The Coach : ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น : ปรัชญาไม่มี-แทคติกผมโคตรธรรมดา

ย้อนกลับไปเมื่อปลายปี พ.ศ.2556 ภายในทีม “กว่างโซ้งมหาภัย” เชียงราย ยูไนเต็ด เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เมื่อสโมสรได้ทำการแต่งตั้ง ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น กัปตันทีมในเวลานั้น ก้าวขึ้นมารับหน้าที่เฮดโค้ชแทนที่ “เตโก” สเตฟาโน่ คูกูร์ร่า

 
ณ ช่วงเวลานั้น เชียงราย ยูไนเต็ด มีข่าวกับกุนซือระดับแถวหน้าของเมืองไทยหลายคน รวมไปถึงนักเตะระดับตำนานของทีมชาติสิงคโปร์ อย่าง ฟานดี้ อาหมัด แต่สุดท้ายกลายเป็น "โค้ชโจ"
 
ก่อนหน้าที่จะก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งเฮดโค้ชของทีม ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น อดีตนักเตะทีมชาติไทยชุดฟุตบอลโลก ยู-17 ที่ประเทศอิยิปต์ เพิ่งได้รับการต่อสัญญาจากสโมสรอีก 2 ปี ในฐานะนักเตะ (ในวัย 35 ปี) ซึ่งนับเป็นของขวัญจากสโมสรที่ตอบแทนผลงานของ “กัปตันโจ”  แต่ที่เซอร์ไพรส์กว่า ก็คือตำแหน่ง "กุนซือ" ท่ามกลางคำถามจากแฟนบอลว่ากุนซือหน้าใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์อย่างเขา จะไหวได้อย่างไร กับการคุมทีมในไทยพรีเมียร์ลีก
 
2 ฤดูกาลที่ผ่านมา พวกเราก็คงได้คำตอบแล้วว่าเทรนเนอร์หนุ่มคนนี้มีดีอย่างไร… จากรางวัลที่เพิ่งได้รับจากสโมสรให้ขยายสัญญาออกไปอีก 3 ปี น่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด
 
"ตอนนั้น (ตอนยังเป็นนักเตะ) สโมสรเพิ่งให้สัญญาผมอยู่กับทีมเพิ่มอีก 2 ปี ผมคิดว่าเป็นอะไรที่พิเศษมากแล้ว เพราะการที่นักเตะอายุ 35 แล้วยังได้เล่นในลีกสูงสุด ผมว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะทำได้  เชียงราย ยูไนเต็ด มองเห็นศักยภาพผม แต่หลังจากได้สัญญาใหม่ไม่นาน ประธานสโมสร (มิตติ ติยะไพรัช) ก็มาคุยกับผมรับงานโค้ช...ตอนนั้นก็ยังคิดว่าจะทำได้หรือเปล่า แต่เมื่อโอกาสมาแล้ว ผมก็คว้าไว้ก่อน ซึ่งก็ยอมรับว่าไม่คิดว่าจะทำงานนี้ได้ดีขนาดนี้” ธีรศักดิ์ โพธิ์อ้น เผยกับ FFT TH
 
หลังจากที่ได้รับสัญญาใหม่ในการคุมบังเหียน เชียงราย ยูไนเต็ด ออกไปอีก 3 ฤดูกาล "โค้ชโจ" ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น ก็มีเป้าหมายที่ชัดเจนมากกว่าเดิมในช่วงเวลา 3 ปีต่อจากนี้ เขาต้องเดินหน้าหาความสำเร็จเข้ามาสู่ทีม แม้ว่าจะเป็นสิ่งที่ท้าทายก็ตาม
 
"อย่างที่ผมเคยบอกไปว่า ผมไม่อยากจะเป็นตำนานเพียงเพราะอยู่ที่นี่ยาวนาน แต่อยากให้คนจดจำในฐานะตำนานที่นำความสำเร็จมาสู่ทีม เท่ากับว่างานผมในสัญญา 3 ปีต่อไปนี้ก็คือการพยายามหาแชมป์มาประดับให้กับทีม แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่ยาก แต่ผมก็ต้องทำมันให้ได้ แน่นอนผมคิดว่าจะพยายามทำให้ให้ได้ในปีนี้เลย" โค้ชโจ เผยกับ FFT TH
 
ขณะที่ โจทย์ ที่ท้าทายสำหรับ "โค้ชโจ" ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น ในฤดูกาล 2016 ก็คือให้โอกาสแข้งดาวรุ่งได้มีโอกาสลงสนามให้มากขึ้น ภายใต้เป้าหมายที่จะต้องทำผลงานออกมาให้ดีด้วย มันเป็นงานที่หินสุดๆ เพราะทรัพยากรแข้งยังบลัดของ "กว่างโซ้งมหาภัย" ไม่ได้จัดอยู่ระดับท็อปของประเทศเหมือนบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, เมืองทอง ยูไนเต็ด และ ชลบุรี เอฟซี แต่ "โค้ชโจ" และทีมงานก็ต้องสร้างเด็กของเชียงราย ให้ต่อกรกับเหล่าทีมยักษ์ใหญ่ให้ได้
 
"การสร้างเด็ก คือหนึ่งในแนวทางของสโมสร จะเรียกว่าเรากำลังสร้างเอกลักษณ์เลยก็ว่าได้ ฤดูกาลที่จะถึงนี้ก็คงได้เห็นผมให้โอกาสนักเตะดาวรุ่งเหมือนกับฤดูกาลที่แล้ว อาจจะมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ ซึ่งผมคิดว่านี้คือการทำฟุตบอลที่ถูกต้องที่สุด เราเลือกที่จะสร้างมากกว่าที่จะซื้อ เพราะการจะดึงนักเตะฝีเท้าดีๆสักคนมาอยู่กับทีมเป็นเรื่องที่ยาก ทำให้ทีมเรามองถึงเรื่องพัฒนาเยาวชนเป็นสิ่งสำคัญ แต่แนวทางของผมก็ไม่ใช่สร้างนักเตะอย่างเดียว มันต้องควบคู่ไปกับผลงานของทีมด้วย นั่นคืองานของผมในฤดูกาลนี้"  ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น เผย
 
นักเตะเชียงราย ยูไนเต็ด ทุกคนต่างก็รู้ดีว่า "โค้ชโจ" มักให้โอกาสในการแจ้งเกิดกับทุกคน ไม่ว่าเด็กแค่ไหน หรือกระทั่งนักเตะที่ดีอยู่แล้ว แต่เกิดฟอร์มหลุด… ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น ก็พร้อมให้พิสูจน์ตัวเองเสมอในถิ่น ยูไนเต็ด สเตเดี้ยม สาเหตุที่เป็นเช่นนั้น ก็เพราะเมื่อ 2 ปีก่อน เขาก็ได้รับโอกาสแบบไม่เคยคิดฝันเช่นเดียวกัน
 
"นึกไม่ออกเหมือนกันว่า ถ้าวันนั้น สโมสรไม่ได้ให้โอกาสผมเริ่มงานโค้ช วันนี้ผมก็คงเล่นอยู่ใน ดิวิชั่น 1 หรือ ดิวิชั่น 2 ด้วยสภาพที่ฟิตไม่ครบ 90 นาที หรือเต็มที่ก็ตัวสำรองสักทีมในไทยลีก แต่เพราะโอกาสที่ได้รับ ทำให้เส้นทางฟุตบอลของผมมีชีวิตไปอีกไกล มันยิ่งทำให้ผมต้องให้ให้โอกาสคนอื่น อย่างดาวรุ่งผมก็มักจะให้โอกาสอยู่แล้ว ส่วนนักเตะที่เหมือนจะหมดไฟ หากเขามั่นใจว่ายังเล่นได้ผมก็พร้อมให้โอกาสพิสูจน์ตัวเองเช่นกัน แต่โอกาสที่ให้ไปทุกคนต้องไขว้คว้ามันเอาเอง" ธีรศักดิ์ โพธิ์อ้น เผยกับ FFT TH
 
ในฤดูกาล 2016 ถือเป็นอีกหนึ่งฤดูกาลที่โหดสุดๆสำหรับฟุตบอลไทยลีก  โดย "โค้ชโจ" ธีรศักดิ์ โพธิ์อ้น จะต้องรับบทเป็นแม่ทัพพาลูกทีมออกสู้ศึก จะมีแผนเด็ดอะไรที่เป็นกุญแจสู่ความสำเร็จ ซึ่งกุนซือใหญ่ “กว่างโซ้งมหาภัย” ออกมาเปิดเผยแบบไม่มีปิดบังว่า
 
"ผมเป็นโค้ชที่ไม่ค่อยมีปรัชญาในการทำงานสักเท่าไหร่...เรียกว่าไม่มีเลยดีกว่า แทคติกของผมที่ใส่ให้นักเตะแต่ละคนนั้น ก็ธรรมดามากๆ มันคือแทคติกง่ายๆแหละ ไม่มีอะไรซับซ้อนเลย เป็นแทคติกที่ใครๆก็รู้...แต่แทคติกหรือแผนที่ผมใช้ นักเตะในทีมทุกคนต้องเข้าใจและปฎิบัติได้  ผมคิดว่าบางทีแทคติกระดับโลก หากนักเตะไม่เข้าใจหรือทำไม่ได้ ก็ไม่มีประโยชน์  ผมก็เคยคิดนะจะใช้แทคติกเหมือนกุนซือที่เก่งๆแต่ถ้านักเตะทำไม่ได้หรือไม่พร้อมทำ มันก็พัง  ผมว่าแทคติกธรรมดาแบบบ้านๆนี้ล่ะ หากนักเตะให้ใจเชื่อฟังและทำได้ ผมว่าแทคติกที่น่ากลัวที่สุดล่ะ และทีมเชียงรายฯ ก็เป็นแบบนี้" "โค้ชโจ" ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น กล่าวทิ้งท้ายกับ FFT TH