Analysis

ซินเดอร์เรลลาสตอรี่ : ย้อนรอยความล้มเหลวของ เรนาโต ซานเชส และการกลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง

บาเยิร์น มิวนิก กำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ดีนัก แต่ก็ยังมีเรื่องดีๆเกิดขึ้นกับนักเตะคนหนึ่ง เขาคือนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนกันยายนที่ผ่านมาของทีม วันนี้ FFT ขอเสนอเรื่องราวที่น่าประทับใจของดาวรุ่งที่ถูกตีตราว่าเป็นสินค้าชำรุดแต่สามารถกลับมาสู่ลู่ทางได้อีกครั้งของ เรนาโต ซานเชส

We are part of The Trust Project What is it?

ช่วงสองปีที่ผ่านเส้นทางชีวิตของ เรนาโต ซานเชส ผกผันไปมาเหมือนกับ โรลเลอร์โคสเตอร์

นับตั้งแต่ซานเชสพึ่งทะยานขึ้นมาสู่เบนฟิก้าชุดใหญ่ในปี 2015 แข้งวัย 21 ปีก็ได้รับประสบการณ์มาหมดทุกรูปแบบที่โลกฟุตบอลจะมอบให้เขาได้ ทั้งตกต่ำอย่างน่าใจหาย, ขึ้นไปสูงจนน่าหวาดเสียว และ อยู่ในระดับกลางๆไม่มีอะไรพิเศษ

จากการคว้าแชมป์ยูโร 2016 กับทีมชาติโปรตุเกสและย้ายไปร่วมทีม บาเยิร์น มิวนิก ด้วยวัยเพียงแค่ 18 ปี ไปจนถึง กลายเป็นส่วนเกินและถูกดองอยู่กับสวอนซีเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

แต่ก็ขอบคุณพระเจ้า ดูเหมือนกองกลางวัยเยาว์คนนี้จะกลับมาสู่ฟอร์มที่ดีที่สุดของเขาได้หลังออกทะเลไปไกลจากฝั่งอย่างมาก เพราะเขาคือนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนคนล่าสุดของ บาเยิร์นมิวนิก

บาเยิร์นมิวนิก กำลังเผชิญปัญหาฟอร์มไม่ดีภายใต้การคุมทีมของกุนซือคนใหม่อย่าง นิโก โควัค แต่ตำแหน่งของซานเชสภายในทีมหลังจากกลับมาจากการยืมตัวอย่างหายนะที่สวอนซี กำลังเป็นไปในด้านบวกอย่างมาก

แต่ก่อนที่จะชื่นชมกับการกลับมาสู่จุดที่ควรจะเป็นของเขา เราขอย้อนกลับไปในฤดูกาลที่แล้วเพื่อให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าเรื่องแย่ๆทั้งหมดมันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร

จุดตกต่ำ

ในซัมเมอร์ปี 2017 ซานเชสย้ายมาร่วมทีม สวอนซี โดยนับว่าเป็นดีลที่ฮือฮาอย่างมากในตลาดซื้อขายครั้งนั้น

ซานเชส เป็นที่รู้กันว่ามีพรสวรรค์อยู่ในตัวและถูกคาดว่าจะกลายมาเป็นสตาร์ในวงการลูกหนังในอนาคต แต่ในช่วงเวลานั้นเขายังไม่สามารถเบียดขึ้นมาใน 11 ตัวจริงของบาเยิร์นมิวนิกได้

เขาต้องการที่จะลงเล่นเพื่อพัฒนาตัวเอง และที่สวอนซีนั้นก็เป็นโอกาสอันดีที่เขาจะได้มาเป็นปลาใหญ่ในบ่อเล็กๆ แต่ถึงอย่างนั้น การเริ่มต้นของเขาให้ในดินแดนเวลส์ก็เป็นอะไรที่ผิดไปจากที่คาดไว้อย่างสิ้นเชิง

ในการลงเล่นเปิดตัวครั้งแรก ซานเชสได้จ่ายบอลเสียในจำนวนที่น่าเหลือเชื่อถึง 23 ครั้งใน 69 นาทีที่อยู่ในสนามและทีมก็แพ้ในบ้านต่อนิวคาสซฺลไป 1-0 จากนั้นก็ตามมาด้วยอาการบาดเจ็บ และ ฟอร์มที่ไม่เอาอ่าวในเกมต่อๆมา ซึ่งก็ทำให้ชีวิตของเขาอยู่ยากกับสโมสรใหม่ในเวลาต่อมา

แต่นั่นก็เป็นก่อนหน้าที่ชีวิตของเขาในเวลส์อยู่ในจุดตกต่ำที่สุดในชีวิตเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วในเกมกับเชลซี

หลายๆสำนักยกให้การลงเล่นเกมนั้นว่าเป็น ’45 นาทีที่แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก’ ซึ่งในเกมนั้น ซานเชส ได้สร้าง ‘ชื่อเสีย’ ขึ้นมาโดยการจ่ายบอลออกข้างไปเพราะป้ายโฆษณาข้างสนามขึ้นสีแดงและทำให้เขานึกว่านั่นคือเพื่อนร่วมทีม และนั่นส่งผลให้ พอล เคลเมนท์ ถอดเขาออกในช่วงพักครึ่ง

เขาได้ลงเล่นเกมสุดท้ายในลีกในเกมแรกของปี 2018 ที่เปิดบ้านแพ้ต่อสเปอส์ และ 4 วันหลังจากนั้น เขาอยู่ในสนามเพียงแค่ 36 นาที ในเกมเอฟเอคัพ กับ วูล์ฟ

หลังจากนั้นเขาก็ถูกทิ้งไว้กลางทางจากทีมที่ตกชั้นไปแบบหายนะสุดๆ เคลเมนท์ถึงกับออกมาอธิบายหลังจากนั้นถึงซานเชสว่า “เขามีตำหนิมากกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก”

“ผมเสียใจมาก เขาเป็นเด็กหนุ่มที่เคยเกือบจะได้แบกโลกใบนี้ไว้บนบ่าของเขา”

“ในการซ้อมตอนที่ไม่มีการกดดันเกิดขึ้น เขาคือนักเตะที่ยอดเยี่ยมที่สุด แต่เมื่อลงไปในการแข่งขัน ผมได้ดูการตัดสินใจของเขา เช่น ยิงไกล 45 หลาในมุมอับ และเขาก็มักจะทำสิ่งผิดพลาดเหล่านี้เรื่อยๆ

โอกาสที่สอง

ในเดือนพฤษภาคม ชีวิตของซานเชสมาถึงสี่แยก เขาไม่ติดทีมเพื่อไปลุยฟุตบอลโลกกับโปรตุเกสทำให้เขากลับไปที่สโมสรหลักอย่าง บาเยิร์นมิวนิก โดยปราศจากการทำประตูและแอสซิสท์จากสองฤดูกาลเต็มๆในฟุตบอลระดับสโมสร

แน่นอนว่ามีสื่อหลายๆสำนักคาดเดาอนาคตของเขา – มีบางข่าวลือออกมาว่าเขามีข่าวกับการกลับไปที่เบนฟิก้า แต่ประธานสโมสรของบาเยิร์นอย่าง รุมเมนิกเก้ ยังเชื่อในตัวนักเตะที่พวกเขาซื้อมาถึง 35 ล้านยูโรเมื่อ 2 ปีที่แล้ว และเผยว่าพวกเขาจะเปิดโอกาสครั้งที่สองให้ซานเชส

“เขาจะกลับมา” รุมเมนิกเก้แถลงกับสื่อ “นิโก้ โควัค จะพยายามพาเขากลับมาสู่ฟอร์มเดิม นี่เป็นงานที่น่าตื่นเต้น”

ทางด้าน โควัช ก็กำลังติดขัดอย่างหนักกับบาเยิร์นในฤดูกาลนี้ – ในตอนที่เขียนอยู่นี้เขากำลังอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างสูงหลังจากที่แพ้ 3-0 ต่อ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัด ในลีก – แต่ก็ดูเหมือนว่าเขาได้ทำให้ซานเชสเริ่มกลับมาเข้าร่องเข้ารอยอีกครั้ง

ก่อนหน้านั้นเขาเคยมีชื่อเสียงจากการช่วยให้ เควิน-พรินซ์ บัวเต็ง กลับมาคืนฟอร์มอีกครั้งในตอนที่ทำงานร่วมกันที่ ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ท

การฟอร์แมทความมั่นใจของซานเชสขึ้นมาใหม่ ได้เริ่มต้นทันทีในการพรีซีซั่นเกมแรกของบาเยิร์นกับ เปแอชเช

ซานเชสได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง และเขาก็แสดงให้เห็นถึงความเป็นจอมทัพในตัวอีกทั้งยังมีความแข็งแกร่งและความว่องไวในการคุมแผงกลางของทีม เขาจ่ายบอลสำเร็จทุกลูกอีกทั้งยังทำประตูได้จากฟรีคิกให้บาเยิร์นออกนำ

จากนั้น เขาก็กลับมาติดทีมชาติโปรตุเกสอีกครั้ง และได้ลงเป็นตัวสำรองในเกมกับ โครเอเชีย และ อิตาลี เมื่อเดือนก่อน – ก่อนที่จะลงเล่นและทำประตูให้กับบาเยิร์นในแชมเปียนส์ลีกในเกมกับเบนฟิก้า

ตอนนี้เขาได้ลงเป็นตัวจริง 2 เกมจาก 4 เกมล่าสุดในลีก และดูเหมือนว่าเขามีความมั่นใจเต็มเปี่ยมอยู่ตลอดเวลา แม้บาเยิร์นตอนนี้จะอยู่ในฟอร์มที่ไม่ดีนัก

นับตั้งแต่เขากลับมาสู่ทีม โควัชได้ยกย่องซานเชสอย่างมาก – ถึงกับยกว่าไปเปรียบเทียบกับตำนานของทีมอย่าง โลธาร์ มัทเธอุส

“ผมยินดีกับเรนาโมอย่างมาก ผมพูดมาตลอดว่าเขายอดเยี่ยมมากในพรีซีซั่นและมันก็ไม่นานนักก่อนเขาจะกลับมาเล่นได้อย่างดี”

แน่นอนว่าหนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล และซานเชสก็ดูเหมือนจะได้เวลาในการลงเล่นน้อยลงถ้าพวกเขาปลดโควัชออกจากตำแหน่งช่วงกลางฤดูกาล

แต่สำหรับดาวรุ่งผู้ที่ถูกตีตราว่าเป็นสินค้าชำรุดเมื่อไม่นานมานี้ การกลับมาของเขาจากริมขอบเหวก็ถือว่าเป็นอีกเรื่องราวที่น่าประทับใจในฤดูกาลนี้