ดีแต่ป้อล่อไม่เป็น : เมื่อสเปอร์สโอกาสยิงมากสุด แต่เป็นลิเวอร์พูลที่ทำประตูได้มากสุด

คริส ฟลานาแกน คอลัมนิสต์ของเราได้วิเคราะห์ถึงสาเหตุที่ทัพไก่เดือยทองเป็นทีมที่มีโอกาสยิงมากที่สุดในลีก ทว่าพวกเขากลับไม่ใช่ทีมที่ยิงประตูได้มากที่สุด โดยเป็นทัพหงส์แดงที่หาตาข่ายคู่แข่งเจอบ่อยที่สุด และนี่คือสาเหตุว่าเป็นเพราะอะไร? 

ตลอด 3 เกมในบ้านหลังสุดในพรีเมียร์ลีกของสเปอร์ส พวกเขาได้โอกาสยิงรวมกันทั้งหมด 85 ครั้ง ซึ่งนั่นหมายถึงพวกเขาจะได้โอกาสยิง 28 ครั้งต่อเกม หรือ 1 ครั้งทุกๆ 3.11 นาที

แม้ว่าทั้ง 3 เกมนั้น จะเป็นการพบกับทีมอย่าง เบิร์นลีย์, ฮัลล์ และ สวอนซี แต่นั่นก็ทำให้พวกเขากลายเป็นทีมที่มีโอกาสยิงมากที่สุดในลีกเวลานี้ ทว่ากลับกัน พวกเขาอยู่เพียงอันดับ 5 สำหรับทีทีมที่ทำประตูได้มากที่สุดในลีก โดยเป็นลิเวอร์พูลที่รั้งอยู่หัวตาราง

ยิงมากขึ้นฤดูกาลนี้

“สปอร์สจะได้ประตุทุกๆ การยิง 11 ครั้ง ขณะที่ลิเวอร์พูลนั้นเพียงแค่ 7.4 ครั้งก็จะมีประตูเกิดขึ้น”

ย้อนกลับไปฤดูกาลที่แล้ว สเปอร์สเองก็เป็นทีมที่ได้โอกาสยิงมากที่สุดในลีก แถมในการทำประตูนั้น พวกเขาก็เป็นรองเพียงแค่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมแชมป์ ที่ทำได้มากกว่าพวกเขา 2 ประตูเท่านั้นเอง

ขณะที่ในฤดูกาลนี้ พวกเขาก็ดูจะพยายามยิงมากขึ้นไปอีก จนทำให้เฉลี่ยแล้วใน 1 นัด พวกเขามีโอกาสจบสกอร์ทั้งหมด 18.7 ครั้งต่อเกม (ฤดูกาลที่แล้ว 17.3 ครั้ง) ทว่าแม้ว่า 3 นัดหลังนี้ พวกเขาจะทำได้ถึง 10 ประตู แต่โดนรวมตั้งแต่เปิดฤดูกาลมานี้ พวกเขาทำได้เพียง 1.7 ประตูต่อนัด ซึ่งน้อยกว่าฤดูกาลที่แล้วที่ทำได้ 1.8 ประตูต่อนัด

ในทางตรงกันข้าม ก่อนที่ลิเวอร์พูล จะลงทำศึกเมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้แมตช์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา พวกเขามีโอกาสยิง 18.4 ครั้งต่อเกม และทำประตูได้ 2.5 ประตูต่อนัด  ซึ่งนั้นหมายความว่า สปอร์สจะได้ประตุทุกๆ การยิง 11 ครั้ง ขณะที่ลิเวอร์พูลนั้นเพียงแค่ 7.4 ครั้งก็จะมีประตูเกิดขึ้น โดยย้อนกลับไปในเกมกับเบิร์นลีย์ ทัพหงส์แดงยิงได้ 3 ประตูจากโอกาสแค่ 10 ครั้งเท่านั้น ขณะที่ในเกมเปิดสนามกับปืนใหญ่ พวกเขายิงได้ 4 ประตูจากโอกาส 16 ครั้ง

บทบาทของคีย์แมน

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ทัพไก่เดือยทองทำประตูได้น้อยกว่าทัพหงส์แดงนั้นต้องบอกเลยว่าคือความคมของนักเตะแต่ละทีม

เมื่อฤดูกาลที่แล้ว แฮร์รี่ เคน กองหน้าไก่เดือยทองคือนักเตะที่มีโอกาสยิงมากที่สุดในลีก โดยเขาได่จบสกอร์ไปทั้งหมด 158 ครั้ง ขณะที่อันดับต่อมา คือเซร์คิโอ อเกวโร ของแมนเชสเตอร์ ซืตี้ ที่มีโอกาส 119 ครั้ง ขณะที่เคนเองก็เป็นดาวซัลโวด้วยการทำไป 25 ประตู

“ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือคนเดียวที่มีโอากสมากกว่าเขา ขณะทีแข้งชาวเดนมาร์กรายนี้กลับเปลี่ยนโอกาสเหล่านั้นเป็นประตูได้แค่ 5 ครั้งเท่านั้น”

ทว่าในฤดูกาลนี้ กองหน้าทีมชาติอังกฤษรายนี้กลับได้จบสกอร์แค่ 35 ครั้ง เนื่องจากมีอยู่ช่วงหนึ่งที่เจ้าตัวโดนอากาบาดเจ็บเล่นงานไป ทว่านั่นก็ไม่ใช่สาเหตุทั้งหมด เพราะหากใครได้ตามดูทัพไก่เดือยทองเล่น จะเห็นว่า เคนมีโอกาสยิงน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด โดยหากจะคิดเป็นสถิติ เคนจะได้โอกาสยิง 1 ครั้งทุกๆ 29 นาที ขณะที่ฤดูกาลก่อน เขาจะยิงทุกๆ 21 นาที

เห็นได้ชัดว่า เคน คือกองหน้าตัวจบสกอร์ที่สำคัญที่สุดของสเปอร์ศ เขายิงไปแล้วทั้งหมด 7 ประตูจากโอกาส 35 ครั้งนั้น ดังนั้นสาเหตุที่ำทให้สเปอร์สทำประตูได้น้อยกว่าลิเวอร์พูลและทีีม อื่นๆ นั้น ก็เนื่องมาจากเคนได้โอากสยิงน้อยลง และเป็นเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ ที่รับหน้าที่จบสกอร์มากขึ้น

ในฤดูกาลนี้ คริสเตียน อิริคเซ่น จอมทัพคนเก่งของไก่เดือยทอง ได้โอกาสยิงถึง 67 ครั้ง โดยเฉพาะในเกมกับเบิร์นลีีย?เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เขาได้โอกาสถึง 7 ครั้งคนเดียว มากกว่าเคน 2 ครั้งด้วยกัน ซึ่งมีเพียง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กองหน้าของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คนเดียวที่มีโอกาสมากกว่าเขา ขณะทีแข้งชาวเดนมาร์กรายนี้กลับเปลี่ยนโอกาสเหล่านั้นเป็นประตูได้แค่ 5 ครั้งเท่านั้น ซึ่งความจริงมันก็ไม่ได้ดูน้อยเกินไปหากพิจารณาจากตำแหน่งและสไตล์ของเขา แต่หากพิจารณาจากโอกาสที่เขาได้รับนั้น ก็ต้องบอกว่า น้อยมากทีเดียว

กลับมาที่ลิเวอร์พูลกันบ้าง ซาดิโอ มาเน่ แข้งใหม่ฟอร์มแรงของพวกเขาทำได้ 7 ประตูจากโอกาสทั้งหมด 37 ครั้ง ขณะที่อดัม ลัลลาน่า ทำได้ 6 จาก 24 โรเบร์โต้ ฟีร์มีโน ทำไป 5 จาก 45 ครั้ง และ ฟิลิปเป้ คูตินโญ ทำไป 5 ประตูจาก 49 ครั้ง เรียกได้ว่า ทำได้ดีกว่า อิริคเซ่นทุกคนเลย

ยิงนอกกรอบ โอกาสเข้าน้อยลง

สาเหตุหนึ่งที่สเปอร์ได้โอกาสยิงมากกว่าลิเวอร์พูลนั้น ก็เพราะว่าพวกเขามีความพยายามในการยิงจากนอกกรอบเขตโทษมากกว่าทัพหงส์แดง

“แม้ว่าจะยิงไกลถึง 160 ครั้ง แต่เชื่อหรือไม่ว่า 160 ครั้งนั้นมันผลิตประตูให้สเปอร์สได้แค่ 1 ประตูเท่านั้น ซึ่งก็คือประตูของอิริคเซ่นที่ยิงได้ในเกมกับเชลซี”

ต้องบอกว่า สไตล์การจบสกอร์ของสเปอร์สนั้นช่างต่างกับ อาร์เซนอล คู่อริร่วมเมืองอย่างสิ้นเชิง เพราะอย่างที่รู้กัน ทัพปืนใหญ่คือทีมที่เน้นการต่อบอลไปมาเพื่อเปิดช่องให้เข้าทำ ซึ่งนั่นทำให้พวกเขามีโอกาสน้อยกว่าทัพไก่เดือยทองถึง 75 ครั้ง ทว่า พวกเขาใช้โอกาสแค่ 6.4 ครั้งในการผลิต 1 ประตู

อีกด้านหนึ่ง สเปอร์สใช้โอกาสถึงครึ่งหนึ่งของที่พวกเขาทำได้ในการยิงไกลจากนอกกรอบเขตโทษ (160 จาก 318 ครั้ง) ขณะที่ลิเวอร์พูลนั้น พวกเขายิงไกลทั้งหมด 113 ครั้งซึ่งคิดเป็นแค่ 38 เปอร์เซนต์จากโอกาสทั้งหมดของพวกเขา

แม้ว่าจะยิงไกลถึง 160 ครั้ง แต่เชื่อหรือไม่ว่า 160 ครั้งนั้นมันผลิตประตูให้สเปอร์สได้แค่ 1 ประตูเท่านั้น ซึ่งก็คือประตูของอิริคเซ่นที่ยิงได้ในเกมกับเชลซี ซึ่งนับว่าน้อยที่สุดในลีกเลยทีเดียว ส่วนลิเวอร์พูลนั้นได้ประตูจากการยิงไกลทั้งหมด 7 ลูก มากที่สุดในลีก

ในบ้าน-นอกบ้าน

ในขณะที่เกมรุกของสเปอร์สดูจะไม่มีประสิทธิภาพเท่ากับของลิเวอร์พูล แต่ความพยายามของพวกเขาก็ดูจะได้ผลกว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าแฟนบอลของตัวเอง

ก่อนจะถึงคริสมาสต์นี้ สเปอร์สคือทีมที่เก็บแต้มในได้มากที่สุดในลีก โดยได้ทั้งหมด 23 คะแนนจาก 9 นัด ซึ่งนั่นมาจากการที่พวกเขามักจะครองเกมได้และได้โอกาสยิงถึง 196 ครั้ง หรือ 21.8 ครั้งต่อนัด หมายความว่า แม้ว่าพวกเขาจะยิงไม่ได้ทันที แต่พวกเขาก็มักจะนวดคู่แข่งไปเรื่อยๆ จนหาประตูเจอ (1 ประตูจากโอกาสทุกๆ 10.3 ครั้ง)

แต่เมื่อดูยามที่พวกเขาเป็นทีมเยือนบ้าง ผลงานของพวกเขานั้นกลับจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว เพราะไก่เดือยทองเก็ยได้แค่ 10 แต้มจาก 8 เกม แถมยังหาโอกาสยิงได้แค่ 15.3 ครั้งต่อนัด ทำประตูได้ 1 ครั้งทุกๆ การยิง 12.2 ครั้ง

กลับมาที่ลิเวอร์พูลอีกครั้ง สถิติของเกมในบ้านและนอกบ้านของพวกเขานั้นไม่ค่อยต่างกันมากนัก โดยในบ้าน ทัพหงส์แดงจะทำประตูได้จากโอกาสทุกๆ 7.2 ครั้ง ขณะที่ในการเป็นทีมเยือน พวกเขาทำได้จากโอกาสทุกๆ 7.5 ครั้ง และนี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ลิเวอร์พูลมักจะทำประตูได้บ่อยกว่าทั้งยามที่เป็นทีมเหย้าและทีมเยือน