟนๆปีศาจแดงอาจต้องรออย่างน้อยก็ซีซั่นหน้า เนื่องจากแกได้ประกาศแล้วว่าปีนี้แกขอพักงานก่อน ซึ่งนั้นหมายความว่าแฟนผีทุกหมู่เหล่าอาจต้องทนดูเกมส์อันแสนง่วงนอนของมูรินโญ่ไปอีกอย่างน้อยก็หนึ่งซีซั่น และอาจจะเป็นซีซั่นมือเปล่าอีกซีซั่นหนึ่งของแมนฯ ยูไนเต็ดก็เป็นได้