Analysis

ชีวิตไม่ง่าย : เส้นทางก่อนเป็นสตาร์ดังของ 3 แข้งแมนเชสเตอร์ ซิตี้

ปัจจุบัน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คือทีมที่ร้อนแรงที่สุดของพรีเมียร์ลีก ทำคะแนนนำเป็นจ่าฝูง ทิ้งห่างอันดับ 2 ถึง 8 คะแนน ก่อนถึงช่วงเบรกรับใช้ทีมชาติสุดสัปดาห์นี้

We are part of The Trust Project What is it?

และในขณะที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เป็นนายท้ายที่คุมจังหวะการเล่นของขุนพลในทีมเรือใบสีฟ้าให้เล่นได้สอดประสานกัน ชื่อของ เควิน เดอ บรอยน์ ก็โดดเด่นจนกลายเป็นอีกหนึ่งผู้นำของทีม และเป็นหนึ่งในนักเตะที่ฟอร์มร้อนแรงที่สุด ณ ปัจจุบัน

จะว่าไปเส้นทางชีวิตของ เดอ บรอยน์ ก็คล้ายคลึงกับเพื่อนร่วมทีมอย่าง แฟร์นันดินโญ่ ไม่น้อย

ด้วยการผ่านบอลสุดแม่นยำและการสังหารประตูในจังหวะสำคัญ หนึ่งในนั้นคือลูกเบิกร่องในเกมที่เปิดบ้านถล่ม อาร์เซนอล 3-1 เมื่อวันเสาร์ จอมทัพเบลเจี้ยนจึงกลายเป็นหัวใจสำคัญ ที่นำแมนฯ ซิตี้ทำสถิติไร้พ่ายอยู่ในตอนนี้

แต่เส้นทางชีวิตของเขาอาจเปลี่ยนไป หากเจ้าตัวไม่ตัดสินใจเดินทาง 150 กิโลเมตรจากบ้านเกิดที่เมือง เกนท์ สู่เมือง เกงค์ เพื่อเริ่มต้นเส้นทางลูกหนังอาชีพ

“การตัดสินใจครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของผมคงเป็นการที่ย้ายออกจากบ้านตั้งแต่อายุ 14 ปีนี่ล่ะครับ” เดอ บรอยน์ กล่าวในแคมเปญใหม่ของ Wolf Blass ผู้ผลิตไวน์ชื่อดังจากออสเตรเลียและยังเป็นพันธมิตรกับสโมสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้

“ไม่มีพ่อแม้อยู่เคียงข้าง บ้านก็ต้องเช่าเขาอยู่ ช่วงเริ่มต้นมันไม่ง่ายเลยครับ”

“แต่หลังจากนั้นมันก็เป็นประสบการณ์ชีวิตที่ดีนะ”

ความสามารถของเขานั้นยอดเยี่ยมอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ก็ต้องใช้เวลาเหมือนกันกว่าที่ เดอ บรอยน์ จะแจ้งเกิดเต็มตัว หลังใช้ชีวิตที่ เชลซี และ แวร์เดอร์ เบรเมน เขาแจ้งเกิดได้สำเร็จกับ โวล์ฟสบวร์ก ก่อนย้ายสู่ถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม ตั้งแต่ฤดูกาล 2015/16 เป็นต้นมา

จะว่าไปเส้นทางชีวิตของ เดอ บรอยน์ ก็คล้ายคลึงกับเพื่อนร่วมทีมอย่าง แฟร์นันดินโญ่ ไม่น้อย เพราะถึงจะอาวุโสกว่า แต่ก็ต้องเดินทางไม่น้อยหน้า เมื่อเขาเลือกก้าวออกจากประเทศบราซิลบ้านเกิดเพื่อไปค้าแข้งกับ ชัคเตอร์ โดเนสค์ ทีมดังแห่งยูเครน

ที่สำคัญคือ เขามีอายุเพียง 21 ปีท่านั้นตอนตัดสินใจมาเล่นอาชีพในยุโรป

“ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตผมก็คือตอนที่ย้ายมาเล่นในยุโรปครับ” เจ้าตัวกล่าว

“วัฒนธรรม, ฟุตบอล หลายๆ สิ่งเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ตอนนั้นผมต้องทำใจให้เข้มแข็งและย้ำกับตัวเองซ้ำๆ ว่า “จงมีศรัทธา” นั่นแหละครับคือวิถีสู่ความสำเร็จในแบบผม”

หลังเล่นกับชัคเตอร์ถึง 8 ปี แฟร์นันดินโญ่ย้ายร่วมทัพซิตี้เมื่อปี 2013 และตอนแทนผลงานได้อย่างรวดเร็วด้วยการช่วยทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกกับลีกคัพตั้งแต่ฤดูกาลแรก

คนที่สามและคนสุดท้ายในแคมเปญนี้คือกัปตันทีมเรือใบสีฟ้าผู้มากประสบการณ์ แว็งซ็องต์ ก็องปานี ที่ย้ายมาร่วมทีมนี้ตั้งแต่อายุเพียง 22 ปีเมื่อปี 2008

ก็องปานีถือเป็นสมาชิกคนสำคัญของทีมตลอดช่วงยุคทองของทีม แม้เส้นทางจะไม่ได้ราบรื่นตลอดรอดฝั่งเสียทีเดียวก็ตาม

เพราะอาการบาดเจ็บคือสิ่งที่เขาต้องเผชิญอยู่เป็นระยะ แม้กระทั่งปัจจุบันในวัย 31 ปี เจ้าตัวก็กำลังพักฟื้นจากอาการเจ็บที่น่องอยู่ในขณะนี้

แต่ด้วยความห้าวหาญของเขา เชื่อเถอะว่าอีกไม่นานเขาจะกลับมาเป็นกำแพงในแนวรับของทีมในฤดูกาลนี้ได้อย่างแน่นอน

“เรื่องหนักสุดๆ ที่ผมต้องเจอก็คือการเผชิญหน้ากับอาการบาดเจ็บ รวมถึงเสียงวิจารณ์ที่บางครั้งก็บอกให้ผมแขวนสตั๊ดเสียตั้งแต่ตอนนี้ครับ” เขากล่าว

“ก็ต้องมีความเชื่อมั่นในตัวเองเข้าไว้ครับ พยายามให้หนัก เพื่อความสำเร็จที่รออยู่เบื้องหน้า”