ดีกว่าปล่อยเล่นกันเอง : 9 การแต่งตั้งกุนซือสุดช็อคพร้อมน็อคตั้งแต่ยังไม่ได้แข่ง

เวสต์แฮม เพิ่งแต่งตั้ง เดวิด มอยส์ อดีตนายใหญ่เอฟเวอร์ตันเข้ามารับหน้าที่คุมทัพ ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้กับหลายคน กระนั้น นี่ยังไม่ใกล้เคียงกับการแต่งตั้งกุนซืออันแหวกแนวในประวัติศาสตร์ลูกหนังก่อนหน้านี้ ซึ่งบางคนก็มาพร้อมเหตุผลที่ชวนปวดตับเสียจริง 

1. แกรี่ เนวิลล์ (บาเลนเซีย)

ตอนแรกมันก็จะดูงงๆ ชวนเกาหัวอยู่หน่อยๆ แต่เมื่อเห็นว่างานนี้ตกไปอยู่มือของนักวิจารณ์ฝีปากกล้าจากรายการ มันเดย์ ไนท์ ฟุตบอล อย่างเนวิลล์ผู้พี่ คุณย่อมเห็นถึงข้อผิดพลาดสำหรับการแต่งตั้งครั้งนี้ (และโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่แบบนั้นด้วย)

แทนที่จะดันฟิลขึ้นรับงานช้าง ลิมตัดสินครั้งใหญ่ด้วยการให้แกรี่พี่ชายที่ไม่เคยผ่านงานแบบนี้มาก่อนเข้ามาคุมทีมด้วยสัญญา 5 เดือน

เส้นทางค้าแข้งของเนวิลล์สิ้นสุดลงเมื่อปี 2011 และเขามีชื่อเสียงในฐานะหนึ่งในกูรูลูกหนังที่แหลมคมที่สุด ขณะเดียวกันก็ทำงานเคียงข้าง รอย ฮ็อดจ์สัน ในทีมชาติอังกฤษไปด้วย กระนั้นเขาก็ไม่เคยคุมทีมระดับสโมสร แม้จะเป็นเจ้าของร่วมของสโมสร ซัลฟอร์ด ซิตี้ เคียงข้างสมาชิกคลาส ออฟ 92 ของแมนฯ ยูไนเต็ดและมหาเศรษฐี ปีเตอร์ ลิม จากสิงคโปร์ก็ตาม

กรกฎาคม 2015 น้องชายของแกรี่อย่าง ฟิล เข้าร่วมทัพบาเลนเซียด้วยการเป็นทีมงานโค้ชของ นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต้ ก่อนกลายเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีม แต่เมื่อกุนซือโปรตุกีสลาออกในเดือนพฤศจิกายน แทนที่จะดันฟิลขึ้นรับงานช้าง ลิมตัดสินครั้งใหญ่ด้วยการให้แกรี่พี่ชายที่ไม่เคยผ่านงานแบบนี้มาก่อนเข้ามาคุมทีมด้วยสัญญา 5 เดือน ซึ่งแน่นอนว่างานนี้จบไม่สวย

ตอนที่เนวิลล์ขึ้นคุมทัพ บาเลนเซียอยู่อันดับ 9 ของลีก และมีแต้มห่างโซนแชมเปี้ยนส์ ลีก 5 คะแนน แต่เมื่อเขาโดนไล่ออก 4 เดือนต่อมา หลังชนะแค่ 3 จาก 16 เกมลีก "ไอ้ค้างคาว" หล่นมาอยู่อันดับ 14 ด้วยคะแนนห่างโซนตกชั้นแค่ 6 แต้ม

อุปสรรคทางภาษา รวมถึงการขาดความชัดเจนทางด้านแท็กติก เป็นปัญหาส่วนหนึ่งที่ทำให้ทุกอย่างพังพาบ แม้บางครั้งพวกเขาก็โชคร้ายด้วย ไม่ว่าจะเป็นการส่งบอลตุงตาข่ายแต่ไม่ได้ประตู หรือโดนคู่แข่งเคลียร์บอลทิ้งจากเส้น แต่ฟางเส้นสุดท้ายก็ขาดลง เมื่อเนวิลล์ไม่ได้รับการสนับสนุนจากแฟนบอล และเขาต้องไป

Gary Neville

นับตั้งแต่นั้น เนวิลล์ระบุว่า เขาคงไม่คุมทีมอีกแล้ว

2. เดฟ ฮ็อคคาเดย์ (ลีดส์ ยูไนเต็ด)

บุคคลที่ประธานสโมสร มัสซิโม่ เชลลิโน่ ดึงมาจากกองขยะเพื่อเป็นผู้จัดการทีม ลีดส์ อาจสะท้อนถึงช่วงเวลาของเขาที่เอลแลนด์ โร้ด แม้อย่างน้อยเขายังได้คุมทีมนานกว่า ไบรอัน คลัฟ เสียอีกก็ตาม

ในรายงานระบุว่า เขาได้รับค่าจ้างเพียง 90,000 ปอนด์ต่อปี เทียบกับกุนซือคนก่อนหน้าอย่าง ไบรอัน แม็คเดอร์ม็อตต์ ที่รับไป 750,000 ปอนด์

ฮ็อคคาเดย์ได้รับการยกย่องในฐานะกุนซืออายุน้อย แต่ก็ทำผิดพลาดไม่น้อยในการสร้างความประทับใจตลอด 4 ปีที่คุมสโมสรนอกลีกอย่าง ฟอเรสต์ กรีน โรเวอร์ส พวกเขาตกชั้นในฤดูกาลแรกที่ฮ็อคคาเดย์คุมทีม และรั้งอันดับ 10 ในอีก 2 ฤดูกาลถัดมา แม้มีงบประมาณให้ใช้สอยไม่น้อย ก่อนโดนไล่ออกเมื่อเดือนตุลาคม 2013 หลังแพ้ 7 จาก 8  เกม

แล้วอะไรคือสิ่งที่ลีดส์เห็นในตัวเขางั้นหรือ? เอ่อ... ในรายงานระบุว่า เขาได้รับค่าจ้างเพียง 90,000 ปอนด์ต่อปี เทียบกับกุนซือคนก่อนหน้าอย่าง ไบรอัน แม็คเดอร์ม็อตต์ ที่รับไป 750,000 ปอนด์ ก็คงเป็นเรื่องนี้นี่แหละ

บางที เซลลิโน่อาจรู้สึกว่าเขาต้องควบคุมสโมสรให้อยู่หมัดมากกว่านี้ โดยเฉพาะเมื่อทีมนี้มีระบบผู้อำนวยการฟุตบอล ซึ่งการเอาไม่อยู่่นี่แหละ คงเป็นเหตุผลที่ทุกอย่างลงเหว มีรายงานว่า เจ้าของสโมสรบอกผู้จัดการทีมว่า "หุบปากซะ ไอ้งั่ง" หลังความเห็นไม่ตรงกันในช่วงก่อนฤดูกาลเปิดฉากขึ้น

ยุคของฮ็อคคาเดย์มีอายุเพียง 70 วัน เขาโดนไล่ออกหลังความพ่ายแพ้ 4 จาก 6 เกม ขณะที่สโมสรอื่นต่างมีเรื่องราวมากมายให้พูดถึง แต่มันยังคงมีความวุ่นวายต่อเนื่องสำหรับความแปลกประหลาดของลีดส์ ที่สุดแล้ว ฮ็อคคาเดย์ถูกแทนที่โดย ดาร์โก มิลานิช ซึ่งคุมทีมเพียงแค่ 32 วัน

Dave Hockaday

ฮ็อคคาเดย์ได้รับการแต่งตั้ง และนำมาซึ่งเสียงวิจารณ์เชลลิโน่อย่างมาก

3. เควิน คัลลิส (สวอนซี)

เรื่องนี้เหมือนมีร่มเงาของ อาลี เดีย สุดยอดนักเตะลึกลับซ่อนอยู่ตลอดช่วง 7 วันที่คุมทีมของคัลลิส เขาขึ้นเป็นนายใหญ่สวอนซีในปี 1996 แพ้ 2 เกมรวด แล้วจากนั้นก็ไม่มีใครเห็นเขาอีกเลย คัลลิสเป็นโค้ชเยาวชนแบบพาร์ทไทม์ของ แคร็ดลี่ย์ ทาวน์ ในเวสต์ มิดแลนด์ ลีก ก่อนย้ายไปยัง เวทช์ ฟิลด์ โดยการนำของ ไมเคิ่ล ธอมป์สัน ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการซื้อสโมสร

นักเตะรวมหัวกันก่อกบฎ และ "หงส์ขาว" ซึ่งต่อสู้อยู่ท้ายตารางของลีกดิวิชั่น 3 เป็นฝ่ายแพ้ 0-1 ต่อสวินดอนและ 0-4 ต่อแบล็คพูล

หนังสือพิมพ์จัดการฉีกหน้าพวกเขาด้วยถ้อยคำดูหมิ่น "เควิน ใครว่ะ?" ขณะที่แฟนบอลก็ "มีจินตนาการสูงส่ง" เหมือนกับเนื้อเพลงสุดฮิต Living Next Door to Alice ของ Smokie

เบื้องหลังฉากนั้นมีความวุ่นวายเกิดขึ้น คัลลิสไม่รู้จักชื่อนักเตะ หรือแม้แต่ตำแหน่งที่พวกเขาเล่นด้วยซ้ำ นักเตะรวมหัวกันก่อกบฎ และ "หงส์ขาว" ซึ่งต่อสู้อยู่ท้ายตารางของลีกดิวิชั่น 3 เป็นฝ่ายแพ้ 0-1 ต่อสวินดอนและ 0-4 ต่อแบล็คพูล ในห้องแต่งตัว เกมพบแบล็คพูล คัลลิสบอกกับผู้เล่น 6 คนว่า พวกเขาอยู่ในบัญชีโดนขายทิ้ง ก่อนเสริมว่า "เอา เทอร์รี่ เวนาเบิ้ลส์ มาคุมทีมก็ได้ และด้วยแนวทางที่เราเล่น เราจะยังคงตกต่ำอยู่ดี"

วันถัดมา ธอมป์สันขอยกเลิกดีลซื้อสโมสร ทำให้ประธานสโมสรคนเดิมอย่าง ดัก ชาร์ปส์ กลับมาบริหารงาน และจัดการกับคัลลิสทันที แม้ตัวผู้จัดการทีมเองก็บอกว่า เขาได้ยินเจ้าหน้าที่รับโทรศัพท์ของสโมสรโทรคุยกันถึงโค้ชใหม่ ซึ่งกุนซือที่ชาร์ปนำเข้าคือ แยน โมลบี้ ในฐานะผู้เล่น-ผู้จัดการทีม โดยเป็นคนที่ 5 ของสวอนซีในฤดูกาลนั้น แต่สุดท้ายพวกเขาตกชั้นสู่ดิวิชั่น 3

นับจากนั้น คัลลิส ไม่เคยกลับมาคุมทีมอีกเลย

Vetch Field

คัลลิสเข้าคุมทีมที่ เวทช์ ฟิลด์ โดยปราศจากความสำเร็จ