The Coach : มาโน่ โพลกิ้ง : ปีนี้เราต้องลดช่องว่างกับบุรีรัมย์และเมืองทอง

นับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่รั้วแข้งเทพเมื่อปี 2014 เขาได้เปลี่ยนให้ทีมนี้กลายเป็นทีมแนวหน้าไทยลีก ...กับปีนี้กุนซือลูกครึ่งบราซิเลียนมีเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้น นั่นก็คือการขยับเข้าใกล้พื้นที่บนสุดของตารางขึ้นอีกก้าว!

อเล็กซานเดอร์ “มาโน่” โพลกิ้ง ชื่อนี้อยู่คู่กับบอลไทยมาได้เกือบ 4 ปีเต็มแล้ว ...ย้อนกลับไปช่วงปี 2012 เขาเป็นที่รู้จักในนามผู้ช่วยของ "วินนี่” วินฟรีด เชเฟอร์ กับการคุมทีมชาติไทยชุดใหญ่ และหลังจากที่กุนซือเยอรมันไขก๊อกเฮดโค้ช “ช้างศึก” มาโน่ก็ยังคงคลุกคลีกับวงการฟุตบอลไทยต่อเนื่อง คราวนี้เขาเปลี่ยนมารับบทกุนซือสโมสรโดยเริ่มต้นที่แรกกับ อาร์มี ยูไนเต็ด (2013) ต่อด้วย สุพรรณบุรี เอฟซี (2014) และล่าสุดจนถึงปัจจุบันกับ แบงค็อก ยูไนเต็ด

ฤดูกาลแรกกับ “แข้งเทพ” เขาเข้ามาคุมทีมในช่วงเลกสองของปี 2014 ก่อนพาทีมจบอันดับ 8 แม้ว่าผลงานภาพรวมของทีมจะไม่น่าประทับใจมากนัก แต่มันก็เริ่มมีแสงสว่างให้แฟนบอลได้เห็นเมื่อทีมภายใต้แผนการเล่นของเขามีเกมรุกที่เร้าใจและมีรปแบบการเล่นที่ดูฝากผีฝากไข้ได้ จะขาดก็แต่คุณภาพนักเตะที่ยังรอเวลาการเสริมทัพเพิ่มเติม ...ซึ่งซีซั่นต่อมาสโมสรภายใต้การบริหารของประธานอย่าง ขจร เจียรวนนท์ ก็ตัดสินใจทุ่มงบประมาณมหาศาล 200 ล้านบาท พร้อมกับวางเป้าจบท็อปไฟว์ และมันก็คือปีทองของสโมสรตัวแทนเมืองหลวงอย่างแท้จริง

...กับเหล่านักเตะคุณภาพหน้าใหม่ที่ก้าวเข้ามา บวกกับแข้งต่างชาติที่แสนลงตัวทั้ง โรแม็ง กัสมี่, คาลิฟ่า ซิสเซ่, เจย์ซี่ จอห์น “โจโจ้”, เลอันโดร ตาตู และ ดราแกน บอสโกวิช ทำให้สโฒสรตัวแทนเมืองหลวงจากเดิมที่วางเป้าด้วยการจบอันดับ 5 ของตาราง มีลุ้นคั่วท็อปทรีจนถึงโค้งสุดท้าย ...และปีนี้ที่ทีมเสริมตัวผู้เล่นชั้นดีอย่าง เอร์เนสโต้ ภูมิภา , สรรเสริญ ลิ้มวัฒนะ , ธีรเทพ วิโนทัย  และ มาริโอ ยูรอฟสกี้ เข้ามาก็น่าลุ้นว่า มาโน่ โพลกิ้ง จะทำให้ทีมๆ นี้ก้าวขึ้นมาเป็นทีมแนวหน้าได้มากน้อยแค่ไหน

“ปีนี้ก็ต้องชมการทำงานของฝ่ายบริหารด้วยที่สามารถดึงนักเตะทุกคนที่ผมขอเข้ามาสู่ทีมได้หมด โดยเฉพาะในรายของ มาริโอ ยูรอฟสกี้ เขาเป็นนักเตะที่มหัศจรรย์มาก มีประสบการณ์การเล่นในไทยอย่างโชกโชน และเขาจะเป็นกุญแจชิ้นสำคัญในการลุ้นทำอันดับท็อปทรีในปีนี้ของเรา” มาโน่ให้สัมภาษณ์กับ FFT TH

“หลังจากเกมปรีซีซั่นหลายๆ นัดที่ผ่านมา ผมมั่นใจเรามีทีมที่ดีขึ้นจากปีที่แล้วมากๆ ทั้งในแง่ของคุณภาพและปริมาณ เรามีตัวผู้เล่นไทยที่หลากหลายขึ้น ขณะที่ตัวต่างชาติเกือบทั้งหมดก็ยังคงอยู่จากฤดูกาลที่แล้ว เมื่อผสมผสานทั้งสองอย่างนี้ ผมเชื่อว่าเป้าหมายการจบอันดับสามก็คงไม่ยากเกินไป”

เมื่อถามถึงโอกาสในการลุ้นแชมป์ มาโน่ยอมรับว่ามันอาจจะยังเร็วเกินไปสักหน่อยที่จะมองข้ามช็อตไปถึงการสัมผัสถ้วยไทยพรีเมียร์ลีก เพราะฤดูกาลนี้ยักษ์ใหญ่ อย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ เมืองทอง ยูไนเต็ด ก็เสริมทัพได้น่ากลัวเช่นเดียวกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ขาตั้งใจจะทำก็คือลดช่องว่างระหว่างทีมของเขากับอันดับบนสุดของตารางให้แคบลง

“ผมคิดว่ามันยังเกินไปที่จะมองถึงแชมป์ เรามีตัวผู้เล่นดีมากก็จริง แต่ต้องไม่ลืมว่าทั้ง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ เมืองทอง ยูไนเต็ด เองก็เสริมทัพได้น่ากลัวเช่นเดียวกัน ปีที่แล้ว บุรีรัมย์ ชนะแชมป์ลีกโดยทิ้งห่างเราเกือบ 30 แต้ม”

“ฉะนั้นสิ่งแรกที่ต้องทำก่อนจะพูดถึงแชมป์คือลดช่องว่างตรงนี้ให้ได้ ปีนี้เราจะพยายามทำให้มันดีขึ้นด้วยการจบท็อปทรีและพยายามไม่ให้เขาทิ้งห่างเราเหมือนปีที่ผ่านมา ในการทำทีมฟุตบอลนั้นมันต้องอาศัยหลายๆ องค์ประกอบเพื่อทำให้สโมสรแห่งหนึ่งมีความสมบูรณ์”

“บุรีรัมย์ และ เมืองทอง มีผลงานในสนามที่ดี มีสนามเหย้าของตัวเองที่ได้มาตรฐาน มีแฟนบอลและฐานรายได้ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกไป ส่วน แบงค็อก เราอาจจะเทียบได้แค่ตัวผู้เล่นในสนามเท่านั้น แต่ในส่วนที่เหลือเราก็ยังต้องปรับปรุงต่อ”

“ก้าวแรกที่เราต้องทำก็คือไปเล่นใน เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ให้ได้ เพราะนั่นจะเป็นหนทางที่เราจะยกระดับทีมได้จริงๆ จากนั้นปีต่อๆ ไปก็ค่อยมาดูว่าเราจะขยับใกล้เข้าพวกเขาได้มากขึ้นอีกแค่ไหน” มาโน่กล่าวทิ้งท้ายกับ FFT TH