ชื่อเสียงไม่สำคัญ : 10 กุนซือหนุ่มลีกไทยน่าจับตามอง เพราะกึ๋นล้วนๆไม่มีดีกรีมาเกี่ยว

พวกเขาเหล่านี้ อาจไม่ใช่คนที่โด่งดังมากนัก ในสมัยเป็นนักฟุตบอล แต่ก็พิสูจน์ฝีมือและประสบความสำเร็จ ในงานโค้ชได้ ตั้งแต่อายุยังน้อย... และนี่คือ 10 กุนซือหนุ่มเลือดใหม่ที่เราอยากให้คุณจับตามอง 

อิสระ ศรีทะโร

อายุ : 37  ปี สังกัด : บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บี

“ถ้าพี่จะทำให้ผมทำทีม ผมขอให้ทีมเล่นตามระบบผมนะ โชคดีที่พี่แฮงค์เขาก็ใจนักเลง กล้าให้เราทำทีม” นี่คือคำพูดของ อิสระ ศรีทะโร กุนซือหนุ่มวัย 32 ปี เวลานั้น ที่มีต่อ อนุชา นาคาศัย ประธานสโมสรชัยนาท ฮอร์นบิล และถือเป็นจุดเริ่มต้นบนเส้นทางโค้ชอาชีพอีกด้วย

“ถ้าพี่จะทำให้ผมทำทีม ผมขอให้ทีมเล่นตามระบบผมนะ

ย้อนกลับไปสมัยเป็นดาวรุ่ง อิสระ ศรีทะโร จัดว่าเป็น กองกลางพรสวรรค์ เยาวชนทีมชาติไทย ยู-17 ชุดชิงแชมป์โลก ที่อียิปต์ รุ่นเดียวกับ สุธี สุขสมกิจ, ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น, บำรุง บุญพรหม ฯ แต่ทว่ากลับไปได้ไม่สุดเส้นทางเนื่องจากอาการบาดเจ็บเรื้อรังตลอดการค้าแข้งกับ กสิกรไทย, ม.เกษตรศาสตร์, องค์การโทรศัพท์ จนต้องปิดฉากแขวนสตั๊ดตั้งแต่อายุยังไม่พ้น 30

จากนั้น อิสระ ผันตัวเองสู่งานข้างสนาม โดยเริ่มจากเป็นผู้ช่วยของ “เสี่ยง้วน” ธารา พฤกษ์ชะอุ่ม ผู้ประสานงานทีมชาติไทยชุดใหญ่ ในยุคที่มีสองโค้ชชาวอังกฤษ อย่าง ปีเตอร์ รีด และ ไบรอัน ร็อบสัน คุมทีม ด้วยความที่ อิสระ เป็นคนชอบสังเกตุ ทำให้เขาพยายามเก็บรายละเอียดที่ 2 โค้ชฝรั่งทำทีม มาปรับใช้

ก่อนจะได้รับการชักชวนจาก อนุชา นาคาศัย (เวลานั้นเป็นผู้จัดการทีมชาติไทย) ให้กลับไปเล่นฟุตบอลอาชีพกับ ชัยนาท เอฟซี ควบคู่กับการดูแลทีมฝึกซ้อม

ต่อมาปี 2011 นกใหญ่พิฆาต เลื่อนชั้นสู่ ดิวิชั่น 2 ได้สำเร็จ และโค้ชหนุ่มอย่าง อิสระ ก็ได้รับการแต่งตั้งให้มาทำงานกุนซือใหญ่เต็มตัว โดยเลกแรก ทีมจบอันดับ 8 ของตาราง แต่ว่าด้วยความเป็นโค้ชหนุ่มไฟแรง ทำให้เขาจัดการรื้อระบบ และสร้างสไตล์การทำทีมในแบบฉบับของตัวเอง จนพา ชัยนาทฯ ติดเครื่องจบฤดูกาลด้วยอันดับ 2 เป็นรองแค่ บุรีรัมย์ เอฟซี ทีมเดียว
 

หลังพาทีมขึ้นมาสู่ไทยลีกได้ ช่วงเลกสอง ทีมมีการเปลี่ยนแปลงด้วยการดึง “โค้ชง้วน” สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ ทำให้ อิสระ ศรีทะโร ต้องออกไปหาประสบการณ์ทั้ง คุมทีมสุโขทัย เอฟซี, รับงานผู้ช่วยโค้ช และเฮดโค้ชที่ อาร์มี่ ยูไนเต็ด ก่อนมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารสโมสร ไปจนสตาฟฟ์โค้ช ทำให้ อิสระ ศรีทะโร ไม่ได้ทำทีมอาร์มี่ต่อ ซึ่งเจ้าตัวได้รับการทาบทามจากหลายๆสโมสรในเวลานั้น แต่เขาตัดสินใจกลับชัยนาทฯ ในช่วงกลางปี 2015
 

“คืนนั้น พี่วัง (ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล เฮดโค้ช) โทรมาบอกว่า อยากให้ผมกลับไปช่วยทำ พอเราพูดคุยกัน ก็เลยมีการบอกว่า ผมขอเปลี่ยนระบบจาก 4-3-3 มาเล่น 3-4-1-2, 3-5-2 รวมถึงวิธีการฝึกซ้อม มาเล่นสไตล์นี้ ก็ไม่คิดเหมือนว่าเราจะเอาชนะ เมืองทองฯ และหนีตายได้สำเร็จ”

หลังแยกทางกับ ชัยนาทฯ อิสระ ได้เข้ามารับงานเป็นผู้ช่วยโค้ช ทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ภายใต้การคุมทีมของ วรวุธ ศรีมะฆะ ซึ่งเขาจัดเป็นหนึ่งในตัวละครสำคัญผู้อยู่เบื่องหลัง ทั้งการวางรูปแบบการฝึกซ้อม, ช่วยเหลือด้านแท็คติกฯ จนทำให้ ช้างศึกชุดนี้ ประสบความสำเร็จ คว้าแชมป์ซีเกมส์ มาครอง

รวมถึงงานด้านสโมสร เจ้าตัวมีช่วงสั้นๆที่ไปคุมทีม เกร็กคู ลูกทัพฟ้า ก่อนที่จะได้รับทาบทามจาก เนวิน ชิดชอบ ที่เห็นความสามารถเกินวัยให้ อิสระ ศรีทะโร ถูกดึงทำทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บี ที่เน้นใช้นักเตะส่วนใหญ่ อายุไม่เกิน 18 ปี ลงเล่นในยูโร่ เค้ก ลีก

นอกเหนือจาก แนวทางและตัวตนการทำทีมที่ชัดเจนของ อิสสระ ที่ทำให้ดูโดดเด่นกว่า กุนซือในรุ่นราวคราวเดียวกันแล้ว สิ่งหนึ่งที่เขาทำได้ดีเสมอมา คือ การสเกาท์ผู้เล่น หรือหานักฟุตบอลเก่งๆ จากลีกล่าง อย่างเช่น จิตปัญญา ทิสุต ที่เคยเลิกเล่นฟุตบอลไปแล้ว, โชตินันท์ วีรภัทรพงศ์ ที่เล่นโค้กคัพให้กับทีมอื่น (นครสวรรค์) หรือล่าสุดอย่าง วรพจน์ สมสร้าง ที่ดึงเข้ามาเซ็นสัญญากับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทั้งที่ไม่มีสโมสรเล่นมาแล้ว 6 เดือน

และประสบการณ์ทั้งหมดที่ว่ามา เจ้าตัวทำได้ในวัย 37 ปีเท่านั้น

สุรพงษ์ คงเทพ

อายุ 38 ปี  สังกัด : พัทยา ยูไนเต็ด

กุนซือคนหนุ่ม ผู้ที่พาโลมาสีน้ำเงิน เฉิดฉายอยู่บนเวที โตโยต้า ไทยลีก ในเวลานี้ คืออดีตลูกทีมของ โค้ชซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ในทีมจุฬา สินธนา ในช่วงสั้นๆ แต่ด้วยอาการบาดเจ็บ ก็ทำให้เขาต้องปิดฉากการค้าแข้งตั้งแต่อายุ 29 ปี
 

หลังจากเลิกเล่นฟุตบอล สุรพงษ์ ได้มีการพูดคุยกับ “อู๊ด’ สระราวุฒิ ตรีพันธ์ (ปัจจุบัน ผู้อำนวยการอคาเดมี เมืองทอง ยูไนเต็ด) เพื่อนสนิทว่า จะชักชวนกันไปเรียนวิชาโค้ชตั้งแต่อายุยังน้อย เพื่อที่จะได้สั่งสมประสบการณ์ และเริ่มต้นได้ไวกว่าคนอื่น

สามารถล้มแชมป์เก่าอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่มี เชาว์วัฒน์ วีระชาติ, สิทธิโชค กันหนู, ณัฐวุฒิ สมบัติโยธาฯ และสร้างประวัติศาสตร์ให้กับสโมสรด้วยการคว้าแชมป์ โค้ก คัพ 2 ปีติดต่อกัน

“โค้ชอั๋น” เริ่มต้นจากทำทีมโรงเรียน สตรีวิทยา 2 ซึ่งเป็นโรงเรียนพันธมิตรของเมืองทองฯ ก่อนไปรับงานผู้ช่วยโค้ชที่ สุพรรณบุรี เอฟซี 1 ฤดูกาล และกลับมาดูแลอคาเดมี เมืองทองฯ ควบคุมกับการทำทีม รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ลงแข่งขันรายการโค้ก คัพ ซึ่งนั่นถือเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างชื่อของเขา
 

ภายใต้ขุมกำลังเด็กหนุ่มของ  กิเลนผยอง ทั้ง ชัยวัฒน์ บุราญ, พิชา อุทรา, สุพร ปีนะกาตาโพธิ์, ภูมินทร์ แก้วตา, สุริยา สิงห์มุ้ยฯ ก็สามารถล้มแชมป์เก่าอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่มี เชาว์วัฒน์ วีระชาติ, สิทธิโชค กันหนู, ณัฐวุฒิ สมบัติโยธาฯ และสร้างประวัติศาสตร์ให้กับสโมสรด้วยการคว้าแชมป์ โค้ก คัพ 2 ปีติดต่อกัน

ก่อนเข้าสู่งานโค้ชอาชีพ ในฤดูกาล 2015 กับ พัทยา ยูไนเต็ด ในดิวิชั่น 1 โดยทำทีมร่วมกับ ลิม จองเฮือน และสามารถพาทีมที่มีนักเตะดาวรุ่งแทบจะทั้งทีม เลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดได้อย่างเหนือความคาดหมาย จากนั้นฤดูกาล 2016 เขาถูกดึงมาเป็นผู้ช่วยของ บรังโก สมิลยานิช ในทีมบีอีซี เทโรศาสน

มังกรไฟ ออกสตาร์ทได้อย่างย่ำแย่ จนต้องแยกทางกับ กุนซือจอมเก๋าชาวเซิร์บ พร้อมกับดัน สุรพงษ์ ขึ้นมาทำหน้าที่เฮดโค้ชขัดตาทัพ แต่ทว่าเขากลับรวบรวมสปิริตทีม และดึงศักยภาพผู้เล่นดาวรุ่งของ บีอีซี เทโรศาสน กลับมาผงาดอีกครั้ง ก่อนพา ทีมจบซีซั่นด้วยอันดับ 9 ของตาราง
 

ฤดูกาลนี้ สุรพงษ์ คงเทพ หวนกลับมาสู่รังดอลฟิน สเตเดียม อีกครั้ง ด้วยขุมกำลังเด็กปั้นที่คุ้นเคย ทำให้ พัทยา ยูไนเต็ด ยังคงรักษาสถิติไม่แพ้ใคร 9 ติดต่อกันเข้าให้ไปแล้ว (ก่อนนัดที่ 29)

โดยจุดเด่นของ โค้ชอั๋น คือ เขาเป็นคนที่รู้วิธีการใช้งานนักเตะอายุน้อย, การเล่นฟุตบอลสมัยใหม่ และสามารถเค้นศักยภาพนักเตะออกมาได้ดี โดยนักเตะอย่าง วัฒนา พลายนุ่ม, พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี, ศิวกรณ์  เตียตระกูล, ชัยวัฒน์ บุราญ, พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล, ศุภนันท์ บุรีรัตน์, พิชา อุทรา เหล่านี้ ล้วนผ่านการปลุกปั้นและขัดเกลาฝีเท้า จากกุนซือหนุ่มวัย 38 ปี มาแล้วทั้งสิ้น

Pages