ซื้อมาแบกทีม? ชไวนี่...กับความคาดหวังและแรงกดดันที่ชิคาโก

อดีตกัปตันทีมชาติเยอรมนี ถูกตั้งความหวังไว้ว่า เขาจะเป็นผู้มาเปลี่ยนแปลงชิคาโก ไฟร์

กฎผู้เล่นแต่งตั้งของเมเจอร์ ลีก ซอคเกอร์ หรือ ที่มีชื่อเล่นว่า “กฎเดวิด เบ็คแฮม” มีการใช้มาตั้งแต่ปี 2007 และในสมัยนั้นถือเป็นเรื่องแปลกใหม่อย่างยิ่ง

หลายปีที่ผ่านมา กฎดังกล่าวมีบทบาทในการควบคุมเพดานเงินของทีมในลีก แต่ขณะเดียวกัน ก็มีการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัย และตามการจัดการฟุตบอลยุคใหม่ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดนิ่ง

เช่นในกรณีที่ ชิคาโก ไฟร์ เซ็นสัญญาซื้อตัว บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์

แม้ผู้จัดการทีมอย่าง เนลสัน โรดริเกวซ จะพยายามบอกว่า การดึง ชไวน์สไตเกอร์ มาร่วมทีมนั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มศักยภาพของทีมในสนามเท่านั้น และยังเป็นการซื้อขายบนพื้นฐานของกฎผู้เล่นแต่งตั้งเหมือนสมัย เดวิด เบ็คแฮม และ เธียร์รี อองรี แต่หากมองภาพรวมแล้ว “ชไวนี” เป็นนักเตะชื่อชั้นระดับโลก คว้าแชมป์มากมาย เขาย่อมถูกคาดหวังให้สร้างความเปลี่ยนแปลงด้านอื่นๆ ในทีมด้วย

ผลงานในสนามที่ย่ำแย่ ทำให้แฟนบอลกลุ่มฮาร์ดคอร์ของทีมไม่พอใจ หลายต่อหลายฤดูกาลที่พวกเขาพยายามปรับปรุงทีม แต่ก็ไม่เป็นผล จนทำให้ที่นั่งในสนามโล่งไปมาก เพราะแฟนบอลไม่เข้าไปชมเกม ทั้งๆ ที่รัฐอิลลินอยส์ มีประชาการอยู่กว่า 12 ล้านคน

แรงกดดันตกอยู่ที่ทั้งสองฝ่าย คือ สโมสร และ ชไวน์สไตเกอร์ การมาของเขาแสดงให้เห็นว่า “ไฟร์” พยายามอย่างยิ่งที่จะผลักดันให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในทีมเพื่อสู้ศึกฤดูกาลหน้า

โรดริเกวซ กล่าวในงานแถลงข่าวว่า “การมาของ ชไวน์สไตเกอร์ คือ เครื่องบ่งชี้ว่าตอนนี้ ทีมเราอยู่ระดับใด และทิศทางในอนาคตของเราเป็นอย่างไร” พร้อมทั้งพูดถึงดาวเตะชาวเยอรมันว่า “บาสเตียน เป็นสุภาพบุรุษ เป็นนักกีฬา เรื่องความสามารถก็ไม่ต้องสงสัย และความเป็นแชมเปี้ยนอยู่ในตัวจนเขาเสมอเมื่อลงสนาม”

“บาสเตียน จะทำให้ผมเป็นมืออาชีพมากขึ้น เป็นผู้จัดการทั่วไปที่เก่งขึ้น เขาจะทำให้เราทุกคนดีขึ้น และท้ายที่สุดแล้ว นี่คือก้าวสำคัญ ที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและวิสัยทัศน์ของเรา ที่จะส่งให้เราเป็นสโมสรฟุตบอลระดับโลก”

ตามรายงานข่าวบอกว่า ไฟร์ จ่ายเงินเพียง 4.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อเซ็นสัญญาหนึ่งปีกับชไวน์สไตเกอร์ ที่ไม่ใช่เป็นเพียงกองกลางทีมแชมป์โลก แต่ยังเป็นผู้นำในทีม เป็นผู้ที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมของสโมสร และยังมาเป็นหน้าเป็นตาให้กับทีมด้วย

เมื่อลองเปรียบเทียบคำพูดของโรดริเกวซ กับผู้จัดการทีมคนอื่นในเมเจอร์ลีก ที่เคยพูดไปเมื่อทศวรรษที่แล้ว

“ผมว่านี่คือก้าวแรก ที่จะพาเราไปสู่เป้าหมายที่เราหวังไว้ในอีก 20 ปีข้างหน้า เราต้องการเป็นซูเปอร์ทีมในสหรัฐฯ ที่สามารถคว้าตัวอดีตดาวดังของเรอัล มาดริด และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บางคนอาจจะบอกว่าเราฝันเฟื่อง และเราเชื่อว่า นี่คือวิสัยทัศน์ของเรา”

นั่นคือคำพูดของอเล็กซี ลาลาส นักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่ในวงการฟุตบอลอเมริกัน ที่ควบตำแหน่งประธาน และผู้จัดการทั่วไปของสโมสร แอลเอ กาแล็กซี่ เมื่อไม่นานมานี้ ลาลาสเรียกกฎผู้เล่นแต่งตั้งว่า เป็นเหมือนการฉีดยากระตุ้นให้กับทั้งสโมสร, ลีก รวมถึงผลักดันให้กีฬาชนิดนี้ก้าวขึ้นไปอีกหนึ่งระดับ และเขาไม่ได้คิดเช่นนั้นคนเดียว

ทิม ไลเวกี้ เจ้าของบริษัทเออีจี ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานทีมกาแล็กซี่ในสมัยนั้น บอกว่า “เดวิด เบ็คแฮม จะมีอิทธิพลต่อวงการฟุตบอลในอเมริกา แบบที่ไม่มีนักกีฬาคนไหนทำได้บนโลก”

แม้หลายคนจะไม่เห็นด้วยกับคำพูดนี้ แต่เบ็คแฮม และกฎผู้เล่นแต่งตั้งก็ได้ช่วยฉุดเมเจอร์ลีก ที่กำลังซบเซา ให้น่าตื่นตาตื่นใจได้

Geoff Burke-USA TODAY Sports

Geoff Burke-USA TODAY Sports

กลับมาดูทีมไฟร์ในปัจจุบัน พวกเขายังพยายามแก้ไขปัญหาที่ทีมอื่นในลีกก้าวผ่านไปได้แล้ว

ชิคาโกสามารถผ่านเข้าสู่รอบเพลย์ออฟได้เพียงแค่ครั้งเดียวในรอบ 1 ทศวรรษ และไม่เคยได้แชมป์รายการใหญ่เลย ตั้งแต่ แอนดรูว์ เฮาปท์แมน เข้ามาเป็นเจ้าของทีมในปี 2007 พวกเขาเปลี่ยนโค้ชมาแล้ว 7 ครั้ง และในแง่ของการตลาด สนามโตโยต้า พาร์ค รังเหย้าของพวกเขา ตั้งอยู่นอกเมืองพอสมควร ซึ่งเป็นอุปสรรคในการทำเงิน

การทุ่มเงินซื้อนักเตะก็มีผลกระทบไม่น้อย ทั้งฮวน อนันโกโน, เนอร์รี คาสทิลโล่, อัลวาโร่ เฟอร์นันเดซ, กิลแบร์โต้, เคนเนดี้ อิกโบนานิกี้, เชอร์จิล แมคโดนัลด์, ฌอน มาโลนี, เฟดเดอริโก ปับโป้, อาเรวาโล ริออส และ เฟรดดี้ ลุงเบิร์ก ผู้เล่นแต่งตั้งของทีมชิคาโกมีมากมายหลายคน แต่ไม่ประสบความสำเร็จสักคน ยกเว้น ตำนานชาวเม็กซิกัน เคาห์เตม็อก บลังโก้ เพียงคนเดียว

ผลงานในสนามที่ย่ำแย่ ทำให้แฟนบอลกลุ่มฮาร์ดคอร์ของทีมไม่พอใจ หลายต่อหลายฤดูกาลที่พวกเขาพยายามปรับปรุงทีม แต่ก็ไม่เป็นผล จนทำให้ที่นั่งในสนามโล่งไปมาก เพราะแฟนบอลไม่เข้าไปชมเกม ทั้งๆ ที่รัฐอิลลินอยส์ มีประชาการอยู่กว่า 12 ล้านคน

แม้การมาร่วมทีมของชไวน์สไตเกอร์จะเรียกเสียงฮือฮาได้มาก แต่เขาเพียงไม่คนไม่สามารถแก้ปัญหาทั้งใน และนอกสนามได้ สังกัดใหม่ของเขาอาจต้องใช้เวลานับสิบปี กว่าจะยืนหยัดขึ้นมาได้

แต่อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่า ทั้งโรดริเกวซ และโค้ช เวลจ์โก พาวโนวิช จะเชื่อว่าบ่าของชไวน์สไตเกอร์นั้นใหญ่พอที่จะแบกรับปัญหาทุกอย่างได้ และพวกเขาเองก็ต้องเฝ้าระวังปัญหาอาการบาดเจ็บของมิดฟิลด์เมืองเบียร์ ที่ตามหลอกหลอนเขามาตั้งแต่ก่อนย้ายไปร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

"เมื่อเขาไม่มีปัญหาอาการบาดเจ็บ เขาคือยอดฝีเท้าคนหนึ่งเลยทีเดียว” เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อดีตกุนซือทีมบาเยิร์น มิวนิค เคยกล่าวไว้

ซูเปอร์สตาร์ชาวเยอรมนี ช่วยให้ทีมอินทรีเหล็กคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล ซึ่งตอนนี้ชัยชนะครั้งนั้นดูเป็นอดีตที่ห่างไกล ชไวน์สไตเกอร์ จะสามารถเป็นผู้เล่นหมายเลข 10 จอมสร้างสรรค์เกมที่ชิคาโกได้หรือไม่? ถ้าทำได้ เขาอาจจะช่วยให้ต้นชิคาโก ไฟร์ ก้าวขึ้นมาเป็นสโมสรที่สมฐานะทีมในเมืองใหญ่ได้เสียที….