ซง ฮึง มิน อัศวินผู้ทลายปราสาทเรือนแก้ว

แม้จะเฉือนชนะทีมร่วมกรุงลอนดอนแค่ 1-0 ไม่ใช่สกอร์ที่ถล่มทลาย แต่เมื่อดูจากฟอร์มการเล่นโดยรวม รับประกันได้ว่า สเปอร์ส กำลังเข้าสู่แนวทางการเล่นที่ถูกต้อง

ชัยชนะ1-0 เกมล่าสุดต่อ คริสตัล พาเลซ ซึ่งเป็น 1 ในทีมที่เอาชนะ เชลซี ได้ในฤดูกาลนี้ ถือเป็นเกม 2 ติดนัดต่อกันที่ สเปอร์ส ชนะคู่แข่งด้วยสกอร์นี้ และเมื่อนับย้อนไปถึงเกมที่เสมอ เลสเตอร์ 0-0 ส่งผลให้ไก่เดือยทองของ เมาริซิโอ โปเชตติโน ทะยานขึ้นสู่ครึ่งบนของตารางพรีเมียร์ลีก และนี่คือ 4 เรื่องที่ได้เรียนรู้หลังเกมจากการวิเคราะห์ของ เกรเกอร์ แม็คเกรเกอร์ คอลัมนิสต์ FFT

1. ยอริส ฟอร์มเหนียวหนึบ

ในความเป็นจริงเกมนี้เจ้าบ้าน สเปอร์ส โดดเด่นกว่าชัดเจนทั้งเรื่องการครองบอล,การรักษาพื้นที่ และเกมรับ แต่ส่วนหนึ่งต้องยกความดีความชอบให้ผู้รักษาประตู ฮูโก้ ยอริส ที่โชว์ฟอร์มหนึบ ปฏิเสธลูกยิงเน้นๆของทั้ง โยฮัน กาบาย และบาการี ซาโก้

2. ซง ฮึง มิน ฉายแสงที่ไวท์ ฮาร์ทเลน

กองหน้าทีมชาติเกาหลีใต้ สร้างความวูบวาบและมีส่วนร่วมกับเกมรุกสเปอร์ส โดยเฉพาะประตูชัยที่เขาทำได้จากจังหวะสวนกลับเร็ว เริ่มจากขึ้นเกมในเขตโทษของตัวเอง เอริค ลาเมลา จ่ายบอลให้ คริสเตียน อิริคเซน ป้ายต่อให้อดีตกองหน้าเลเวอร์คูเซน จบสกอร์ได้อย่างเฉียบขาด กราฟิกด้านล่างแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของกองหน้าเกาหลีใต้รายนี้ จากโอกาสยิง 5 ครั้ง เข้ากรอบ 2 ครั้ง และได้มา 1 ประตู ขณะที่ภาพรวมเกมรุกของทีม มีโอกาสยิง 22 ครั้ง เข้ากรอบแค่ 6 ครั้ง

3. แฮร์รี เคน ยังคลำเป้าไม่เจอ

หัวหอกซึ่งเป็นดาวซัลโวของสเปอร์สซีซั่นก่อน ฟอร์มยังดูเงียบๆสำหรับเกมนี้ อีกทั้งถูก เบรเด้ ฮานเกลันด์ กับ ดาเมียน เดลานีย์ 2 กองหลังพาเลซประกบจนเล่นไม่ออก และไม่มีโอกาสลุ้น 4 ครั้ง แต่ไม่ตรงกรอบแม้แต่ครั้งเดียว ข้อมูลนี้น่าหนักใจแทนสำหรับแฟนบอลสเปอร์สอย่างมาก

4.เอริค ไดเออร์ แผงกันชนก่อนแบ็คโฟร์

ดาวรุ่งอังกฤษเอาชนะในได้ทุกครั้งในการเข้าปะทะคู่แข่ง จัดการแนวรุกของพาเลซแบบหยู่หมัด เหมือนเป็นการปัดกวาดเกมบุกคู่แข่งก่อนจะถึงแผงหลัง ถือเป็นการเล่นที่ยอดเยี่ยมของนักเตะวัยแค่ 21 ปีเท่านั้น ที่ได้รับบทมิดฟิลด์ตัวรับให้ไก่เดือยทอง