ชินจิ คากาวะ: ยกยอเกินจริงหรือประเมินค่าต่ำไป?

ถึง ชินจิ คากาวะ ได้รับการยกย่องในฐานะซูเปอร์สตาร์ทั้งในบ้านเกิดและทวีปเอเชีย แต่เจ้าตัวก็ไม่อาจรอดพ้นเสียงวิพากษ์พิจารณ์ ดังนั้นเราจึงได้สอบถามทีมงานของเราเกี่ยวกับเรื่องนี้ 

ไมเคิ่ล เชิร์ช นักข่าวอาวุโสของเราได้เลือกคากาวะไว้ในอันดับ 10 ของลิสต์นักเตะเอเชียยอดเยี่ยมของเรา ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในหมู่ทีมงานด้วยกัน

และนี่คือเหตุผลของเขาที่มีต่อกองกลางโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ รายนี้

ข้อดีของ ชินจิ คากาวะ

มันเป็นเรื่องง่ายที่จะประเมินความสามารถของ ชินจิ คากาวะ ต่ำเกินความจริง เพราะกองกลางทีมชาติญี่ปุ่นรายนี้ทำให้ชีวิตตัวเองโดนผู้คนกล่าวโจมตีเป็นปกตินับตั้งแต่สิ้นสุดช่วงเวลาค้าแข้งกับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในรอบแรก และเข้าสู่ช่วงเวลาตกต่ำซึ่งส่งผลต่อการกำหนดเส้นทางอาชีพด้วย

เมื่อความมั่นใจของเขาพังทลายคาถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ด้วยน้ำมือ เดวิด มอยส์ คากาวะจึงขาดหายไปทั้งความกระตือรือร้น, พลัง และความแม่นยำ ที่ทั้งหมดเคยรวมกันเป็นฟอร์มการเล่นอันโดดเด่นของเขาในบุนเดสลีกา นับตั้งแต่ย้ายจากเซเรโซ โอซาก้า มาอยู่ดอร์ทมุนด์เมื่อกลางปี 2010

จากฤดูกาลแรกกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่มักโดนอาการบาดเจ็บรบกวน ต่อด้วยปีที่ 2 แห่งหายนะที่ทำเอามูลค่าของเขาลดฮวบ แถมยังมีการเล่นที่ย่ำแย่กับทีมชาติญี่ปุ่น โดยเฉพาะในรอบก่อนรองชนะเลิศศึกเอเชียน คัพ เมื่อเดือนมกราคมที่พ่ายจุดโทษต่อสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเจ้าตัวก็สังหารพลาดด้วย

การกลับสู่ดอร์ทมุนด์ของเขาสร้างความรู้สึกเชื่อมั่นให้ผู้คนได้น้อยกว่าสมัยที่มาเยอรมนีฤดูกาลแรก ซึ่งการโต้ตอบที่คากาวะทำให้บรรดาคนต้องการทับถมเงียบหายไปอย่างรวดเร็วนั้น ก็คือการที่เขาลงเป็นตัวจริงอย่างต่อเนื่อง พร้อมช่วยต้นสังกัดกลายเป็น 1 ในทีมที่ทำสถิติได้ดีสุดในยุโรปฤดูกาลนี้

โอลด์ แทรฟฟอร์ด เปรียบเสมือนโรงละครแห่งฝันร้ายของชินจิ

"คางาวะมีแต่ตะดีขึ้นและดีขึ้น แต่เขายังไม่ได้แสดงถึงฟอร์มสุดยอดเหมือนฤดูกาล 2011-12 เลย" มาร์ติน กรูเนอร์ ผู้สื่อข่าวจากคิกเกอร์ นิตยสารดังแห่งเยอรมนีได้กล่าวไว้

"ดอร์ทมุนด์ในเวลานี้คือทีมอันดับ 2 ที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลเยอรมัน และพวกเขาโชคไม่ค่อยดีนักที่มียักษ์ใหญ่อย่างบาเยิร์น มิวนิค อยู่ข้างหน้าพวกเขา"

He would be a star at most other teams, but Dortmund and Bayern are special at the moment

"(คากาวะ) ทำบอลเสียและพลาดโอกาสทำประตูมากเกินไป และบางครั้งเขาก็ไม่ได้ทำงานเพื่อช่วยเกมรับมากพอ ยิ่งกว่านี้เขายังเป็นนักเตะที่เหมาะกับเกมโต้กลับด้วยความรวดเร็วในการเคลื่อนไหว แต่ดอร์ทมุนด์ได้เปลี่ยนสไตล์ไปนับตั้งแต่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ออกจากทีม และตอนนี้พวกเขากลายเป็นทีมที่เน้นการครองบอลแทนไปแล้ว"

"เหมือนกับที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ดูเหมือนว่าที่นี่จะไม่เหมาะกับคางาวะแล้ว ทูเคิ่ลดร็อปเขาออกจากทีมในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์พร้อมบอกว่าเขาไม่อยู่ในสภาพ 100% แต่ตอนนี้คากาวะกลับสู่ทีมอีกครั้ง อย่างไรก็ตามเขายังไม่สามารถสร้างความเชื่อใจได้อย่างแท้จริง และเป็นจุดอ่อนในแนวรุกของดอร์ทมุนด์"

"แต่โปรดอย่าเข้าใจผิด เขาจะเป็นดาวเด่นได้ในการเล่นกับทีมอื่นๆ แต่ดอร์ทมุนด์และบาเยิร์นเป็นทีมที่พิเศษในขณะนี้"

ทว่าบทสรุปแล้วเขาก็ยังเป็นยอดนักเตะที่แท้จริง เพราะจะมีนักเตะเอเชียสักกี่คนที่สามารถเล่นในทีมที่สะสมแต้มจนเป็นสถิติสโมสร, ช่วยผลักดันให้หนึ่งในสโมสรยักษ์แห่งยุโรปรายนี้มีลุ้นแชมป์ลีกที่ยิ่งใหญ่ระดับหัวแถวของโลก และก้าวไปถึงรอบก่อนรองชนะเลิศยูโรป้า ลีก?

ถึงจะฟอร์มลุ่มๆดอนๆในยุคของทูเคิ่ล แต่ก็มีตัวเลขทำประตูกับแอสซิสต์ที่ดี

แม้จะมีกระแสค่อนขอดว่ายังคงฟอร์มไม่เข้าที่ แต่ฤดูกาลนี้คากาวะก็ยิงไปถึง 8 ประตู จากการลงสนามรวมทุกรายการในฐานะตัวจริง 28 นัด และตัวสำรอง 9 นัด ทั้งที่เล่นในตำแหน่งกองกลางตัวรุก ขณะที่แข้งเอเชียรายอื่นอย่าง โยชิโนริ มุโตะ ดาวรุ่งดวงใหม่แห่งวงการฟุตบอลญี่ปุ่น ได้ลงตัวจริงให้ไมนซ์ไปแค่ 18 นัด ยิงได้ 7 ประตู และ ซน ฮึง-มิน ได้ลงตัวจริงให้ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ 19 นัด กลับได้รับการยกย่องในระดับเหนือกว่าคากาวะอยู่ดี

ประตูที่สวยงามและเปี่ยมไหวพริบของคางกวะในเกมเจ๊าชาลเก้ 2-2 เมื่อช่วงต้นเดือนเมษายนแสดงให้เห็นว่านอกจากคุณภาพของเขาที่ยังคงเต็มเปี่ยมแล้ว ความมั่นใจของเขายังเริ่มกลับมาเรื่อยๆด้วย ตอนนี้เขาอาจจะไม่ได้เป็นนักเตะหมายเลข 1 ของเอเชียแล้ว แต่ทว่า ชินจิ คางาวะ ยังคงห่างไกลจากการถูกลบเลือนออกไปง่ายๆ

และนั่นคือมุมมองของไมเคิ่ล คุณสามารถคลิกได้ที่น่าถัดไปเพื่อดูข้อเสียของเขา