ดาวยิงฟอร์มร้อนกับความผิดพลาดครั้งใหญ่ในชีวิตของ หลุยส์ ฟาน กัล

อดีตขวัญใจ “เร้ด เดวิลล์” ทั่วโลกกำลังอยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุดในชีวิต ขณะที่อดีตต้นสังกัดของเขากำลังอยู่ในช่วงเป๋ต่อเนื่อง ซึ่ง เอ็ด สตาร์ทมันน์ คอลัมนิสต์ของเราเชื่อว่า นี่คือความผิดพลาดครั้งใหญ่ของ หลุยส์ ฟาน กัล..

หลังจบเกมที่ เลเวอร์คูเซ่น พิชิต แฟรงเฟิร์ต ไปได้ 3-1 เมื่อเดือนที่แล้ว กุนซือ “ห้างขายยา” อย่าง โรเจอร์ ชมิดท์ ออกปากชมดาวยิงชาวเม็คซิกันอย่างเต็มที่

“ทุกทีมล้วนอยากมีกองหน้าแบบ ชิชาริโต้ เขายิงประตูได้ทุกครั้งที่ลงสนาม” ชมิดท์ กล่าวถึงลูกทีมคนเก่ง “เขาปรับตัวเข้ากับพวกเราได้เร็วมาก และทำประตูได้ต่อเนื่อง นั่นคือสิ่งที่พิเศษสุดๆ”

หลังจากนั้นไม่นาน ชิชาริโต้ กลายเป็นนักเตะเม็กซิโกคนแรกที่ยิงประตูได้ 7 เกมติดต่อกันในลีกยุโรป โดยเขาลบสถิติของตำนานเรอัล มาดริดอย่าง ฮูโก้ ซานเชซ และถึงตอนนี้ อดีตดาวยิง “ปีศาจแดง” ยิงไปแล้วถึง 18 จาก 21 นัดในทุกรายการ

99% รูนีย์ : 1% ชิชาริโต้

ด้วยค่าตัวเพียง 7 ล้านปอนด์ ทำให้ทีมดังแห่งเยอรมันถือว่าได้ทำดีลที่คุ้มที่สุดแห่งปีเรียบร้อยแล้ว

และแฟนๆ “ปีศาจแดง” หลายคนก็ยังสงสัยไม่หายว่า ทำไมจอมปรัชญา(แสนงี่เง่า!!)ของพวกเขาถึงยอมปล่อยกองหน้าเพียงไม่กี่คนในทีมออกไปในวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะ

ซึ่งล่าสุด ชิชาริโต้ ได้ออกมาเฉลยถึงคำตอบนั้นแล้ว..

Javier Hernandez, Manchester United

ตอนแรกก็ยังยิ้มได้ แต่หลังๆไม่ไหวแล้วนะ

 “ผมไม่ได้อยากย้ายทีม แต่ผมต้องการเวลาเล่นมากกว่านี้” ดาวยิงวัย 27 ปี อธิบาย “ฟาน กัล บอกกับผมว่าเขามีตัวเลือกสำหรับผู้เล่นกองหน้าอยู่แล้ว และผมต้องสู้เพื่อชิงตำแหน่ง แต่โอกาสก็มีน้อย พร้อมบอกว่า ถ้ามีข้อเสนอที่น่าสนใจก็เปิดโอกาสให้ย้ายได้เลย”

“ปีที่แล้ว บอร์ดบริหารบอกกับผมว่าให้ไปอยู่กับ รีล มาดริด แบบยืมตัว นั่นไม่ใช่เรื่องที่ตัดสินใจยากเลย แต่พอกลับมาที่ แมนเชสเตอร์ ผมได้รับโอกาสมากขึ้น ทว่าวันหนึ่งผมคุยกับ ฟาน กัล เขาบอกว่า ผมมีโอกาสแค่ 1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่จะได้เล่น แล้วจะให้ทำยังไง ผมคงต้องมีเวทมนต์เท่านั้น ที่จะเสกให้ผมได้ลงเล่น ผมจึงย้ายไป ไบเออร์"

"ผมมีความมั่นใจมากขึ้นตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาและรู้สึกว่าตัวเองเป็นคน สำคัญของที่นี่ ไม่ใช่เพียงแค่หน้าที่การทำประตู แต่มีส่วนร่วมกับเกมในสนาม และผมก็เห็นตัวเองอยู่ในรายชื่อที่จะลงสนามทุกครั้ง”

ดาวยิงฟอร์มแรงที่สุดในโลก

ฟอร์มที่ตกลงไปของ เวย์น รูนีย์ ทำให้ ฟาน กัล เจอปัญหาใหญ่ในแนวรุก และยิ่งหลายฝ่ายเห็นฟอร์มของ ชิชาริโต้ ทำให้ (อดีต)ยอดกุนซือชาวดัตช์ ยิ่งโดนด่าเช้าด่าเย็นจาก “เร้ด เดวิลล์” ทั่วโลก(ผู้แปล ก็เป็นหนึ่งในนั้น ฮา)

หัวหอกจากแดนจังโก้ยิงประตูใส่ทีมระดับ บาร์เซโลน่า ได้ในเกมยูซีแอล หรือ ล่าสุดที่เขาเพิ่งใช้เวลาเพียง 13 นาทีในการซัดแฮตทริกใส่ทีมชั้นนำอย่าง โบรุสเซีย มึนเชนกลัดบลัค ในเกมลีก(ทีมเดียวกับที่ถล่ม บาเยิร์น มิวนิค ไป 3-1 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว!!) ซึ่งหากนับเฉพาะ 13 เกมหลังสุด ชิชาริโต้ ยิงไปแล้วถึง 16 ประตู

และจากแฮตทริกนั้น ทำให้ ชิชาริโต้ กลายเป็นนักเตะเม็คซิกันคนแรกที่ยิงสามประตูในเกมเดียวกันได้ในบุนเดสลีก้า พร้อมกับเป็นแฮตทริกแรกในชีวิตค้าแข้งในยุโรป หลังจากที่เขาย้ายมาสู่ถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อห้าปีที่แล้ว

เราอาจจะบอกได้ว่า ชิชาริโต้ เป็นดาวยิงประเภท ฟ็อกซ์ อิน เดอะ บ็อกซ์ ขนานแท้ แม้ว่าหลายคนจะค่อนขอดว่า กองหน้าประเภทนั้นก็มีดีแค่ยืนรอแท็ปอินหรือเข้าชาร์จเท่านั้น ทว่าหากปราศจาก ความเข้าใจเกมและสัญชาตญาณที่สุดยอดแล้ว ประตูแล้วประตูเล่าก็คงไม่เกิดขึ้นกับนักเตะจำพวกนั้นหรอก..

“ถั่วน้อย”คนเดิม..เพิ่มเติมคือความหลากหลาย

เราลองมองย้อนดูในเกมกับ กลัดบัด เกมนั้น ชิชาริโต้ ลงเล่นเป็นสามประสานในแนวรุกเคียงข้าง สตีเฟ่น คีสลิงก์ และ คาริม เบลลาราบี้ โดย การมีกองหน้าอาชีพอย่าง คีสลิงก์ อยู่ในสนาม ทำให้ ดาวยิงเลือดจังโก้ สามารถมีอิสระในการเล่นมากขึ้น จาก Stats Zone จะเห็นได้ว่า  ชิชาริโต้ ไม่ได้อยู่ในกรอบเขตโทษอย่างเดียวอีกต่อไป

Chicharito linked up well with Kiessling, and his drifting caused problems

และเขาก็ตอบแทนความไว้วางใจจากเจ้านายอย่างดี เมื่อเคลื่อนที่อย่างอิสระ พร้อมกับทำสามประตูสุดสวยให้กับทีม อย่างประตูแรก ชิชาริโต้ รับบอลจากลูกส้นของ คีสลิงก์ ก่อนที่จะโชว์ทักษะการเลี้ยงบอล(ที่ดีขึ้นแบบเห็นได้ชัด) แล้วจิ้มเข้าไปอย่างยอดเยี่ยม ส่วนประตูที่สองนั้น เป็นอะไรที่สุดยอดยิ่งกว่า เพราะนานๆที เราจะเห็นอดีตหัวหอก “ปีศาจแดง” ยิงไกลจากระยะนอกกรอบเขตโทษ ขณะที่ลูกสุดท้าย เขาเคลื่อนที่ได้อย่างดี และเปิดช่องกว้างให้ตัวเอง ซัดเข้าไปอย่างโล่งๆ

เราคงบอกได้อย่างชัดเจนว่า ชิชาริโต้ เปลี่ยนไปมาก จากภาพเดิมๆที่เราเห็นเขาทำได้เพียงแค่รอยิงประตู แต่ตอนนี้ ดาวเตะหมายเลข 7 ของเลเวอร์คูเซ่น กำลังก้าวไปสู่ในระดับที่เก่งกว่าเดิม

ตอนนี้  ชิชาริโต้ เริ่มยิงไกลได้คมขึ้น เหมือนอย่างลูกที่เขายิงใส่ “สิงห์หนุ่ม” หรือหลายลูกในปีที่แล้วในชุด เรอัล มาดริด อีกทั้ง การจับบอล การไปกับบอล จังหวะกระฉาก ก็เริ่มมีให้เห็นขึ้นเรื่อยๆจากดาวเตะวัย 27 ปี

และที่สำคัญที่สุด คือ การยิงประตูสุดคม ที่ไม่เคยหายไปในตัวของ ชิชาริโต้ ซึ่งสถิติจาก Stats Zone บอกเราได้อย่างดี…

ยิง 3 เข้า 3

“เกมที่แล้ว เรายิงได้ลูกเดียว(กับ บาร์ซ่า) แต่วันนี้เรายิงไปห้า” ชิชาริโต้ ให้สัมภาษณ์หลังเกม “นี่แหละฟุตบอล คุณไม่สามารถทำนายอะไรได้หรอก”

“ทุกลูกนั้นสมบูรณ์แบบ เพราะยังไงมันก็นับเป็นหนึ่งประตูหมด ไม่ว่าคุณจะยิงประตูด้วยส่วนไหนของร่างกาย หรือจะยิงจากจุดไหนของสนาม หรือจะยิงสวยขนาดนไหน มันก็เป็นแค่ประตูเดียวอยู่ดี"

หากว่าย้อนเวลากลับไปได้…

ชีวิตของ ชิชาริโต้ ช่างแตกต่างกับ อดีตต้นสังกัดของเขา อย่างสิ้นเชิง

ก็ในเเมื่อ “ปีศาจแดง” ยิงประตูได้น้อยนิดเหลือเกิน หรือกว่าจะยิงได้สักลูกก็ยากเย็นแสนเข็นสุดๆ ขณะที่ หัวหอกเม็คซิกัน ยิงอย่างไม่หยุดยั้ง(และมีแต่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ)

Javier Hernandez, Bayer Leverkusen

ขวัญใจคนใหม่ของทีม

คนที่ต้องรับผิดชอบกับเรื่องนี้มากที่สุดก็คือ หลุยส์ ฟาน กัล เพราะเขาเป็นคนบีบให้ อดีตลูกรักของปวงประชาชาวผี ต้องย้ายทีมออกไป  พร้อมกับเหลือตัวเลือกในแดนหน้าแค่ เวย์น รูนีย์ และ อ็องโตนี่ มาร์กซิอัล ผู้มาแทน “ถั่วน้อย” เท่านั้น

ซึ่งผลงานเกมรุกอันแสนห่วยแตกของทีมในปีนี้  เป็นบทพิสูจน์อย่างดีว่า ฟาน กัล ตัดสินใจผิดพลาดอย่างมหันต์ และ หลายคนอยากรู้ว่า หากมีโอกาสอีกครั้ง อดีตขงเบ้งทีมชาติฮอลแลนด์ จะตัดสินใจเก็บ ชิชาริโต้ ไว้หรือไม่..

ทว่า เพราะไม่มีใครเปลี่ยนแปลงอดีตได้ ดังนั้น ค่าตอบแทนที่กุนซือชาวดัตช์ อาจจะต้องจ่ายก็อาจเป็นตำแหน่งของเขาเอง ก็เป็นได้..(หวังว่าจะเป็นเร็วๆนี้ด้วย ฮา – ผู้แปล)