ช่วยทีมไม่ไหว : 10 แข้งเด่นรอบแบ่งกลุ่มซูซูกิ แต่ต้องกลับบ้านก่อนเวลาอันควร

แม้ 4 ทีมในรอบตัดเชือก ซูซูกิ คัพ 2016 จะได้ชื่อว่าเป็น 4 ทีมที่แกร่งที่สุด…

แต่หากย้อนดูรายละเอียดในแต่ละเกมรอบแบ่งกลุ่มแล้ว ยังมีผู้เล่นที่โชว์เพลงแข้งได้อย่างโดดเด่น อีกมากมาย พวกเขาช่วยทีมอย่างเต็มที่ ทว่าท้ายที่สุดก็ไม่เพียงพอต่อการพาทีมเข้ารอบ และพวกเขาต้องกระเด็นกลับบ้านก่อนสตาร์ดังคนอื่นๆ อย่างน่าเสียดาย

นี่ คือ 10 ผู้เล่นที่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม แต่สุดท้ายช่วยทีมไม่ไหว...

จัน วัฒนากา - กัมพูชา

แข้งวัย 22 ปี จากกัมพูชา ถือเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดอีกรายของทัวร์นาเม้นต์นี้ เพราะก่อนเริ่มศึกชิงแชมป์อาเซียน ชื่อของเขาถูกกล่าวถึงอย่างมากจากฝีเท้า และทักษะอันยอดเยี่ยมที่มีติดตัว รวมถึงกระแสข่าวที่กำลังจะได้ไปค้าแข้งกับ ฟูเอจิดะ ในศึกเจ 3 ของประเทศญี่ปุ่น

ทีมชาติกัมพูชา อาจจะไม่ใช่ทีมที่น่ากลัวมากนัก แถมพวกเขายังเป็นทีมที่ใช้ผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดในทัวร์นาเม้นต์ หากเทียบกับทีมในกรุ๊ปเดียวกันอย่าง มาเลเซีย, เวียดนาม หรือเมียนมา ทำให้ 3 ทีมคู่แข่งดูมีภาษีมากกว่าเยอะพอตัว แต่ จัน วัฒนากา ทำให้พวกเขาแสดงให้เห็นแล้วว่า การกลับมาในรอบหลายปีกับรายการนี้ไม่ได้สูญเปล่าเสียทีเดียว

เกมแรกของ กัมพูชา ผลงานของแข้งวัย 22 ปี จัดว่าโดดเด่นที่สุด โดยเขาเป็นผู้เบิกสกอร์แรก และประตูแรกให้กับตัวเองตั้งแต่นาทีที่ 8 ในแมตช์ที่พบกับทีมชาติมาเลเซีย แม้ประตูดังกล่าวจะถูกถกเถียงว่าเป็นลูกล้ำหน้า แต่ก็นับเป็นประตูให้ กัมพูชา ออกนำรองแชมป์เก่าได้สำเร็จ

ตลอดทั้งเกม ดาวรุ่งวัย 22 ปี สร้างความปั่นป่วนให้แนวรับ “เสือเหลือง” ซึ่งมีส่วนร่วมกับทีมไม่น้อย ก่อนที่ต่อมาเขาจะยิงประตูที่ 2 จากการลากเลื้อยหน้ากรอบเขตโทษ และซัดด้วยซ้ายบอลพุ่งไปนอนก้นตาข่ายอย่างสวยงาม อย่างไรก็ตามการหวังพึ่งนักเตะเพียงรายเดียวไม่อาจพาทีมเก็บชัยชนะได้ แม้ตลอด 3 เกม ฟอร์มของเขาไม่ได้ตกหล่นลงไปเลย แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถพาทีมเข้ารอบรองชนะเลิศ และเป็นการแพ้รวดทุกนัด ไล่ตั้งแต่พ่าย มาเลเซีย 2-3, แพ้ เมียนมา 1-3 ก่อนพลาดท่า เวียดนาม อีก 1-2 ปิดฉาก ซูซูกิ คัพ 2016 เพียงรอบแบ่งกลุ่มเท่านั้น

โดยมีรายงานว่า เมื่อกลับจากซูซูกิ คัพ ครั้งนี้ เบิงเกต อังกอร์ ต้นสังกัดของเขาที่กัมพูชา จะมีการเปิดแถลงข่าวเกี่ยวกับเจ้าตัวที่อาจย้ายไปเล่นที่ญี่ปุ่นด้วย

ฮัสซัน ซันนี่ - สิงคโปร์

1 ใน 2 ผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดในอาเซียน ที่ฟอร์มใน ซูซูกิ คัพ ครั้งนี้การันตีชื่อชั้นเขาได้อย่างดี่ทีเดียว แม้ทีมจะไม่สามารถผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้ก็ตาม

ประเดิมแมตช์แรกจอมหนึบ สิงคโปร์ จัดการงัดฟอร์มซูเปอร์เซฟถึง 7 ครั้ง ทั้งฟรีคิกของ สเตฟาน ชร็อค รวมถึงลูกหวาดเสียวในหลายจังหวะจากการบุกของ “ดิ อัซกาลส์” เขาก็สามารถปัดป้องได้ทั้งสิ้นจนช่วยให้ทีมแบ่งแต้มแรกได้สำเร็จ

เช่นเดียวกับในเกมที่พบทีมชาติไทย แม้จะถูก ศราวุฒิ มาสุข ทำประตูชัยในครึ่งหลัง แต่เขาก็เซฟให้ทีมได้ถึง 3 ครั้ง ซึ่งช็อตสำคัญอย่างจังหวะที่ ชนาธิป สรงกระสินธ์ พาบอลเข้าเขตโทษ ก่อนพลิกหลบผู้เล่น แล้วยิงด้วยซ้าย เจ้าตัวก็ยังใช้ปฏิกิริยาที่รวดเร็วล้มตัวปัดไว้ได้

อย่างไรก็ตาม ต่อให้เหนียวหนึบแค่ไหน หากกองหลังเล่นไม่เป็นไปตามมาตราฐาน ย่อมสร้างผลเสียให้ผู้รักษาประตูเช่นกัน เพราะนัดสุดท้ายในรอบแบ่งกลุ่มความสามารถของเขาก็ไม่อาจช่วยทีมให้รอบพ้นจากความพ่ายแพ้ โดยเกมนั้นขุนพล “เมอร์ไลออนส์” ออกนำก่อนจากฝีเท้าของ คอยรุล อัมรี แต่ความผิดพลาดของแนวรับ สิงคโปร์ ที่ปล่อยให้ แอนดริก ทะลุขึ้นมาซัดเต็มข้อ แม้ ฮัสซัน จะพุ่งสุดปลายมือ แต่ก็ไม่ทันการ และอีกครั้งกองหลัง สิงคโปร์ สกัดบอลพลาด ก่อนบอลจะมาเข้าเท้า สเตฟาโน่ ลิลิปาลี่ ผู้เล่นตัวเก่งของอินโดนีเซียได้หวดเต็มแรงเสียบตาข่ายชนิด จอมหนึบ อาร์มี่ ได้แต่มอง ท้ายที่สุดเป็นอันจอดป้ายแค่รอบแรกเท่านั้น

Pages