ซ้อมหนักจนได้ดี/เล่นอาชีพตั้งแต่ 15/เจ้าของสถิติ : มีโชค มหาศรานุกูล แบ็คขวาแห่งอนาคต

เขาฝึกซ้อมอย่างหนักทั้งเช้าและเย็นจนได้ดิบได้ดี...ประเดิมอาชีพค้าแข้งตั้งแต่อายุแค่ 15 ปี และเป็นเจ้าของสถิตินักเตะอายุน้อยสุดที่ยิงประตูในระดับอาชีพได้

มีโชค มหาศรานุกูล แบ็คขวาดาวรุ่งฝีเท้าดีของ การท่าเรือ เอฟซี ถือเป็นอีกหนึ่งแข้งอนาคตไกลแห่งวงการฟุตบอลไทย และผ่านประสบการณ์ค้าแข้งมาอย่างโชกโชนตั้งแต่อายุ 15 ปี...เขาเป็นใครมาจากไหน? ฝีเท้าและเรื่องราวชีวิตค้าแข้งของเขาเป็นอย่างไร? ติดตามได้ที่นี่

เรื่องเล่า 60 วินาที

แข้งหนุ่มน้อยวัย 19 ปี เป็นชาวกรุงเทพโดยกำเนิด เริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่ 7 ขวบ จากการตามพี่ชายที่เคยเป็นนักฟุตบอลเวลาไปแข่งที่สนาม จึงได้ลองให้พี่ชายสอนเล่น ก่อนเข้าไปฝึกตามอะคาเดมีชื่อดังหลายๆแห่ง และฝึกซ้อมพัฒนาอย่างหนักจนพาตัวเองเข้าสู่รั้วโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยได้คอน 10 ขวบ

ช่วงแรกกับ “ชงโคสีม่วง” เขาต้องรับบทบาทตัวสำรองอดทนเสียส่วนใหญ่ แต่หลังจากถูกเรียกตัวไปติดทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี ไปคว้าแชมป์ไซตามะ คัพ ก็เริ่มได้รับโอกาสลงเล่นให้กับสถาบันบ้าง แต่ก็ยังไม่ใช่ตัวหลักของทีม

แต่แล้ว “เชน” ก็ต้องเจอกับเรื่องเลวร้ายอีกครั้ง เมื่อไม่มีชื่อติดทีมรุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี ทำได้เพียงแค่ร่วมซ้อมกับทีมในแต่ละวัน โชคดีที่น้าแท้ๆของเขาเป็นโค้ชของทีม เกร็กคู ลูกทัพฟ้า ปทุมธานี จึงได้พาตัวหลานชายไปร่วมซ้อมด้วย ก่อนที่ พัฒน์ชรัช รัตนศุทธพบูลย์ ประธานสโมสร จะจัดการเซ็นสัญญาเข้าเป็นนักเตะอาชีพ ทั้งๆที่เจ้าตัวเพิ่งจะศึกษาอยู่ในระดับมัธยมปลายเท่านั้น

เหตุผลที่ต้องรู้จัก

เกมแรกในระดับอาชีพ “เชน” ใช้เวลาเพียงแค่ 6 นาทีเท่านั้น พังประตูแรกในเวทีลูกหนังระดับอาชีพได้ ด้วยอายุที่ถูกบันทึกเอาไว้ว่าแค่ 15 ปี กับอีก 86 วันเท่านั้น เรียกได้ว่าเป็นนักเตะอาชีพที่อายุน้อยที่สุดที่พังประตูได้เลยทีเดียว

ปีต่อมา น้าของเขาออกจากทีม ทำให้ “เชน” ต้องกลับไปซ้อมกับ “ชงโคสีม่วง” อีกครั้ง แต่ด้วยประสบการณ์ระดับอาชีพที่เก็บเกี่ยวมาหนึ่งฤดูกาล ทำให้เขาถูกเรียกเข้าไปเป็นตัวหลักของทีมทันที และได้ลงแข่งฟุตบอลรายการดังมากมาย ทั้ง ถ้วยพระราชาน ก, ไพรม์ มินิสเตอร์ คัพ และแชมป์กีฬาเจ็ดสี

เกมแรกในระดับอาชีพ “เชน” ใช้เวลาเพียงแค่ 6 นาทีเท่านั้น พังประตูแรกในเวทีลูกหนังระดับอาชีพได้ ด้วยอายุที่ถูกบันทึกเอาไว้ว่าแค่ 15 ปี กับอีก 86 วันเท่านั้น

ตอน ม.5 เขาถูกเรียกตัวข้ามรุ่น 1 ปี ไปเล่นฟุตบอลจตุรมิตรสามัคคี ครั้งที่ 27 และสามารถช่วยทีมกอดคอคว้าแชมป์ร่วมกับ โรงเรียนอัสสัมชัญ โดยในนัดชิงชนะเลิศ สมชาย ทรัพย์เพิ่ม เฮดโค้ชของ ทีโอที เอสซี ได้ส่งทีมงานไปดูฟอร์มของ “เชน” ก่อนเซ็นสัญญาไปร่วมทีมด้วยวัยเพียง 18 ปี

หลังจากฝึกซ้อมกับทีมได้สักระยะ “โค้ชชาย” ก็จัดการส่งตัวเขาลงสนามครั้งแรกในฐานะตัวสำรอง เกมกับ บีอีซี เทโรศาสน นัดที่ 3 ของฤดูกาล โดยที่เจ้าตัวยังยอมรับว่าเร็วเกินกว่าที่คิด ก่อนได้ออกสตาร์ทเป็น 11 ตัวจริงในเกมถัดมากับ ศรีสะเกษ เอฟซี และได้ลงสนามอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งฤดูกาล

หลังจบฤดูกาล ทีโอที เอสซี ถูกตัดออกจากการแข่งขัน ยามาฮ่า ลีกวัน เนื่องจากสโมสรไม่ผ่านมาตรฐานคลับ ไลเซนซิ่ง ด้านการเงิน เป็นเหตุให้ต้องเกิดการยุบทีม แต่ด้วยความที่เป็นดาวรุ่งอนาคตไกล “เชน” จึงมีข้อเสนอให้ย้ายไปร่วมทีมมากมาย สุดท้ายเจ้าตัวตกลงเซ็นสัญญากับ การท่าเรือ เอฟซี ในลีกระดับเดิม เพราะต้องการโอกาสลงเล่นที่สม่ำเสมอ เพื่อพัฒนาตัวเอง

ช่วงเลกแรกกับ “สิงห์เจ้าท่า” เขายังไม่ได้รับโอกาสลงเล่นมากเท่าไหร่นัก แต่ก็ได้ลงสนามแบบเต็มๆตลอดช่วงเลกสอง ก่อนได้ขึ้นมาสัมผัสเวทีลูกสูงสุดเป็นครั้งแรกในฤดูกาลนี้

จุดแข็ง

จิตใจนักสู้, มุ่งมัน และขยัน คือคุณสมบัติเด่นของเขา ทุกนัดที่ลงสนาม จะเห็นได้ว่า “เชน” วิ่งขึ้นเติมเกมรุก และลงไปเล่นเกมรับได้ตลอดทั้งเกม อีกทั้งยังสามารถหาโอกาสสอดขึ้นไปทำประตูได้บ่อยครั้ง นอกจากนี้ยังมีสภาพร่างกายที่แข็งแกร่ง เหนือว่าผู้เล่นในวัยเดียวกันมากพอสมควร

จุดอ่อน

ลูกกลางอากาศคือสิ่งที่เขายอมรับว่ายังไม่ดีเท่าที่ควร โดยเฉพาะเมื่อปะทะแย่งโหม่งกับบรรดากองหน้ารูปร่างสูงใหญ่ หรือแข้งต่างชาติ และต้องเรียนรู้เพิ่มเติมกับรุ่นพี่ในทีมเพื่อพัฒนาตัวเองต่อไป

รู้หรือไม่?

ช่วงเด็กที่ “เชน” ไม่ได้โอกาสลงเล่นให้กับ “ชงโคสีม่วง” นั้น แม้จะท้อแท้ แต่ไม่เคยคิดอยากล้มเลิกการเล่นฟุตบอลเลยสักครั้ง ซึ่งมันทำให้เขารู้ว่าตัวเองยังไม่ดีพอ และเปลี่ยนความผิดหวังมาผลักดันตัวเองด้วยการฝึกซ้อมอย่างหนัก เริ่มตั้งแต่ตื่นตี 5 ซ้อมช่วงเช้าก่อนไปเรียน และซ้อมต่ออีกมื้อหลังเลิกเรียน จนกระทั่งประสบความสำเร็จ

แม้กระทั่งวันที่สโมสรให้หยุดเนื่องในโอกาสต่างๆ เขามักจะไปซ้อมพิเศษกับน้าที่เป็นโค้ชอยู่ตลอด วันไหนที่ไม่มีเรียน ก็จะไปเล่นฟิตเนสช่วงเช้า ก่อนไปซ้อมช่วงเย็นต่อกับ “สิงห์เจ้าท่า” ตามปกติ

ปากคำคนใกล้ตัว

“มีโชค เป็นนักบอลสมัยใหม่ โดยเฉพาะสภาพร่างกายของเขาดีมาก การเติมเกม พละกำลัง มีความแข็งแกร่ง วิ่งขึ้น-ลงได้ไม่มีหมด เหมาะสมกับการเล่นแบ็คขวาอย่างยิ่ง” จเด็จ มีลาภ พูดถึงลูกทีมวัย 19 ปี

“ผมคิดว่าเขาคือนักเตะแห่งอนาคตของวงการฟุตบอลไทย นอกจากสภาพร่างกายดีแล้ว ยังมีวินัยที่ยอดเยี่ยม เพียงแต่ยังต้องพัฒนาและเก็บเกี่ยวประสบการณ์อีกสักหน่อย และจะเป็นผู้เล่นระดับท็อปคลาสได้ในอนาคตอย่างแน่นอน”

โปรดติดตามตอนต่อไป

ปัจจุบันเขาได้รับโอกาสลงเล่นในฤดูกาลนี้ไปแล้ว 4 นัด ในศึกโตโยต้า ไทยลีก 2017 แต่ด้วยการแข่งขันของลีกที่ยากและเข้มข้นขึ้นทุกปี และการแข่งขันแย่งตำแหน่งภายในทีม ที่มีบรรดารุ่นพี่ฝีเท้าดีคอยขัดขวางโอกาส ทำให้ “เชน” ตั้งเป้าจะพัฒนาตัวเองให้ได้มากที่สุด เพื่อพิสูจน์ตัวเองว่าดีพอจะยึดพื้นที่ 11 ตัวจริงได้ และอยากนำความสำเร็จกลับมาสู่ทัพ “สิงห์เจ้าท่า” ให้ได้อีกครั้ง...ต้องรอติดตามกันต่อไปว่าเขาจะทำได้ตามที่หวังไว้เร็วแค่ไหน