Analysis

ดับได้ก็ดังได้ : 7 แข้งแบดบอยที่ยอมกลับใจก่อนเกิดใหม่ด้วยฟอร์มร้อนแรง

ประวีณวัช บุญยงค์ ที่โดนคำวิจารณ์มาตลอด 2-3 ปีหลังสุดกำลังแจ้งเกิดใหม่กับ บุรัรัมย์ ยูไนเต็ด ได้เเล้วแท้ๆ แต่จนเเล้วจนรอดเขาก็โดนยกเลิกสัญญาด้วยเหตุผลบางประการ นอกจากนี้ยังตามด้วยการโดยสังกัดแม่อย่าง บีจี เอฟซี ปล่อยออกจาก ...ทว่าไม่มีใครแก่เกินไปสำหรับการปรับปรุงตัวเองนี่คือนักเตะที่ชีวิตค้าแข้งเกือบจะพังไปแล้ว แต่ก็กลับมาสู่เส้นทางแห่งความสำเร็จอีกครั้ง พวกเขาเจอจุดเปลี่ยนอะไร ติดตามได้ที่นี่

We are part of The Trust Project What is it?

อเดล ทารับต์

แน่นอนที่สุดสำหรับหัวข้อ นักเตะแบดบอย ย่อมมีชื่อของ อเดล ทารับต์ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ

ดาวเตะชาวโมร็อคโค เคยเก่งแบบสุดๆ และเปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ตอนอยู่กับ คิวพีอาร์ เขาพาทีมเลื่อนชั้นจาก เดอะ เเชมเปี้ยนชิพ แบบสบาย และถึงแม้จะขยับมาเล่นในเวทีพรีเมียร์ลีก ก็แสดงให้เห็นว่าเซ้นส์บอลของเขาเอาตัวรอดได้สบายๆ

เขาผิดใจกับทั้ง นีล วอร์น็อค, ผู้จัดการทีมชาติโมร็อคโค, สมาคมฟุตบอลโมร็อคโค, แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ และ มาร์ติน โยล

อย่างไรก็ตาม ขณะที่กำลังจะขึ้นหม้อ เขาก็ก่อเรื่องไม่ได้หยุดหย่อน และคู่กรณีก็ไม่ใช่แค่รายเดียว เขาผิดใจกับทั้ง นีล วอร์น็อค, ผู้จัดการทีมชาติโมร็อคโค, สมาคมฟุตบอลโมร็อคโค, แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ และ มาร์ติน โยล

เขาถูก แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ วิจารณ์ว่าอ้วนเกินกว่าจะเล่นฟุตบอลได้ ก่อนที่จะถูกขายจากทีมและเป็นนักเตะพเนจรกับทั้ง ฟูแล่ม, มิลาน และ เบนฟิก้า ซึ่งช่วงเวลาที่อยู่ในโปรตุเกสนั้นย่ำแย่ที่สุด เพราะถึงแม้ว่าเขาจะมีสัญญากับเหยี่ยวลิสบอนถึง 5 ปี แต่ก็ไม่เคยได้เล่นให้ทีมชุดใหญ่เลย

อย่างไรก็ตาม เหมือนกับเขาเองจะคิดอะไรได้ ในฤดูกาลนี้เขาถูกปล่อยให้ เจนัว ยืมตัวมาใช้งาน และดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะไม่มีข่าวเสียๆ หายๆ อีกเเล้ว และตอนนี้เขายังได้ลงสนามอย่างต่อเนื่องและเป็นเพลย์เมคเกอร์คนสำคัญของ เจนัว อีกด้วย

นิคลาส เบนท์เนอร์

"ถ้าคุณถามว่าผมคือนักเตะที่เก่งที่สุดในพรีเมียร์ลีกหรือเปล่า แน่นอนผมจะตอบว่า "ใช่สิ"  เบนท์เนอร์ ว่าไว้ตอนเป็นดาวรุ่งที่อยู่กับ อาร์เซน่อล

แต่นั่นดูเหมือนจะเป็นแค่ความฝันเท่านั้น เพราะตลอดชีวิตค้าแข้งในอังกฤษอยู่ 9 ปี เขายิงได้แค่ 24 ลูก ก่อนจะถูกขายให้ โวล์ฟสบวร์ก ซึ่งหนนี้เองเหมือนว่าเขาจะคิดว่าตัวเองเป็นซูเปอร์สตาร์ผู้เคยผ่านการเล่นกับทีมดังมาเเล้ว

นอกจาก ท่านลอร์ดเบนท์เนอร์ จะยิงได้แค่ 9 ลูกตลอด 2 ฤดูกาลเเล้ว เขายังออกอาการเปรี้ยวซ่าได้ใจ ทั้งเรื่องของวินัยที่ไม่มาซ้อมและวันที่มาซ้อมส่วนใหญ่ก็มาสายทำให้ โวล์ฟส์บวร์ก ไม่ทนนอกจากจะทั้งปรับทั้งแบนแล้ว เบนท์เนอร์ ก็โดนโละให้กับ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ทีมในระดับเดอะ เเชมเปี้ยนชิพ แต่ดูเหมือนว่าอาการจะไม่ดีขึ้นเท่าไหร่ เขายิงได้เพียง 2 ลูกเท่านั้น ก่อนที่จะโดนลอยแพเพราะไม่สามารถโชว์ฟอร์มให้สมค่าเหนื่อยได้      

"ถ้าเขาฟิตเต็มถังเขายังมีโอกาสกลับสู่เกมระดับท็อปได้ แต่เขาต้องเป็น เบนท์เนอร์ ที่กระหายในการยิงประตูไม่ว่าจะเจอกับคู่แข่งทีมไหนก็ตาม และถึงตอนนั้นแหละคุณจะได้เห็นสิ่งที่คุณอยากจะเห็นจากเขา" อาร์เเซน เวนเกอร์ ว่าถึง เบนท์เนอร์ ที่ล้มเหลวในลีกรองของอังกฤษ

ไม่รู้ว่าคำเตือนของ เวนเกอร์ ได้ผลหรือไม่เพราะหลังจากที่ เบนท์เนอร์ ได้ย้ายมาอยู่กับ โรเซนบอร์ก ในลีกสวีเดน เขาก็เปลี่ยนเป็นคนละคน ในฤดูกาล 2017 ที่ผ่านมา ท่านลอร์ด คว้ารางวัลดาวซัลโวของลีกมาครอง และยังพาทีมคว้าแชมป์ลีกอีกด้วย 

หลุยส์ ซัวเรซ

จริงๆ เเล้ว ซัวเรซ เองก็ไม่ใช่ว่าเลวร้ายอะไรในด้านของพฤติกรรม เเต่เขาเป็นแค่นักเตะที่ "อยากชนะ" มากเกินไปหน่อยจนบางครั้งใช้วิธีการที่ไม่ถูกต้องในการเเข่งขัน

ซัวเรซ ถูกพูดถึงในแง่ลบมาโดยตลอดนับตั้งแต่ลงเล่นให้อาหยักซ์จนย้ายมาค้าแข้งกับลิเวอร์พูล หลังมักจะแสดงพฤติกรรมตุกติกในสนามแข่งขันเสมอ โดยวีรกรรมฉาวครั้งสุดท้ายของเขาก็คือกัดไหล่ของ จอร์โจ้ คิเอลลินี่ กองหลังของอิตาลีในฟุตบอลโลก ปี 2014

นอกจากนี้เขายังมีปัญหาเรื่องการเหยียดผิว ปาตริซ เอวร่า อีกด้วย และถึงแม้ว่าทางสโมสรลิเวอร์พูลจะยืนยันว่าพร้อมถือหาง ซัวเรซ เสมอ  ทว่าตัวของนักเตะเองก็อยากจะลบภาพลักษณ์ที่ไม่ดีออกไปให้หมด จนเจ้าตัวกลับมาเล่นด้วยฟอร์มระเบิดอีกครั้ง 

"ผมต้องการเปลี่ยนภาพลักษณ์แบดบอยของตัวเอง เพราะผมคิดว่าตัวเองไม่ใช่คนแบบนั้น" ซัวเรซ กล่าว

"ผมต้องการเปลี่ยนแปลงเพราะผมรู้สึกเจ็บปวดทุกครั้งที่ได้ยินหรืออ่านสิ่งที่คนอื่นพูดถึงผม ในสนามบางทีคุณอาจถูกความกระตือรือร้นครอบงำจนทำสิ่งที่ต้องมานั่งเสียใจภายหลัง"

"แต่ในเวลาเดียวกัน ผมก็ได้เรียนรู้จากสิ่งเหล่านั้น ผมคิดว่าตัวเองเป็นนักเตะต้นแบบตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ปีก่อน ผมต้องการก้าวไปข้างหน้าและทำผลงานให้ดีโดยไม่ต้องคำนึงถึงสิ่งที่คนอื่นพูดถึงผม"

เหมือนมันจะเป็นจริงอย่างที่เขาพูด หลังจากเหตุการณ์กัดสะท้านโลก เจ้าตัวก็ไม่มีข่าวด้านลบมากมายนัก ซัวเรซ เกือบพา ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสำเร็จ แต่สุดท้ายเขาก็กลายเป็นนักเตะค่าตัว 80 ล้านปอนด์ ด้วยการย้ายไปอยู่กับ บาร์เซโลน่า และถือเป็นสุดยอดของนักเตะตำแหน่งกองหน้าของโลกในเวลานี้ แน่นอนว่าเขายังคงเป็นหนึ่งในตำนานของ ลิเวอร์พูล ที่แฟนๆยังคิดถึงจนถึงทุกวันนี้ 

มาริโอ บาโลเตลลี่

เรื่องพรสวรรค์ไม่มีใครเกิน บาโลเตลลี่  อยู่แล้ว ทว่าพฤติกรรม "แปลกๆ" ของเขาทั้งในและนอกสนามทำให้เจ้าตัวไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร

แย่หน่อยที่ช่วงเวลาหลายปีหลังสุดกับทั้ง เอซี มิลาน และ ลิเวอร์พูล ผลงานของ เกรียนโอ้ เละเทะเข้าขั้น ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลที่ ลิเวอร์พูล ยอมไม่เอาเงินแม้แต่สตางค์เดียวสำหรับการปล่อยเขาให้กับ นีซ ในซัมเมอร์ปี 2016

เหมือนว่า บาโลเตลลี่ จะเริ่มรู้สถานะตัวเองมากขึ้น หากเขายังเหลวกับ นีซ อีก รับรองว่าคงมีแต่จะต้องจมดิ่งลงไปเรื่อยๆ จนหมดโอกาสเจอการแข่งขันระดับสูง เขากลับมาเป็นคนดีไม่มีพิษมีภัยอีกครั้ง และสิ่งที่ตามมาคือการถล่มประตูแบบไม่มียั้ง

ฤดูกาล 2016-17 บาโลเตลลี่ยิงได้ถึง 17 ประตูจากการลงสนาม 23 นัด และยังพา นีซ จบในอันดับ 3 ของลีกเอิง และในฤดูกาล 2017-18 ยิ่งเเล้วไปกันใหญ่ เขาระเบิดฟอร์มช่วย นีซ ได้ดีกว่าเดิมจนกลับไปติดทีมชาติอิตาลีอีกครั้งในยุคของ โรแบร์โต้ มันชินี่

ผลงานเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับเขาบ่อยๆ ในช่วง 3-4 ปีหลังสุด หากยังยิงแบบนี้ต่อไปได้เรื่อยๆ และไม่มีข่าวเสียๆ หายๆ ไม่แน่ว่าเขาอาจจะได้กลับมาเล่นให้กับสโมสรยักษ์ใหญ่อีกครั้งตามแบบฉบับรถด่วนขบวนสุดท้าย

ริคาร์โด้ กวาเรสม่า

จริงๆ แล้วเขาควรจะอยู่เคียงข้างกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เลยด้วยซ้ำ เพราะว่าตอนที่เป็นดาวรุ่งของ สปอร์ติ้ง ลิสบอน นั้น กวาเรสม่า เด่นกว่าและดังกว่าเจ้าของบัลลงดอร์ 5 สมัย

กวาเรสม่า เป็นปีกที่เต็มไปด้วยเทคนิค และมีโอกาสได้ย้ายออกมาเล่นให้กับ บาร์เซโลน่า ตั้งแต่อายุ 20 แต่กลับเละไม่เป็นท่า ก่อนที่จะต้องพเนจรไปอีกหลากหลายสโมสรทั่วยุโรปและเพิ่งจะมาลงตัวกับ ปอร์โต้ และ เบซิคตัส เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้นี่เอง

"ผมจะบอกให้นะว่าไอ้เรื่องของพรสววรค์อย่างเดียว มันไม่พอหรอกที่จะทำให้คุณมีชีวิตค้าแข้งที่ยิ่งใหญ่"

เรื่องของทัศนคติและการใช้ชีวิตส่วนตัว คือสาเหตุที่ กวาเรสม่า ไปได้ไม่ถึงไหน สวนทางกับ โรนัลโด้ เขาชอบปาร์ตี้เป็นชีวิตจิตใจและยังขาดความมุ่งมั่นในการพัฒนาตัวเอง และเรื่องนี้คือเรื่องที่เจ้าตัวยืนยันเองอีกต่างหาก

ก็โชคดีที่เขายังคิดได้และกลับมาสู่เกมฟุตบอลระดับสูงได้อีกครั้ง กวาเรสมา กลับมาอยู่ในรูปในรอย และติดทีมชาติโปรตุเกสชุดคว้าแชมป์ยูโร 2016 และนี่คือความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่แห่งการกลับตัวกลับใจของเขา

"ผมจะบอกให้นะว่าไอ้เรื่องของพรสววรค์อย่างเดียว มันไม่พอหรอกที่จะทำให้คุณมีชีวิตค้าแข้งที่ยิ่งใหญ่" กวาเรสม่า เผยถึงสิ่งที่เขาผิดพลาด

"ทัศนคติที่งี่เง่าเกิดขึ้นกับผมที่บาร์เซโลน่า" เจ้าตัวยอมรับกับเรื่องนี้ในวัย 34 ปี

เมาโร อิคาร์ดี้

นอกจากเรื่องรักสามเส้าที่เราขี้คร้านจะขุดคุ้ยเเล้ว เมาโร อิคาร์ดี้ นั้นถือว่าเป็น แบดบอย คนหนึ่งของวงการลูกหนังเลยทีเดียว

ไม่มีใครรู้ตื้นลึกหนาบางของเรื่องรักๆ ใคร่ๆ เรื่องนี้ นอกจาก แวนด้า, อิคาร์ดี้ และ มักซี่ โลเปซ ทว่า สุดท้าย แวนด้า ก็มาอยู่ข้างกายของ อิคาร์ดี้ และรับบทบาทเป็นเอเย่นต์ส่วนตัวของดาวยิงชาวอาร์เจนไตน์อีกด้วย

แม้ฟอร์มการทำประตูของเขาจะไม่มีใครกล้าต่อว่า แต่การเอาเปรียบสโมสรทุกครั้งที่ฟอร์มฮ็อต อิคาร์ดี้ มักจะมีข่าวขอย้ายทีม และหลายครั้งทำให้แฟนบอลอุลตร้าของทีมต้องลุกฮือและจงเกลียดจงชังทั้งแวนด้า และ อิคาร์ดี้ ซึ่งกัปตันทีมของงูใหญ่ก็ไม่สนยังเขียนวิจารณ์แฟนบอลในหนังสืออัตชีวประวัติของเขา จนทำให้แฟนบอลกลุ่มดังกล่าวบุกล้อมอพาร์ทเม้นต์เลยทีเดียว

สุดท้ายเป็น อิคาร์ดี้ เองที่ยอมเอ่ยปากขอโทษ และยืนยันว่าจะกลับมาทุ่มเทให้กับทีมที่รักอย่าง อินเตอร์ ขณะที่ปัจจุบันในยุคของ ลูชาโน่ สปัลเล็ตติ นั้น อิคาร์ดี้ ดูเหมือนจะไม่มีเรื่องเสียๆ หายๆ เกิดขึ้นอีกเเล้ว

ในฤดูกาล 2017-18 อิคาร์ดี้ ยิงจนคว้ารางวัลดาวซัลโวของ เซเรีย อา และยังพาทีมงูใหญ่กลับไปเล่นฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกอีกครั้งสำเร็จ 

เจมี่ วาร์ดี้

การเป็นซินเดอเรลล่าลูกหนัง จากนักเตะนอกลีกสู่แข้งค่าตัวหนึ่งล้านปอนด์ทำให้ เจมี่ วาร์ดี้ ใช้ชีวิตสุดเหวี่ยงแบบไม่มีใครเบรกอยู่

"เขาไม่เคยมีเงินมากขนาดนี้มาก่อนดังนั้นเขาจึงรู้สึกเหมือนกับได้ขึ้นสวรรค์ จากการที่เขาเคยเล่นนอกลีกแล้วยกระดับมาเล่นเดอะ แชมเปี้ยนชิพ ทำให้เขาเริ่มดื่มหนักทุกวัน เราเองก็ไม่รู้จะทำยังไง"

นี่คือสิ่งที่ อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา เจ้าของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ พูดถึง เจมี่ วาร์ดี้ ในวันที่ซื้อตัวมาร่วมทีมใหม่

วาร์ดี้ มาซ้อมด้วยอาการแฮ้งค์ทุกวันทำให้ชีวิตค้าแข้งของเขาเกือบจะพัง ทว่า สุดท้ายคำพูดของบิ๊กบอสทัพจิ้งจอกสยามก็ทำให้เขาพบกับจุดเปลี่ยนจนกลายเป็นดาวยิงระดับตำนานของสโมสร

ผมถามเขาว่า “คุณอยากจะจบอาชีพค้าแข้งของตัวเองอย่างนี้หรอ คุณต้องการจะอยู่ที่นี่ไปแบบนี้ใช่มั้ย? งั้นเราก็จะรอให้สัญญาคุณหมดแล้วเราก็ปล่อยตัวคุณออกไป อย่าคิดว่าเส้นทางของคุณจะไปได้ดีกว่านี้”

หลังจากนั้น วาร์ดี้ กลับเนื้อกลับตัวในทันที เขาใส่ใจกับการรักษาสภาพร่างกายและความฟิต รวมถึงการตั้งใจซ้อมและใส่ใจกับฟุตบอลมากกว่าที่เคย เขาเริ่มยิงประตูและกลายเป็นนักเตะสำคัญ จนหาญกล้าขอให้สโมสรเพิ่มออพชั่นว่าหากเขาติดทีมชาติอังกฤษ ทาง เลสเตอร์ จะต้องจ่ายโบนัสก้อนโตให้กับเขา

ซึ่งหลังจากที่เขาระเบิดฟอร์มพาเลสเตอร์ คว้าแชมป์ ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2015-16 ได้สำเร็จ นั่นจึงทำให้ออพชั่นโบนัสที่เหมือนเป็นการโอ้อวดสรรพคุณเกินจริงได้ถูกนำออกมาใช้ด้วยความเต็มใจ สำหรับนักเตะ “อาชีพ” ผู้แบกทีมรายนี้

ติดตามสารคดีฟุตบอลสดใหม่ได้ทุกวันที่นี่ทาง FourFourTwo