ชีวิตของ...จูเนียร์ เนเกรา : เดอะ แฟมิลี่ แมน

ทุกๆ การย้ายทีมของผม… มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับความท้าทายทางลูกหนังเพียงอย่างเดียว มันขึ้นกับ แอนนา จูเนียร์ ของขวัญสุดวิเศษในชีวิตผมกับภรรยาด้วย   

นี่ คือ คำพูดที่ เกลดิโอนอร์ ฟิกูเรโด ปินโต จูเนียร์ หรือ เนเกรา จูเนียร์ กองหน้าฟอร์มร้อนของพัทยา ยูไนเต็ด บอกย้ำเสมอเกี่ยวกับการย้ายทีม นับตั้งแต่ภรรยาของเขา ‘แอนนา’ ตั้งครรภ์เมื่อปี 2011 สมัยที่เขาค้าแข้งเบลเยี่ยม  

ชีวิตของเขาผ่านร้อน-หนาวในโลกลูกหนังมามากมาย เขาออกพเนจรไปทั่ว ไล่ตั้งแต่การอยู่ร่วมทีมกับนักเตะระดับโลก และไม่เคยมีสโมสรไหนที่เขาร่วมทีมเกิน 1 ปีเลย เขาไม่เคยสร้างตำนานที่ไหน ไม่เคยคว้าแชมป์อันยิ่งใหญ่

เพราะฉะนั้น คงไม่มีใครที่หลงรักผลงานในสนามของเขาจนสุดหัวใจ… แต่คุณอาจรักเขาหมดใจกับเรื่องราวนอกสนามของเขา...พบกับเรื่องราวชีวิตของ จูเนียร์ เนเกรา กองหน้าบราซิเลี่ยน ผู้ถูก “กิเลนผยอง” ทอดทิ้ง ก่อนกลายเป็น “โลมาสีน้ำเงิน” ตัวใหญ่ๆ

เด็กน้อยจากซัลวาดอร์

ซัลวาดอร์ (Salvador) เมืองทางตะวันออกเฉียงเหนือของบราซิล อาณาจักรที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ต่อจาก เซา เปาโล และ ริโอ เดอ จาเนโร มันเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยสีสันความสนุกสนาน และทุกๆปีจะมีเทศกาลเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่ ชื่อว่า ‘บาเฮียน เฟสติวัล’ สถานที่แบบนั้น คือ บ้านเกิดของ เกลดิโอนอร์ ฟิกูเรโด ปินโต จูเนียร์ หรือ ‘เนเกรา จูเนียร์’... แต่น่าเสียดายที่เขาได้ใช้ชีวิตในเมืองแบบนี้แค่ปีเดียว   

“ผมเกิดที่ซัลวาดอร์ก็จริง แต่พออายุได้แค่ขวบเดียว ผมก็ย้ายตามพ่อ-แม่ ของผม ซึ่งต้องไปรับราชการที่เมืองมาเนาส์ (Manaus)” เนเกรา เริ่มเล่าเรื่องราวในวัยเด็ก    

“ผมเป็นลูกคนสุดท้องของครอบครัว ท่ามกลางพี่-น้อง 8 คน ผมมีพี่ชายถึง 6 คน และพี่สาวอีก 1 คน”

“ทุกๆคนในครอบครัวเล่นฟุตบอลกันหมด แน่นอนว่ามันย่อมเข้ามาอยู่ในสายเลือดของผมด้วย พวกเขาอาจไม่มีใครเล่นฟุตบอลอาชีพจริงจังนัก แต่ก็เป็นทีมโรงเรียน ทีมมหาวิทยาลัย ผมอาจไม่ได้เติบโตในครอบครัวที่แร้นเค้น มาจากครอบครัวที่ค่อนข้างอบอุ่น พี่ชายของผม 3 คน และ พ่อของผมเป็นทนายความ เขาทำงานให้กับรัฐบาล รวมถึงแม่ของผมก็ทำงานราชการเช่นกัน”

“ตอนเด็กๆ ความจริงผมเป็นคนเรียนดีทีเดียวล่ะ ผมมีความฝันอยากเป็นทนายเหมือนกับพ่อของผม แต่ฟุตบอลก็อยู่ในหัวใจ แน่นอนว่าสมัยเด็กๆรุ่นผม ใครๆ ต่างก็ชอบ โรมาริโอ และ โรนัลโด แต่พี่ชายของผมต่างพูดกันถึง ซิโก้ และ ดร. โซคราติส รวมถึงพวกแข้งชุดแชมป์โลก เมื่อปี 1982 ที่ใครๆ ต่างก็บอกว่าเป็นบราซิล ชุดที่ดีที่สุด ผมซึมซับเรื่องราวเกี่ยวกับพวกเขา ผ่านการดูวิดีโอ ฟุตบอลสมัยนั้นเน้นเรื่องความสามารถเฉพาะตัวมากกว่าปัจจุบันที่ให้ความสำคัญเรื่องแทคติกและพละกำลัง ผมชื่นชอบมันมากกว่านะ และก็มักจินตนาการว่าเป็นเหมือนพวกนักฟุตบอลในยุคนั้นทุกๆ ครั้งเวลาไปเล่นฟุตซอลทีมโรงเรียน… ใช่ ผมเริ่มจะการเป็นนักฟุตซอลกับโรงเรียน ตั้งแต่ 10 ขวบ และก็ไม่ได้เข้าสู่ระบบอะคาเดมี่ฟุตบอลตั้งแต่เด็กๆ อะไรหรอก”

ทางเลือกแห่ง “ชีวิต”

จูเนียร์ เนเกรา เติบโตในครอบครัวที่อบอุ่น และพอมีอยู่มีกิน...ชีวิตของเขาไม่ต้องดิ้นรน เร่งรีบเข้าวงการลูกหนังเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินทองเหมือนกับนักฟุตบอลคนอื่นๆ เขาร่ำเรียนดี มีการศึกษา และมีทางเลือกในชีวิตมากกว่าอาชีพค้าแข้งเพียงหนทางเดียว  

“ตอนอายุประมาณ 16 - 17 ปี ผมได้เข้าร่วมทีมเยาวชนของ นาซิอองนาล (สมัยที่ เนเกรา อยู่ทีมนี้เล่นในระดับ เซเรียซี ของบราซิล และปัจจุบันอยู่ เซเรียดี) มันเป็นสโมสรแรกของผมในสารบบฟุตบอลอาชีพ​”

“2 - 3 ปีแรก ผมอยู่ในทีมเยาวชน...มันก็ไม่มีอะไรมากมาย ผมได้ลงเล่นในรายการ โคปา เซาเปาโล จูเนียร์ มันเป็นรายการสำหรับเยาวชนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของบราซิล และก็ทำผลงานได้ดีทีเดียวเลยล่ะ...แต่ปีที่ผมต้องขึ้นไปเล่นฟุตบอลอาชีพ  มันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในชีวิตสำหรับผม”  เนเกรา เล่าถึงวินาทีที่ต้องตัดสินใจเลือกเดิน

‘แอนนา’ เพื่อนร่วมห้องของ ‘เนเกรา’...พวกเขาเรียนห้องเดียวกัน ทั้งคู่เริ่มต้นความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อน ตั้งแต่อายุได้ 15 ปี สมัยอยู่โรงเรียนที่มาเนาส์ และเธอก็ช่วย เนเกรา ตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต

“แอนนา เธอคือเพื่อนที่ดีที่สุดของผม” เนเกรา เริ่มพูดถึงผู้หญิงของเขา…

“เราอยู่ในเมืองเดียวกัน เรียนโรงเรียนเดียวกัน ห้องเดียวกัน เรามีอุปนิสัยใจคอที่เหมือนๆกัน เราเป็นคนเรียบง่าย และชอบอยู่แบบเงียบๆ เราทั้งคู่ต่างปรึกษากันทุกเรื่อง...ความรู้สึก และความสัมพันธ์ดีๆมันค่อยๆเติบโตขึ้น จนกระทั่งเราเข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัย คณะนิติศาสตร์ เราทั้งคู่ต่างฝันอยากจะเป็นนักกฎหมาย และมันก็ถึงเวลาที่เราคิดถึงการขยับความสัมพันธ์จากเพื่อนสนิทที่ดีที่สุด กลายเป็นคนรักกัน”

“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ?” นั่น คือ สิ่งที่ทั้งสองคนต่างคิดในใจถึงการขยับความสัมพันธ์จากเพื่อนสนิทกลายเป็นคู่รัก

ระหว่างที่ เนเกรา ศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 2 โรงเรียนด้านกฎหมาย (ปกติต้องใช้เวลาเรียน 5 ปี) เขาจำเป็นต้องตัดสินใจเลือกเส้นทางชีวิต เพราะหลังทำผลงานได้ดีในศึก โกปา เซาเปาโล จูเนียร์ ด้วยการยิงใส่ แอตเลติโก มิเนย์โร ทีมยักษ์ใหญ่ทีมหนึ่งของบราซิล 2 ประตู ทำให้พวกเขาติดต่อดึงตัว จูเนียร์ เนเกรา ไปร่วมทีม และเขาต้องผันตัวเป็นนักฟุตบอลอาชีพเต็มตัว...ความจริง เขาอยากเป็นนักกฎหมายเหมือนกับคุณพ่อของเขา แต่ฟุตบอลก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ขาดไม่ได้

“ทำตามสิ่งที่หัวใจคุณเรียกร้องก็พอ” แอนนา พูดกับ เนเกรา… เธอย่อมรู้ดีที่สุดว่า มันเจ็บปวดหัวใจแค่ไหน ถ้าเขาต้องสละทิ้งอะไรบางอย่างไป แต่คำพูดนี้ กลายเป็นคำแนะนำที่ดีที่สุด เนเกรา ตัดสินใจเลือก “ฟุตบอล” ตามคำสั่งของหัวใจ ทำให้เขายุติเส้นทางอาชีพด้านกฎหมาย ขณะที่  ‘แอนนา’ ยังคงร่ำเรียนต่อไป

เนเกรา ห่างไกลจาก แอนนา แฟนสาวของเขาไปอยู่ที่ เบโล ฮอริซอนเต เยื้องไปทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศบราซิล เพื่อเริ่มต้นวิถีลูกหนังอาชีพกับ แอตเลติโก มิเนย์โน  พวกเขาเป็นทีมยักษ์ใหญ่ และเต็มไปด้วยซุเปอร์สตาร์ ทำให้ไม่ใช่งานง่ายเลยที่เขาจะเบียดแย่งตำแหน่ง เขาได้โอกาสลงสนามนับครั้งได้ และอยู่ที่นั่นได้เพียง 6 เดือน ก่อนย้ายไปโครินเธียนส์

“จริงๆ ผมเล่นแค่ประมาณ 10 เกมเท่านั้นที่ แอตเลติโก มิเนย์โร แถมลงไปเป็นตัวสำรองแค่ประมาณ 10 - 15 นาทีท้ายของเกมเท่านั้น”  เนเกรา พูดถึงทีมอาชีพทีมแรกในชีวิต  

“การแข่งขันมันสูงมาก และผมเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่เด็กที่สุดในทีมตอนนั้น ทำให้ผมได้โอกาสลงเป็นแค่ตัวสำรอง ซึ่งเมื่อมีโอกาสที่ผมสามารถไปโครินเธียนส์ได้ ผมไม่รีรอโอกาสเลย พวกเขาเป็นทีมที่ใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ”

“คุณคงสงสัย ใช่มั๊ยละว่า…ผมที่ไม่ค่อยได้ลงสนาม เพราะการแข่งขันสูงที่ แอตเลติโก มิเนย์โร จึงตัดสินใจไปโครินเธียนส์… มันเป็นเพราะความรู้สึกมากกว่า พวกเขาเป็นทีมยักษ์ใหญ่มากๆ และผมไม่อยากพลาดโอกาสนี้ แต่ก็นั่นแหละ ผมยังคงไม่ได้รับโอกาสนักที่โครินเธียนส์”

อย่างไรก็ตาม แม้ได้รับโอกาสบ่อยครั้ง แต่มันก็มากพอ เพราะการอยู่ทีมยักษ์ใหญ่ระดับประเทศ ทำให้มีแมวมองมายื่นข้อเสนอให้เขาย้ายไปค้าแข้งในยุโรป

เด็กหนุ่มวัย 21 ปี ต้องจากบ้าน และแฟนสาวสุดที่รักไป

โลกใหม่ที่ เบเลเนนเซ่   

สโมสรฟุตบอลเบเลเนนเซ่ ตั้งอยู่ที่ เบเลม ดินแดนติดชายทะเล ภายใต้อาณาเขตของลิสบอน เมืองหลวงของโปรตุเกส พวกเขาเป็นทีมลูกหนังที่มีประวัติศาสตร์อันเก่าแก่

“ผมใช้เวลาตัดสินเพียงแค่ 2 วันเท่านั้น” เนเกรา เล่าถึงการตัดสินใจข้ามทวีปไปยังโปรตุเกส

“ผมยังหนุ่มยังแน่น และต้องการความท้าทาย ผมชื่นชอบความท้าทายอยู่เสมอ และผมอยากจะไปที่นั่น (โปรตุเกส) มันไม่มีปัญหาอะไรเลย ถ้าไม่ดีก็กลับบ้าน มันก็เท่านั้น”

“แต่ก่อนผมไป สิ่งที่ผมเป็นห่วง คือ ‘แอนนา’ เราอยู่ด้วยกันอย่างใกล้ชิดมาตลอด เต็มที่เราเคยห่างกันแค่เดือนเดียว แต่เมื่อผมต้องข้ามทวีปไป มันเป็นช่วงเวลาที่แย่มากๆ เธอร้องไห้เกือบทุกวัน แต่เราก็คุยกันว่า มันเป็นเรื่องปกติที่เราจะต้องห่างกันบ้าง เพื่อต่างคนต่างตามไล่ล่าความฝันของตัวเอง เพราะเธอก็ยังเรียนด้านกฎหมายไม่จบ เธอยังไม่สามารถไปอยู่กับผมที่นั่นได้”

กาซิเมโร่ มิออร์ กุนซือชาวบราซิเลี่ยน คนบ้านเดียวกับ เนเกรา แต่การไม่สื่อสารทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน เป็นเหตุให้ชีวิตลูกหนังที่ยุโรปครั้งแรกของเขาล้มเหลว   

“ความจริง ผมชื่นชอบที่นั่นนะ...บ้านเมืองมันสวยงามจริงๆ และการใช้ภาษาโปรตุกีส มันก็ทำให้ผมปรับตัวกับชีวิตนอกสนามได้ง่ายมาก”

“กับ แอนนา เราติดต่อสื่อสารผ่านสไกป์กัน มันอาจไม่ได้ง่ายเหมือนโลกอินเตอร์เน็ตทุกวันนี้ แต่เราก็คุยกันเสมอทุกวัน และเธอก็ยังคงร้องไห้เกือบทุกวัน (ยิ้ม)”

“...แต่ในสนามมันกลับไม่ง่ายเลย ผมไม่รู้อะไรเกี่ยวฟุตบอลที่ยุโรปสักเท่าไหร่ ผมยังเด็กมาก เพียงแค่ 21 ปี และต้องพยายามเรียนรู้ทุกอย่างด้วยตัวเองแบบวันต่อวัน ทีละนิดทีละน้อย เรื่องของสไตล์ฟุตบอล มันแตกต่างออกไปจากบราซิล และผมค่อนข้างล้มเหลวที่นั่น”     

“ผมมีอาการบาดเจ็บ และผมพูดได้ว่า มันไม่ใช่ความผิดของผมคนเดียว… ผมแค่ไม่เข้าใจว่า กาซิเมโร​ (เฮดโค้ชของ เบเลเนนเซ่) ต้องการอะไร และเขาไม่เคยบอกผม ว่าเขาต้องการอะไรจากผมกันแน่ สถานการณ์มันเลวร้ายเมื่อผมตอบกับสื่อไปตามความจริงว่า ผมไม่รู้ว่าโค้ชอยากให้ผมเล่นยังไง และเขาก็ไม่เคยพูดกับผม หลังจากนั้นผู้จัดการทั่วไปของสโมสรได้เข้ามาบอกผมว่า ผมไม่ให้เกียรติโค้ช และผมไม่เคยได้ลงสนามอีกเลย”  

จูเนียร์ เนเกรา ปิดฉากชีวิตตัวเองในยุโรปครั้งที่ 1 ด้วยความล้มเหลว…

-ติดตามเรื่องราวการเล่นเคียงข้าง โรแบร์โต ฟิร์มิโน่ และการกลับไปยุโรปอีกครั้งของเนเกรา ในหน้าถัดไป-