ชีวิตต้องเดินต่อ : เปิดใจอดีตแข้งชาเปโคเอนเซ่ ผู้ตีตั๋วข้ามทวีป มาค้าแข้งแดนเสือเหลือง

28 พฤศจิกายน 2016 เดเมอร์สัน บรูโน่ คอสต้า พร้อมกับเพื่อนร่วมทีมอีก 8 ราย พลาดโอกาสขึ้นเครื่องบินไปกับเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ ของชาเปโคเอนเซ่ ก่อนที่เที่ยวบินนั้นจะกลายเป็นเที่ยวบินมรณะที่พรากเอาชีวิตเหล่านักเตะและทีมงานไปทั้งสิ้น 71 คน วันนี้ เดเมอร์สัน ได้มีโอกาสพูดคุยกับ วีเจย์ วิค คอลัมนิสต์ของ FFT ถึงเหตุการณ์อันน่าสลดดังกล่าว รวมถึงเส้นทางจากลีกแซมบ้าสู่แดนเสือเหลืองของเขาด้วย ติดตามได้ที่นี่ 

นับเป็นเรื่องเศร้าสลดสำหรับวงการลูกหนังเมื่อมีข่าวคราวเครื่องบินขนทัพนักกีฬาของสโมสรต่างๆ ประสบอุบัติเหตุตก เนื่องจากมันมักจะตามมาด้วยข่าวร้ายที่ไม่มีใครอยากได้ยินเสมอ

ย้อนกลับไปเมื่อปี 1949 เครื่องบินขนทัพนักเตะของโตริโน่ก็เคยประสบอุบัติเหตุตกมาก่อน ขณะที่ในปี 1958 แมนฯ ยู เองก็เคยเจอกับเรื่องสุดเศร้านี้เช่นกัน แถมในปี 1993 เครื่องบินขนทัพนักเตะทีมชาติแซมเบียก็โชคร้ายตกที่ชายฝั่งกาบองจนทำให้นักเตะทีมชาติเสียชีวิตจำนวนมาก และนี่คือส่วนหนึ่งเท่านั้นของเหตุการณ์อันน่าเศร้าที่เคยเกิดขึ้น

ผมคือ 1 ใน 9 คนที่ไม่ได้เดินทางไปกับทีมเพราะตอนนั้น มันเป็นเกมแบบเหย้าเยือน และโค้ชบอกให้เราอยู่ที่บราซิลเพื่อรอเล่นในนัดที่ 2

- Demerson

ขณะที่สำหรับกองหลังชาวบราซิลรายนี้ (ภาพบน-คนซ้าย) เขาเองก็คงไม่คาดฝันว่าจะต้องมาเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ด้วยตัวเอง

เครื่องบินโดยสารของนักเตะสโมสรชาเปโคเอนเซ่จำนวน 19 คน พร้อมด้วยทีมงาน เจ้าตัวหน้าที่สโมสร และ นักข่าวอีกจำนวนหนึ่ง รวมแล้ว 71 ชีวิต ของสายการบิน ลาเมีย แอร์ไลน์ ไฟลท์ 2933 เกิดเหตุน้ำมันหมดและตกลงในหุบเขาแห่งหนึ่งใกล้ๆ กับเมืองเมเดลลิน ประเทศโคลอมเบีย ส่งผลให้ผู้โดยสารส่วนใหญ่เสียชีวิตทันที ขณะที่ผู้รอดชีวิตนั้นมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น

“มันเป็นเรื่องที่เลวร้ายมาก ผมเสียเพื่อนที่ดีไปหลายคน พวกเราเป็นเหมือนครอบครัวเดียวกัน” เดเมอร์สันเริ่มกล่าวกับ FFT “ทุกคนบนนั้นคือคนดี พวกทีมงานก็เช่นกัน”

“ผมสนิทกับ บรูโน่ รานเกล มากๆ เขาคือกองหน้าของเรา เขาเป็นนักเตะที่ดีและยังได้มากกว่า 80 ประตูตลอด 3 ปีที่ผ่านมานี้”

แฟนบอลร่วมรำลึกถึงผู้จากไปของสโมสรชาเปโคเอนเซ่ ภาพจาก PA

“ผมคือ 1 ใน 9 คนที่ไม่ได้เดินทางไปกับทีมเพราะตอนนั้น มันเป็นเกมแบบเหย้าเยือน และโค้ชบอกให้เราอยู่ที่บราซิลเพื่อรอเล่นในนัดที่ 2”

มันคือการแข่งขันฟุตบอล โคปา ซูดาเมริกาน่า นัดชิงชนะเลิศ (ระดับเดียวกับยูโรป้า ลีกของยุโรป) โดยฟุตบอลรายการนี้จะเตะทั้งหมด 2 นัด เหย้าและเยือนในรอบชิง ทำให้ ชาเปโคเอนเซ่จะได้ดวลกับสโมสร แอตเลติโก นาซิอองนาลก่อนที่โคลอมเบีย และนัดที่สองที่บราซิล

สำหรับการเข้ารอบชิงฯ ครั้งนั้นนับเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสโมสรชาเปโคเอนเซ่แล้ว อย่างไรก็ตาม น่าเศร้าที่สุดท้าย แมตช์ดังกล่าวก็ไม่เคยเกิดขึ้น ทว่าทางสมาพันธ์ฟุตบอลอเมริกาใต้ (CONMEBOL) พร้อมกับแอตเลติโก นาซิอองนาล ก็ได้พร้อมใจกันยกแชมป์ให้กับทัพชาเปโคเอนเซ่ หลังจากที่ทราบข่าวร้าย

จากเหตุการณ์ดังกล่าว เดเมอร์สัน มีอันต้องพาครอบครัวของเขาย้ายออกจากบราซิล เพื่อลืมความเศร้าสลดครั้งนี้ และกลับไปโฟกัสกับเกมลูกหนังให้ได้

“เหตุการณ์นั้นมันทำให้ผมอยากย้ายออกจากบราซิลและไปเล่นที่อื่น” กองหลังวัย 31 ปีกล่าว

“ชีวิตของผมเปลี่ยนไปตลอดกาลหลังจากอุบัติเหตุครั้งนั้นเนื่องจากผมยังจำทุกอย่างได้ ผมบอบช้ำกับเรื่องนี้อย่างมาก”

“ผมไม่ได้ไปอยู่ที่นั่นหลายปีหรอก แต่ทุกวันนี้ผมก็ยังคิดถึงพวกเขาบ้างเหมือนกันนะ”

“การย้ายมาที่นี่ช่วยให้ผมเดินหน้าต่อได้ ผมรู้สึกดีขึ้นแล้วและสามารถโฟกัสกับฟุตบอลได้อีกครั้ง ผมขอภาวนาให้ดวงวิญญาณของทุกคนไปสู่สุขคติ”

เปิดประสบการณ์แดนเสือเหลือง

นับเป็นครั้งที่ 2 แล้วที่ปราการหลังรายนี้ตัดสินใจย้ายมาค้าแข้งในทวีปเอเชีย โดยเขาผ่านการทดสอบฝีเท้ากับหลายๆ สโมสร ก่อนที่จะเป็น ซาราวัก เอฟเอ ที่คว้าตัวเขาไปครองในช่วงต้นฤดูกาล 2017 นี้

ทุกอย่างเริ่มที่จะลงตัวแล้ว ซึ่งมันนับเป็นเรื่องดีสำหรับผมที่จะก้าวต่อไปหลังจากเหตุการณ์อันน่าเศร้านั้น

ขณะที่ประสบการณ์ครั้งแรกในเอเชียของเดเมอร์สันนั้น เกิดขึ้นที่ประเทศจีน เมื่อเขาย้ายมาค้าแข้งกับสโมสรเจียงซี เลียงเชิง เมื่อปี 2015 ก่อนที่อีก 15 เดือนต่อมาจะกลับไปค้าแข้งในบ้านเกิดตัวเองหลังจากทีมตกชั้นไปลีกระดับ 3 แดนมังกร

อย่างไรก็ตาม เดเมอร์สันเปิดเผยว่า เขารู้สึกว่าในประเทศมาเลเซีย เขาสามารถปรับตัวได้ง่านกว่าเนื่องจากที่จีนนั้น เขาไม่สามารถพูดภาษาจีนได้เลย

“การไปที่จีนนั้นเป็นช่วงเวลาที่ยากทีเดียว แต่ที่นี่ ในมาเลเซีย มันง่ายกว่ามาก เพราะทุกคนพูดภาษาอังกฤษ” เจ้าตัวกล่าวต่อ

“ภรรยาของผมพร้อมกับลูกๆ อีก 2 คนมีความสุขดีที่นี่ ทุกอย่างเริ่มที่จะลงตัวแล้ว ซึ่งมันนับเป็นเรื่องดีสำหรับผมที่จะก้าวต่อไปหลังจากเหตุการณ์อันน่าเศร้านั้น”   

“อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ผมยังมีลูกสาวอีกคนหนึ่งที่อยู่ที่บราซิล”

เดเมอร์สันลงเล่นในมาเลเซียเป้นครั้งแรกในเกมที่พบกับ เฟลด้า ยูไนเต็ด

ทีมขาดความมั่นใจ

หลังจากที่ได้เริ่มโชว์ฝีเท้า เขาก็ได้รับคำชมอย่างมากจาก เดวิด อูซป กุนซือของทีม เนื่องจากเดเมอร์สันสามารถจับคู่กับ รอนนี่ ฮารูน หัวใจในปราการหลังของทีมได้อย่างลงตัว

อย่างไรก็ตาม ผลงานโดยรวมของทีมก็ทำได้ไม่ดีนัก เมื่อตอนนี้ หลังจากผ่านไป 9 นัด พวกเขายังจมอยู่ในโซนตกชั้น ทว่าเดเมอร์สันก็ยังมองโลกในแง่ดี และเชื่อว่าสถานการณ์ของทีมจะดีขึ้นได้หากทีมมีความมั่นใจมากกว่านี้

เจ้าตัวได้พูดถึงเกมที่พวกเขาแพ้ให้กับ เซลังกอร์, ยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม และ เฟลด้า ยูไนเต็ด ด้วยว่าแม้จะเกม แต่เกมเหล่านั้นพวกเขาก็ส่งสัญญาณที่ดีให้แฟนๆ ได้เห็น

“เรามีนักเตะที่ดี มีดาวรุ่งที่มีศักยภาพหลายคน ผมคิดว่าเราเพียงแต่ขาดความมั่นใจ ซึ่งถ้าหากเราสามารถเรียกความมั่นใจกลับมาได้ เราก็จะเก็บชัยชนะได้ และค่อยๆ ไต่ขอันดับหนีโซนตกชั้นนี้” เดเมอร์สันกล่าว

“เราเล่นได้ดีในหลายๆ นัดนะ เพียงแต่ว่าสุดท้ายเราก็พลาดแล้วแพ้ไป ซึ่งนี่แหละฟุตบอล เมื่อคุณขาดความมั่นใจ ก็ถือว่าคุณกำลังอันตรายแล้ว”

“ตอนนี้เราอยู่ในตำแหน่งที่สุ่มเสี่ยง และต้องพยายามเรียกฟอร์มของเรากลับมาให้ได้ เราต้องเปลี่ยนชะตาของเราและพัฒนาทีมจากตรงนั้นต่อไป”

ปัจจุบันต้นสังกัดของเดเมอร์สันกำลังรั้งอยู่อันดับที่ 11 ของตารางจาก 12 ทีม แต่กระนั้น พวกเขาก็อยู่ห่างจากสโมสร ที-ทีม ทีมอันดับ 7 แค่ 3 คะแนนเท่านั่นเอง

เกมต่อไปพวกเขาจะเปิดบ้านพบกับสโมสร เปรัก ทีมอันดับ 5 ของตาราง ตามด้วยการลงเล่นฟุตบอลถ้วย มาเลเซีย เอฟเอ คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ เจอกับ เตเร็งกานู เอฟซี