ชลบุรี เอฟซี : REBOOT ครั้งใหม่ฉลามวัยฮอร์โมนส์

หลังจากความสำเร็จในระดับสูงสุดของการแข่งขันฟุตบอลไทยลีกในปี 2007 “ฉลามชล” ก็กลายเป็นทีมได้รับการจับตามองและวางให้เป็น “ทีมลุ้นแชมป์” มาโดยตลอด ด้วยศักยภาพของทีมและการรวมตัวกันของซูเปอร์สตาร์ที่โด่งดังของค่ายฉลามชล พวกเขามีผู้เล่นที่ติดทีมชาติมากมายที่เล่นด้วยกัน แม้จะห่างหายจากความสำเร็จในระดับลีกสูงสุด แต่พวกเขาก็ยังมีแชมป์เอฟเอ คัพติดมือในปี 2010 และในซีซั่น 2012 ก็ได้ถ้วยพระราชทาน ประเภท ก. มาครอบครองได้สำเร็จ

ทว่าถ้วยดังกล่าวนั้น ดูจะเป็นถ้วยแห่งความสำเร็จถ้วยสุดท้ายที่ขุนพลเลือดฟ้า-น้ำเงินแห่งเมืองน้ำเค็มภาคตะวันออก ทำได้จนกระทั่งถึงวินาทีนี้

การแจ้งเกิดและก้าวขึ้นมาครองความยิ่งใหญ่ของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดแบบเบ็ดเสร็จ ขณะที่การลงทุนในสนามแข่งขันลีกฟุตบอลอาชีพเมืองไทยทุกๆ ทีมชั้นแนวหน้ากว่าครึ่งพันล้าน และดูจะร้อนแรงขึ้นทุกปี ทำให้ชลบุรี เอฟซี ที่ใช้งบลงทุนปีละกว่า 100 ล้านมาโดยตลอด กลายเป็นตามหลังอย่างปฏิเสธไม่ได้

อรรณพ สิงห์โตทอง รองประธานสโมสรฯ ให้คำอธิบายก่อนเปิดซีซั่น 2016 ไว้ว่า “ฉลามชล” ยังคงเป็นทีมฟุตบอลอาชีพที่มีวิสัยทัศน์ในการทำทีมแบบเดิม คือการสร้างรากฐานของเยาวชนที่แข็งแกร่ง ขณะที่การเสริมทัพเพื่อไล่ล่าแชมป์ ก็สามารถทำได้เพียงระดับหนึ่ง เมื่อเทียบกับยักษ์ใหญ่อีกหลายสโมสร โดยในรอบปีหลังที่ผ่านมา ตนเองก็เข้าใจถึงความรู้สึกของแฟนบอลชลบุรี ที่อาจจะรู้สึกผิดหวังกับความว่างเปล่าในการต่อสู้ของทีมรัก แต่ในแง่ของการพัฒนา ยอดทีมแห่งภาคตะวันออกก็ยังสามารถพาทีมอยู่หัวตาราง และไปเล่นเพลย์ออฟถ้วยเอเชียได้บ่อยครั้งเช่นกัน

“เราเองมีงบประมาณไม่มาก เมื่อเทียบกับบุรีรัมย์, สุพรรณ, เมืองทอง หรือทีมเงินถุงเงินถังอื่นๆ แต่เราก็ยังใส่ใจในการสร้างอะคาเดมี เรายังมีนักเตะเด็กๆ ที่พร้อมเข้ามาเล่นในชุดใหญ่ด้วย” อรรณพกล่าว

“ที่ผ่านมาในปีที่แล้ว RANKING เราได้ที่ 4 ในภาพรวมผมถือว่าโอเคนะ แต่ที่ไม่โอเคคือระบบหรือฟอร์มการเล่น ที่มันอาจจะยังไม่ชวนดู ส่วนเรื่องงบประมาณ ผมคิดว่าเดี๋ยวนี้ฟุตบอลมีการแข่งขันสูงขึ้น นักฟุตบอลในยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นต่างชาติหรือคนดังๆ ปัจจุบันเดือนหนึ่งก็ตกล้าน-สองล้าน ชลบุรีเองคงไม่มีเงินขนาดนั้น อย่างมากก็ได้แค่สอง-สามแสน แต่เราจะลงทุนมากขนาดนั้นเพื่ออะไร เราทำฟุตบอลอย่างยั่งยืนน่าจะเป็นสิ่งที่ดีกว่า และผมก็เชื่อมั่นตรงนี้ จึงเป็นที่มาของแนวคิดของปีนี้ที่ว่า REBOOT”

สำหรับชลบุรี เอฟซี การ REBOOT คือการเปลี่ยน-การผ่องถ่ายเลือดใหม่ของฉลามตัวเดิม การจากไปของซูเปอร์สตาร์อย่างสินทวีชัย, อดุล, ภูริทัต, หรือแม้แต่ตัวความหวังอย่างติอาโก คุนญ่าและชูเลียโน มิเนโร ถูกทดแทนด้วยสายเลือดใหม่อย่างชนินทร์, ปกเกล้า, ประกิต และอีกมากมาย ซึ่งเมื่อผนวกกับดาวรุ่งดาวโรจน์ในค่ายอย่างชาคร, วรชิต พวกเขาจึงกลายเป็นทีมใหม่ที่มีคอนเซ็ปต์น่าจับตา

ที่สำคัญที่สุด หลังจากผลงานจบฤดูกาลด้วยอันดับ 4 ของชลบุรี ภายใต้การนำทัพของจเด็จ มีลาภ ที่อำลาทีมไป “ฉลามชล” ในร่างใหม่มีผู้นำคนล่าสุดที่น่าสนใจไม่แพ้กัน นั่นก็คือ “เทิดศักดิ์ ใจมั่น” ดาวเตะรุ่นซีเนียร์แห่งวงการฟุตบอลเมืองไทยที่ผันตัวมาเป็นเฮดโค้ชกุมบังเหียนฉลามชลตัวนี้ กับประสบการณ์และการอยู่กับทีมมาอย่างยาวนาน “โค้ชเทิด” น่าจะสร้างรูปแบบการเล่นที่น่าสนใจให้ยอดทีมฟ้า-น้ำเงินได้อย่างแน่นอน

The Coach : เทิดศักดิ์ ใจมั่น “ตรงคอนเซ็ปต์ REBOOT ทุกประการ”

รองประธานสโมสรอย่าง “เดอะเซนต์” อรรณพ สิงห์โตทองให้คำจำกัดความของ “โค้ชเทิด” เทิดศักดิ์ ใจมั่น ไว้ว่า “เขาคือตัวแทนของคำว่า REBOOT อย่างแท้จริง ก่อนหน้านี้ผมวางเป้าหมายเอาไว้ให้เค้าเป็นผู้ช่วยตั้งแต่ยุคโค้ชเฮง (วิทยา เลาหกุล) ยุควาดะ (มาซาฮิโร วาดะ) และก็จเด็จ (จเด็จ มีลาภ) กว่า 3 ปีที่เค้าได้ซึมซับและได้ทดลองดูการฝึกสอน ผมว่านี่คงจะถึงเวลาที่เราจะได้ลองใช้งานเทิดศักดิ์ในฐานะโค้ชแบบเต็มตัว”

- ติดตามเรื่องราวของมิดฟิลด์เชิงสูงที่ผันตัวไปจับงานคุมทีมได้ที่นี่ -

Key Player : เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ “อีกหนึ่งขวบปีในสีเสื้อฉลาม”

สิ่งหนึ่งที่ทำให้ชลบุรี เอฟซี ยังคงดูดุดันและต่อกรกับทีมระดับบิ๊กเนมด้วยกันได้อย่างไม่เกรงกลัวใคร คือ “นักเตะในชุดทีมชาติ” ที่ยังกระจายอยู่ในหลายตำแหน่งของทีม ไม่ว่าจะเป็น เอ็ม - สุทธินันท์ พุกหอม ปราการหลังหน้าหยกของทีม ที่กลายเป็นกำลังหลักในทัพช้างศึกชุดใหญ่, ปก – ปกเกล้า อนันต์ มิดฟิลด์ป้ายแดงของทีมที่เป็นความหวังใหม่ หรือ ก้อง – เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ปีกจอมเทคนิคขวัญใจแม่ยกทั่วประเทศ ที่กลายมาเป็นไอค่อนของคำว่า “REBOOT” อย่างเต็มตัวในซีซั่นนี้

- ติดตามเรื่องราวของปีกจอมเทคนิคขวัญใจแม่ยกทั่วประเทศได้ที่นี่ -

Rising  Star : วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ “ฉลามวัยรุ่นดีกรีทีมชาติไทย”

เด็กน้อยจากเชียงใหม่ที่ได้รับการประคบประหงมของโค้ชระดับตำนานอย่าง “เฮงซัง” วิทยา เลาหกุล กำลังอยู่ในวัยแข้งที่เกือบสุกงอมและพร้อมสำหรับการลงเล่นในลีกระดับสูงของไทยแล้ว

- ติดตามเรื่องราวของหนึ่งในดาวรุ่งพุ่งแรงที่สุดในเมืองไทยได้ที่นี่ -

Supporter – มารุต อุดมรัตน์ “ศรัทธาฟ้า-น้ำเงินจะยังคงเด่นชัด”

ตึกแถวเล็กๆ ย่านตลาดกลางเมืองชลบุรี เป็นที่ตั้งของร้าน VIP ART 2006 โดยมีคุณมารุต อุดมรัตน์ เป็นผู้จัดการร้านซึ่งเกี่ยวข้องกับสโมสรชลบุรี เอฟซี ในยุคแรก ชื่อและหมายเลขที่ติดลงบนแผ่นหลังเสื้อแข่งนักเตะทุกคนในทีมนั้นทำด้วยฝีมือ ของร้านแห่งนี้ จากก้าวเล็กๆ ที่ทำหน้าที่ผลิตทั้งเสื้อนักเตะและจำหน่ายเสื้อแข่งชลบุรี เอฟซี เพียง 500 ตัวต่อปีจนความนิยมสะสมเสื้อฟุตบอลเติบโตจนปัจจุบัน

- ติดตามเรื่องราวของแฟนบอลผู้อยู่เบื้องหลังเสื้อแข่งของทีมในยุคแรกได้ที่นี่ -