Analysis

ดาวยิงภูธร : 13 ศูนย์หน้ายิงกระจายในลีกรอง แต่เท้าบอดในพรีเมียร์ลีก

Danny Graham

พวกเขายิงกระจายเมื่อเล่นอยู่ในลีกรอง แต่สถิติกลับไม่สวยนักเมื่อได้ขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุด Huw Davies พร้อมเปิดสถิตินักเตะหลายคนที่เก่งเกินกว่าจะอยู่ในแชมเปี้ยนชิพ แต่ก็ไปไม่รอดกับพรีเมียร์ลีก

We are part of The Trust Project What is it?

การนำความสำเร็จข้ามขั้นจากแชมเปี้ยนชิพ ไปสู่ พรีเมียร์ลีก นั้นดูจะยากลำบากสำหรับผู้เล่นบางคน ไม่ว่าจะเป็น ผู้รักษาประตู, กองหลัง, กองกลาง ต่างก็ต้องประสบปัญหานี้ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตำแหน่งที่มีผลกระทบมากที่สุดนั่นก็คือ กองหน้า

นายยิงแฮทริกใส่ สตีเวน บายวอเตอร์ งั้นหรือ? ยิงถล่ม ร็อตเธอร์แฮม ยูไนเต็ด แบบไม่เหลือซากใช่ไหม? อ๋อเหรอ สถิติการยิงประตูตอนนี้เป็นยังไงบ้างล่ะ? ยินดีต้อนรับสู่ลีกที่ดีที่สุดในโลกนะ เจ้าสาก (กองหลังระดับท็อปน่าจะพูดประมาณนี้)

จาก เจมส์ บอนด์ กลายร่างเป็น จอห์นนี่ อิงลิช ซะอย่างงั้น ศูนย์หน้าหลายคนต้องเสียคนไปมากมายเมื่อมาถึงจุดนี้ นักเตะบางคนไม่มีแม้แต่โอกาสโชว์ว่าเขาเจ๋งจริงรึเปล่าในพรีเมียร์ลีก รอสส์ แม็คคอร์แม็ค กองหน้าที่ย้ายมาล้มเหลวกับ แอสตัน วิลล่า แต่ก่อนหน้านั้นเขายิงกระจายกับการเล่นให้กับ คาร์ดิฟฟ์, ลีดส์, และ ฟูแล่ม เขาทำประตูไปทั้งหมด 66 ลูก จาก 135 เกมที่ลงสนาม ในช่วงปี 2013 ถึง 2016 แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีโอกาสได้เล่นกับทีมในระดับที่สูงขึ้น

ยังมีเวลาเหลือให้นักเตะเหล่านี้พิสูจน์ว่าผู้คนนั้นคิดผิด เราขอเริ่มด้วยนักเตะดีกรีทีมชาติอังกฤษ ( ลงเล่น 1 นัด ทำได้ 1 ประตู) ผู้ค้าแข้งในพรีเมียร์ลีกมามากกว่าศตวรรษ แต่ก็ไม่สามารถลบล้างข้อครหาว่าเป็นได้แค่ ‘ดาวยิงภูธร’

ดาวิด นูเจนท์

แชมเปี้ยนชิพ: 342 เกม, 113 ประตู • พรีเมียร์ ลีก 97 เกม, 14 ประตู

เมื่อ พอร์ทสมัธ ซื้อ นูเจนท์ เข้ามาในเดือนกรกฏาคม 2007 เหล่าเกจิของสกายสปอร์ตได้วิเคราะห์ไฮไลท์การเล่นของศูนย์หน้าวัย 22 ปี ซึ่งรวมถึงประตูที่เขาลากจากเครื่องสนามเข้าไปทำประตูในเกม ที่เพรสตัน เจอกับ คริสตัล พาเลซ ทีมร่วมลีกแชมเปี้ยนชิพ โดยเหล่ากูรูคิดว่าเขาน่าจะทำไม่ได้หากเจอกับแนวรับที่ดีกว่านี้ในระดับพรีเมียร์ลีก

และมันถูกต้อง นูเจนท์ทำประตูไม่ได้เลยจากการลงสนาม 15 เกมในฤดูกาลนั้น และความมั่นใจของเขาก็ถดถอยลงไปอีกหลัง แฮร์รี่ เรดแนปป์ ประกาศว่าเขาอาจจะขายนักเตะที่พึ่งซื้อมาด้วยค่าตัว 6 ล้านปอนด์ เมื่อ 7 สัปดาห์ที่แล้ว เพื่อเพิ่มเงินทุน ‘เอาไปซื้อใครซักคนที่ทำประตูได้ 15 ถึง 20ลูกในหนึ่งฤดูกาล”

หลังจากนั้น เป็นเรื่องที่น่าขำมากเมื่อประตูแรกของ นูเจนท์ ในพรีเมียร์ลีก ในเดือน มกราคม 2009 คือการยิงใส่สเปอส์ของ เรดแนปป์ “มันอาจจะใช้เวลานานไปนิด แต่ก็มาในเวลาที่เพอร์เฟคสุดๆ” นูเจนท์ เผยหลังทำประตูได้

แต่ถึงอย่างนั้น เรดแนปป์ก็ยังพูดถูก นูเจนท์ไม่สามารถทำประตูได้ถึง 15 ลูกในพรีเมียร์ลีก จากการค้าแข้งอยู่ในลีกสูงสุด 4ฤดูกาลครึ่ง กับ พอร์ทสมัธ, เบิร์นลีย์, เลสเตอร์, และ มิดเดิลสโบรห์

ไมเคิล โชปรา

แชมเปี้ยนชิพ: 238 เกม, 74 ประตู • พรีเมียร์ลีก 60 เกม, 9 ประตู

หากไม่นับสองฤดูกาลสุดท้ายในอังกฤษของ โชปรา ที่ค้าแข้งให้กับ อิปสวิช และ แบล็คพูล ซึ่งถ้าเปรียบเป็นรถไฟ ชีวิตเขานั้นได้ตกรางออกไป โชปรา จะมี สถิติ ทำประตู 70 ลูก จาก 187 เกมที่ลงสนาม แต่เมื่อรวม สองฤดูกาลหลังที่ย่ำแย่เข้าไปสถิตินั้นจึงกลายเป็น ยิง 74 ลูกจากการลงสนาม 238 เกม

พรีเมียร์ลีก เปรียบได้กับอีกโลกของโชปรา โดยเฉพาะในถิ่นตะวันออกเฉียงเหนือ นิวคาสเซิลทีมที่ปลุกปั้น โชปรา ไม่เชื่อใจเขา รวมถึง ซันเดอร์แลนด์ เพราะเขาเคยอยู่กับ นิวคาสเซิล มีแค่ คาร์ดิฟ ที่เชื่อใจโชปราและเขาก็ตอบแทนด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยม

จอร์แดน โร้ดส์

แชมเปี้ยนชิพ: 238 เกม, 74 ประตู • พรีเมียร์ลีก 60 เกม, 9 ประตู

ข้อเท็จจริงหลักของโร้ดส์คือเขาไม่เคยได้รับโอกาสในพรีเมียร์ลีกอย่างจริงจังเท่าไหร่ ปัจจุบันกองหน้าวัย 28 ปี ปัจจุบันมีสัญญายืมตัวอยู่กับ นอริช (อันดับ14 ฤดูกาลที่แล้ว) จากต้นสังกัดเดิมของเขาคือ เชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ (อันดับ15 ฤดูกาลที่แล้ว) ดูเหมือนว่าเขาคงจะไม่ได้รับโอกาสนั้นอีกแล้ว

อย่างไรก็ตาม ค่าตัวของโร้ดส์ในการย้ายตัวติดต่อกันคือ 8ล้านปอนด์, 9ล้านปอนด์, และ 10ล้านปอนด์ โดยทุกทีมที่จ่ายเงินไปนั้นคือทีมในระดับแชมเปี้ยนชิพทั้งหมด แบล็คเบิร์น, มิดเดิลสโบรห์, และ เชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ เขาได้รับโอกาสแค่ 208 นาทีเท่านั้นในพรีเมียร์ลีกหลังเลื่อนชั้นขึ้นมากับเดอะโบโร่ กอร์ดอน สตรัคคั่น กุนซือทีมชาติสก็อตแลนด์เผยว่า โร้ดส์ ต้องลงเล่นในระบบหน้าคู่ นั่นเป็นเหตุผลที่เขาได้ลงเล่นแค่ 14 เกมในทีมชาติและทำประตูไม่ได้เลย

แต่ถึงอย่างนั้น ผลงานของโร้ดส์ในลีกพระรองก็ต้องบอกว่าเขาเป้นนักเตะที่ดี ในหนึ่งฤดูกาลเขาเคยทำประตูให้ต้นสังกัดไป 29, 25 , 21, และ 16 ประตู ก่อนที่โบโร่จะเลื่อนชั้นและตกชั้นลงมาอีกครั้งโดยที่โร้ดส์ได้แยกทางกับทีมออกมาก่อน

แดนนี่ เกรแฮม

แชมเปี้ยนชิพ: 184 เกม, 64 ประตู • พรีเมียร์ลีก 124 เกม, 18 ประตู

ลองหาคำว่า ‘ผลตอบแทนลดน้อยถอยลง’  ในพจนานุกรมแล้วคุณจะ...ไม่เจออะไรเลย เพราะ มันคือวลี ไม่ใช่ คำศัพท์ แต่ถ้ามันคือคำศัพท์ คุณจะเจอรูปของ...เอาล่ะ คุณจะไม่เจอรูปของ แดนนี่ เกรแฮม เพราะในพจนานุกรมไม่มีรูป แต่..ถ้า.. โอเคเรามาเริ่มกันใหม่

เกรแฮมทำได้ 12 ประตูให้กับสวอนซีหลังจากเลื่อนชั้นขึ้นมาหมาดๆในฤดูกาล 2011/12 หลังจากแจ้งเกิดกับ วัตฟอร์ด (ยิงไป 24 ประตู!) กาเริ่มต้นได้สวยทำให้ ซันเดอร์แลนด์ ยอมซื้อตัวศูนย์หน้าที่เป็นสาวกของนิวคาสเซิล เข้ามาในเดือนมกราคม 2013 หลังจากนั้นเขาก็ต้องเจอกับเสียงโห่จากแฟนซันเดอร์แลนด์ หลังจากลงสนามไป 37เกมและทำประตูได้แค่ลูกเดียว และ ทำได้อีกหนึ่งลูกให้กับฮัลล์จากการลง 18เกมในสัญญายืมตัว ก่อนจะกลับไปเล่นในลีกพระรองอีกครั้งให้กับ มิดเดิลสโบรห์ และ แบล็คเบิร์น

ลีรอย ลิต้า

แชมเปี้ยนชิพ: 170 เกม, 52 ประตู • พรีเมียร์ลีก 65 เกม, 10 ประตู

ผู้คนอาจจะลืมไปว่า ลิต้าอายุแค่ 19 ในตอนที่เขาแจ้งเกิดกับ บริสตอล ซิตี้ ในลีกวัน, อายุแค่ 20 เมื่อเขาช่วยให้ เรดดิ้ง ทำคะแนนได้ถึง 106 แต้มเป็นสถิติสูงที่สุดในลีกแชมเปี้ยนชิพ  และ อายุแค่ 21 เมื่อเขาได้เปิดตัวในพรีเมียร์ลีกครั้งแรก ซึ่งลิต้า อายุมากกว่า เจมี่ วาร์ดี้ แค่2ปีเท่านั้น

แต่กลับกัน เขาล้มเหลวกับลีกสูงสุดในปีแรก การไม่ได้รับโอกาสลงเล่นอย่างต่อเนื่อง ลิต้า ทำไปแค่ 7 ประตู ในลีก และ อีก 7 ประตูในฟุตบอลถ้วย 10 จาก 14ประตูนั้น มาจากเกมที่ยิงกันขาดลอยแล้ว

แต่มันยังไม่จบ ลิต้า มีโอกาสในลีกสูงสุดกับ เรดดิ้ง และ สวอนซี หลังจากนั้นแต่เขาก็ทำประตูไปได้แค่หยุมหยิมเท่านั้น บั้นปลายชีวิตนักฟุตบอลของลิต้าได้ย้ายมาเตะที่ไทยลีกกับศรีษะเกษแต่ก็ถูกยกเลิกสัญญาไปหลังจากได้รับโอกาสไม่นานเพราะมีปัญหาทางด้านวินัย

แพทริก แบมฟอร์ด

แชมเปี้ยนชิพ: 92 เกม, 35 ประตู • พรีเมียร์ลีก 27 เกม, 1 ประตู

25 ประตู จาก 59 เกม นักเตะสัญญายืมตัวจากเชลซีมาสู่ทีมระดับมีลุ้นเลื่อนชั้นทั้ง เดอร์บี้ และ มิดเดิลสโบรห์ ทำเกิดความคาดหวังที่แบมฟอร์ดไม่มีโอกาสทำได้ แบมฟอร์ด ถูกยืมตัวให้กับทีมระดับพรีเมียร์ลีก 3 ครั้งกับ คริสตัล พาเลส, นอริช, และ เบิร์นลีย์ สองครั้งจบลงด้วยการยืมตัวสั้นๆและไร้สกอร์

โบโร่ ตัดสินใจซื้อตัวแบมฟอร์ดจากเชลซีมาอย่างงุนงง แต่เขาก็ทำได้ดีในระดับแชมเปี้ยนชิพ และยังต้องพิสูจน์ตัวองต่อไปในฤดูกาล 2018/19 ข้างหน้า

ร็อบ เอิร์นชอว์

แชมเปี้ยนชิพ: 216 เกม, 90 ประตู • พรีเมียร์ลีก 65 เกม, 13 ประตู

กองหน้าจอมตีลังกาลูกครึ่งเวลส์-แซมเบีย เค้นฟอร์มอันร้อนแรงช่วยให้คาร์ดิฟเลื่อนชั้นสองครั้งติด และทำ 21 ประตูในการเล่นในลีกรองในครั้งแรกของเขา ไม่แปลกใจเลยที่ เวสต์บรอม คิดว่าดาวยิงรายนี้จะต่อยอดขึ้นมาเป็นสุดยอดดาวยิงในลีกสูงสุดต่อไป 10 ประตูในพรีเมียร์ลีกถือว่าไม่เลวเลยและมาจากการลงเล่นตัวจริงแค่ 18 เกมจากทั้งหมด 31 เกม

แต่นั่นก็ยังไม่พอสำหรับ ไบรอัน ร็อบสัน ที่มักจะให้โอกาส เอิร์นชอว์ จากบนม้านั่งสำรอง (เขาสามารถทำแฮทริกได้จากการลงสนามในฐานะตัวสำรอง) ก่อนจะถูกปล่อยกลับไปที่ลีกรองอีกครั้งกับนอริช เขาโชว์ความกระหายประตูในลีกรองอีกครั้งและทำไป 24 ประตูจาก 45 เกม และ เดอร์บี้ ให้โอกาสเขาในพรีเมียร์ลีกอีกครั้งในฤดูกาล 2007/08 และ...โอเค เรารู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นในฤดูกาลนั้น

หลังร่วงลงมาอีกครั้ง เอิร์นชอว์ ทำ 38 ประตูกับการลงเล่นให้ ฟอร์เรส หลังจากนั้นหวนกลับคาร์ดิฟอีกครั้ง และ ลงสนามให้แบล็คพูลไป 20 นาที อย่างไรก็ตามในช่วงพีคของเขา ทำไปถึง 49 ประตู จาก 95 เกมในแชมเปี้ยนชิพนั่นเพียงพอแล้วที่จะบอกว่าเขาเหมาะกับลีกรอง