ช่วยลืมๆมันไปได้ไหม? : 9 แข้งหวังประเดิมสนามสุดยิ่งใหญ่ แต่ช้ำใจถึงที่สุด

9 สุดยอดแมตช์เปิดตัวที่โลกไม่มีวันลืม จะขำขัน...น่าประหลาดใจ...หรือประทับใจแค่ไหนนั้นเชิญรับชมได้ ณ บัดนี้

1) 47 วินาทีของ ลิโอเนล เมสซี

“มันไม่ได้เป็นไปอย่างที่ผมฝันไว้” ลิโอเนล เมสซี กล่าวหลังลงประเดิมสนามให้ทีมชาติอาร์เจนตินาเมื่อปี 2005 โดยวันนั้นซูเปอร์สตาร์ของบาร์เซโลนาในวัย 18 ปี ได้ลงเล่นเป็นตัวสำรองในเกมอุ่นเครื่องกับฮังการี ทว่าเขากลับต้องพบกับฝันร้ายหลังโดนใบแดงไล่ออกทั้งที่เพิ่งอยู่ในสนามได้เพียง 47 วินาที เนื่องจากเจตนาชักศอกใส่ วิลมอส วานซ์ซัค แนวรับคู่แข่งที่พยายามดึงเสื้อเขาในจังหวะที่ลากบอลผ่านไปแล้ว

2) จลาจลทำกร่อย

วาร์เรน บาร์ตัน แบ็คขวาของวิมเบิลดันถูกเรียกติดทีมชาติอังกฤษนัดแรกในแมทช์กระชับมิตรกับไอร์แลนด์ นั่นเป็นช่วงเวลาที่น่าภาคภูมิใจที่สุดในชีวิตของแข้งรายนี้ คนในครอบครัวของเขาแห่ไปให้กำลังใจถึงขอบสนามในกรุงดับลินถึง 20 คน แต่ปรากฎว่าเกมแข่งขันต้องถูกยกเลิกหลังลงเล่นกันไปเพียง 27 นาที เนื่องจากแฟนบอลเจ้าบ้านก่อจลาจลปาข้าวของลงมาในสนาม ผลสุดท้ายบาร์ตันไม่มีชื่อติดทีมสิงโตคำรามทำศึกยูโร 1996 รอบสุดท้าย

3) ไร้เงาคู่แข่ง

แจ็คกี้ แม็คนามารา และ บิลลี ดอดส์ สองแข้งทีมชาติสก็อตแลนด์สุดช้ำไม่ได้รับการรับรองแมทช์ประเดิมสนามช่วยบ้านเกิดเมื่อปี 1996 เกมวันนั้นทัพตาร์ตันบุกไปเยือนถิ่นของเอสโตเนียและมีการเลื่อนเวลาแข่งเป็นตอนบ่ายสามโมงตามเวลาท้องถิ่นแทน เพราะเกรงว่าไฟสนามจะสว่างไม่เพียงพอหากเล่นตามเวลาเดิม แต่ปรากฎว่าผู้เล่นเอสโตเนียไม่เห็นด้วยและตัดสินใจประท้วงด้วยการไม่เดินทางมาแข่ง อย่างไรก็ดี เกมก็ยังคงดำเนินต่อไปและผู้ตัดสินเป่ายุติเกมหลังเวลาผ่านไปเพียง 11 วินาที พร้อมตัดสินให้สก็อตแลนด์เอาชนะไปด้วยสกอร์ 3-0 โดยตอนนั้นแม็คนามาราและดอดจ์คงนึกว่าพวกเขาประเดิมช่วยชาติด้วยชัยชนะอย่างสวยงาม แต่สุดท้ายฟีฟ่ากลับลงมติให้เกมคู่นี้แข่งขันกันใหม่อีกรอบ ก่อนทั้งสองทีมจะเสมอกันไปแบบไร้สกอร์

Pages