Stories

ชีวิตพลิกผัน : 15 แข้งไทยลีก ที่เกือบไม่ได้เป็นนักฟุตบอล

นี่คือแข้งไทยลีกที่ครั้งหนึ่งพวกเขาเกือบไม่ได้มายืนบนลีกสูงสุดอย่างทุกวันนี้ บางรายเคยแขวนสตั๊ดไปขายป๊อบคอร์น, ทำงานก่อสร้าง, ทำสวนเงินเดือน 4,500 หรือเกือบไปเอาดีทางกีฬาอื่น

We are part of The Trust Project What is it?

เอเลียส ดอเลาะ

เกือบเป็นนักฟลอร์บอล

แนวรับร่างยักษ์ลูกครึ่งไทย-สวีดิช  อาจจะไม่ได้เป็นนักเตะอาชีพในไทย หากวันนั้นเขาเลือกที่จะเอาดีทางกีฬาชื่อไม่คุ้นหูคนไทยอย่าง “ฟลอร์บอล”

แม้ว่ากีฬาแรกที่ เอเลียส ดอเลาะ เด็กหนุ่มเลือดผสมไทย-สวีดิช  เลือกเล่นจะเป็น ฟุตบอล ตั้งแต่อายุ 5-6 ขวบ จนได้เข้าร่วมทีมเยาวชนท้องถิ่น แต่ในเวลาเดียวกัน เขาก็ได้ค้นพบพรสวรรค์กับอีกกีฬาหนึ่ง

“ฟลอร์บอล” คือกีฬายอดนิยมของประเทศในแถบสแกนดิเนเวีย มีลักษณะคล้ายๆกับ ฮอกกี้ โดยสาเหตุที่ผู้คนต่างชื่นชอบกีฬานี้ เพราะเนื่องจากภูมิประเทศที่ไม่เอื้อหวดลูกหนังในช่วงฤดูหนาวสักเท่าไหร่

“ความจริงระหว่างเล่นฟุตบอล ผมเล่นฟลอร์บอลควบคู่กันไปด้วย การเล่นฟุตบอลในฤดูร้อน และเล่นฟลอร์บอลในฤดูหนาว มันเป็นอะไรที่ลงตัว คุณไม่สามารถเล่นฟุตบอลท่ามกลางหิมะในช่วงฤดูหนาวได้อยู่แล้ว นั่น คือ สาเหตุที่ฟลอร์บอลเป็นกีฬายอดนิยมในช่วงฤดูหนาว”

ไม่ใช่แค่เล่นได้ แต่ เอเลียส เล่นฟลอร์บอลได้ดีซะด้วย ในช่วงมัธยมปลาย เขาย้ายจากบ้านเกิดเข้ามาเรียนในเมืองลุนด์ แต่ก็ยังคงเล่นฟุตบอลควบคู่ไปกับฟลอร์บอล แม้รู้ว่าท้ายที่สุดเขาต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง

ในที่สุด เอเลียส ตัดสินใจมุ่งมั่นกับกีฬาฟุตบอล และเลิกฟลอร์บอลไปโดยปริยาย ขณะที่เพื่อนร่วมรุ่นที่เล่นฟลอร์บอลมาด้วยกัน เวลาต่อมาได้มีโอกาสไปสัมผัส รายการฟลอร์บอลชิงแชมป์โลกซะด้วย... ไม่แน่ว่า ถ้าตอนนั้น เอเลียสไม่เอาดีทางฟุตบอล ตอนนี้เขาอาจจะกำลังเป็นนักฟลอร์บอลฝีมือดีของโลกก็ได้

“ถามว่าเสียดายไหม? ก็เสียดาย เพราะเพื่อนผมที่เล่นฟลอร์บอลด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก ทุกวันนี้ เขากลับมาเล่นให้ทีมชาติไทยด้วย แถมพาไทยตีตั๋วไปแข่งขันชิงแชมป์โลกที่ลัตเวียอีกต่างหาก แต่ผมชื่นชอบฟุตบอลมากกว่า”

ชาคริต ระวันประโคน

เกือบเป็นนักมวยอาชีพ

นอกจากจะเคยเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งวงการฟุตบอลแล้ว ชั้นเชิงด้านหมัดมวยก็ทำให้เขาเคยเลือกเดินเส้นทาง ด้วยค่าชกเรือนหมื่น

“โตโต้” ชาคริต ระวันประโคน  นักกีฬาพรสวรรค์จากจังหวัด บุรีรัมย์ เขาเริ่มต้นเล่นฟุตซอล ฟุตบอล และ มวยไทย ในวัยเยาว์ แต่ความสามารถด้านหมัดมวยดูจะโดดเด่นที่สุด จนได้ค่าตอบแทนจากชกเดินสายมากมายสำหรับเด็กวัยนั้น กลายเป็นจุดเปลี่ยนแรก ที่ทำให้ ชาคริต เบนเข็มมาซ้อมมวยอย่างจริงจัง

แม่ไม้มวยไทยของเขา เริ่มมีชื่อจากตระเวนชกเดินสาย ในภูมิภาคอิสาน โดยใช้ชื่อว่า โอโรโน่ ศิษย์ออ ตามสมญานามของอดีตนักชกชื่อดังอย่าง โอโรโน่ ศิษย์ อ.  ชีวิตบนสังเวียนผ้าใบกำลังไปได้สวย เช่นเดียวกับ ด้านฟุตบอล ชาคริต ได้โควต้าช้างเผือกมาเรียนต่อ มหาอำนาจลูกหนังขาสั้นอย่าง สวนกุหลาบวิทยาลัย

แม้จะต้องซ้อมบอลอย่างหนักหน่วงกว่าสมัยอยู่ที่บ้านเกิด แต่เขายังคงหาเวลาไปชกมวยอยู่เสมอ ด้วยค่าตัวเรือนหมื่น ยุคนั้น ถือว่าเป็นการหารายได้ที่ง่ายกว่าการเล่นฟุตบอล ทำให้บางครั้ง ชาคริต ต้องแอบหนีอาจารย์ เพื่อไปตะบันหมัดแลกกับเงินจำนวนมาก

กระทั่งช่วง ม.5 โอโรโน่ ศิษย์ออ ได้มีโอกาสขึ้นสังเวียนผ้าใบ เวทีราชดำเนิน 1 ครั้ง หลังจากนั้น เขายังได้รับการติดต่อไปให้ชกอยู่เรื่อยๆ ประมาณ 20 ไฟต์ ก่อนเลือกที่แขวนนวม เพราะมีปัญหาเรื่องสภาพร่างกาย และไม่สามารถเล่น 2 กีฬาที่พละกำลังมหาศาลพร้อมกันได้
 
ชาคริต หันมามุ่งมั่นกับฟุตบอล จนได้เป็นเยาวชนทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ชุดลุยศึกชิงแชมป์เอเชีย เคยเป็นเยาวชนของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด รุ่นแรกๆ ก่อนจะมาแจ้งเกิดบนลีกสูงสุด กับ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี และปัจจุบันย้ายซบ การท่าเรืออ เอฟซี ไปตั้งแต่จบฤดูกาล 2017
 
 

นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม 

เกือบเป็นโปรกอล์ฟ

ในวันนั้น ถ้าคำตอบของเด็กน้อยวัย 9 ขวบ เลือก “กีฬากอล์ฟ”...  วันนี้ทีมชาติไทยและวงการฟุตบอลบ้านเรา คงไม่มีแบ็กขวาหน้าหล่อ ที่ชื่อ นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม

ต้น เติบโตมาในครอบครัวที่สนับสนุนให้เขาเล่นกีฬาตั้งแต่เด็ก  เขาเล่นกีฬาได้หลายประเภท ทั้ง ขับรถโกคาร์ท, กอล์ฟ และ ฟุตบอล

ในวัยเด็ก นฤบดินทร์ มีรูปร่างที่ค่อนข้างเล็ก และสามารถเล่นกีฬาประเภทบุคคลอย่าง กอล์ฟ ได้ดีเกินวัย ทั้งสามารถนับแต้มและพัฒนาฝีมือขึ้นเรื่อยๆตามวัย

จนวันหนึ่งระหว่างการไดร์ฟกอล์ฟ ที่สนาม จู่ๆ คุณพ่อณรงค์ศักดิ์ วีรวัฒโนดม เอ่ยปากถามลูกชายวัย 9 ขวบ ว่าระหว่าง กอล์ฟ กับ ฟุตบอล ลูกชอบอะไร โดย นฤบดินทร์ ตอบว่า ฟุตบอล นั่นเป็นจุดเริ่มสู่การพัฒนา ส่งเสริม ลูกชาย สู่การเป็นนักฟุตบอลอย่างเต็มตัว
 
มีการไปพบแพทย์เรื่องกระดูกเพื่อดูว่าจะมีวิธีอย่างไร ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อช่วยให้ นฤบดินทร์ มีร่างกายที่สูงใหญ่มากสุดเท่าที่กระดูกจะสามารถยืดได้ พาไปฝึกตบอลในอะคาเดมี่ จนสามารถคว้าโควตาเข้าเรียนที่ โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี มหาอำนาจลูกหนังขาสั้น เป็นใบเบิกทางสู่ การติดทีมชาติไทยตั้งแต่รุ่นเยาวชน 12 ปี ไล่มาจนถึงทีมชาติชุดใหญ่

ขณะที่ในฟุตบอลอาชีพ เขาแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวกับ บีอีซี เทโรศาสน และกำลังเข้าสู่ฤดูกาลที่ 3 ในการค้าแข้งให้กับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อีกทั้งยังเป็นอีกหนึ่งนักเตะซูเปอร์สตาร์ที่มีแฟนคลับมากมาย เพราะนอกจากฝีเท้าแล้ว เขายังมีหน้าตาที่หล่อ เหมือนดารานายแบบเลยทีเดียว  

Pages