ดีโอโก หลุยส์ ซานโต : คนดวงแตกจากทีมชาติบราซิล...สู่ยอดดาวยิงไทยลีก

นี่คือหนึ่งในนักเตะดีกรีสูงสุดเท่าที่ไทยพรีเมียร์ลีกเคยมีมา… จากแข้งค่าตัวประวัติศาสตร์ของปอร์ตูเกซ่า, ถูก คาร์ลอส ดุงก้า เรียกติดทีมชาติ, โดดเด่นในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกกับ โอลิมเปียกอส จนเคยถูก ราฟาเอล เบนิเตซ ทาบทาม, ผนึกกำลังกับ เนย์มาร์ คว้าแชมป์โกปา ลิเบร์ตาดอเรส และยิงประตูตีเสมอทีมของโรนัลโด้ (อ้วน) ซึ่งเป็นไอดอลในวัยเด็ก...ก่อนกลายมาเป็นสุดยอดดาวยิงแห่งไทยพรีเมียร์ลีก 2015

FFT TH ได้โอกาสสุดพิเศษจับเข่าคุยกับ ดีโอโก หลุยส์ ซานโต กองหน้าที่ว่ากันว่า เก่งที่สุดเท่าที่ฟุตบอลไทยเคยมีมาของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่ไทยพรีเมียร์ลีก ที่กำลังไล่ล่า 5 แชมป์ในฤดูกาลนี้...และถ้าคุณได้รับรู้เรื่องราวของเขาอย่างสุดซึ้ง จะไม่แปลกใจเลยว่าทำไม เขาจึงยิงประตูได้มากมายถล่มทลายได้ถึงขนาดนี้!

FFT TH : สวัสดีครับ ดีโอโก

ดีโอโก : (จับมือ) สวัสดีครับ (ยิ้ม)

FFT TH : เป็นอย่างไรบ้างกับชีวิตที่ บุรีรัมย์ ตลอดเกือบ 1 ปีที่ผ่านมา

ดีโอโก : ผมรู้สึกดีมากๆเลยนะ… ผมมีความสุขกับที่นี่ มันรู้สึกเหมือนกับอยู่กับครอบครัว มันเป็นสิ่งที่นักฟุตบอลทุกคนต้องการ สิ่งที่ผมได้รับจากบุรีรัมย์ และแฟนบอลที่นี่มันยอดเยี่ยมมาก และสิ่งเดียวที่ผมสามารถตอบแทนได้ คือ การยิงประตูให้ได้มากที่สุด  

FFT TH : เอาล่ะ...ก่อนที่เราจะพูดถึงเรื่องเกี่ยวกับชีวิตค้าแข้งคุณมากไปกว่านี้… กองหน้า (ว่าที่) ดาวซัลโวปีนี้ - ดีโอโก หลุยส์ ซานโต แทบจะไม่มีใครในไทยรู้จักชีวิตของคุณเลย

ดีโอโก : ให้ผมเล่าเรื่องราวของผมงั้นเหรอ? (นั่งคิด) ผมเกิดที่เซา เปาโล พ่อผมเสียตั้งแต่อายุ 3 ปี ชีวิตของผมถูกเลี้ยงดู โดยคุณแม่ และคุณตา-ยาย แน่นอนละว่าการสูญเสียคุณพ่อ มันทำให้เราอาจสูญเสียไอดอลของเราไป มันไม่ง่ายหรอกที่ต้องอยู่แบบไม่มีพ่อ แต่คนที่เหลือในครอบครัวก็เลี้ยงดูผมมาเป็นอย่างดี คุณแม่ผมทำงานบริษัท เราเป็นครอบครัวฐานะปานกลาง พวกเขาให้ความอบอุ่นกับผม และทุกๆคนที่ก็มีความหมาย รวมถึงชีวิตการเป็นนักฟุตบอลอาชีพมากๆ…

FFT TH : สมัยเด็กคุณไม่ต้องออกไปทำงานไป-เตะบอลไป ตามพล็อตนักฟุตบอลบราซิลหลายๆคนอะไรแบบนั้นเหรอ?

ดีโอโก : ชีวิตที่บราซิล มันเป็นเรื่องยากมากๆ โดยส่วนใหญ่แล้ว ครอบครัวที่มีผู้นำครอบครัวขาดหายไปแบบนี้ มันอาจทำให้เราต้องออกไปทำงานตั้งแต่เด็ก เพื่อช่วยเหลือหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว แต่ทุกๆคนในครอบครัวผมกลับไม่ได้ทำให้ผมต้องเป็นแบบนั้น และสิ่งเหล่านี้ช่วยให้ผมมุ่งหน้าสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพได้แบบไม่ต้องสนใจอะไร...โดยทั่วไปคนเราอาจจะมีพ่อเป็นแรงบันดาลใจ แต่พ่อผมเสียตั้งแต่เด็ก อย่างไรก็ตามคุณตาของผมก็ทำหน้าที่เหมือนกับพ่อคนหนึ่ง จนถึงทุกวันนี้ บางครั้งผมก็เรียกเขาว่า “พ่อ”

FFT TH : ตั้งใจเป็นนักฟุตบอลตั้งแต่เด็กเลยรึเปล่า?   

ดีโอโก : ชีวิตผมเริ่มการเป็นนักฟุตบอลค่อนข้างเร็ว ผมค่อนข้างเป็นนักเตะพรสวรรค์ และเริ่มเส้นทางฟุตบอลอาชีพ สร้างเงินเลี้ยงดูตัวเองได้เร็วทีเดียว ขอบคุณพระเจ้าที่มันเป็นเช่นนั้น

FFT TH : แล้วคุณเริ่มเล่นฟุตบอลได้อย่างไร?

ดีโอโก : แม่ผมจับผมเข้าโรงเรียนฟุตบอลตั้งแต่อายุได้ 7 ปี จนถึงอายุ 13 ปี หลังจากนั้นผมก็ได้เข้าสู่ทีมเยาวชนของปอร์ตูเกซ่า

ดีโอโก หลุสซ์ ซานโต กับทีมฟุตบอลโรงเรียนสมัยเด็ก

FFT TH : แล้วคุณเข้าไปอยู่ปอร์ตูเกซ่าได้ยังไงกัน?

ดีโอโก : คือ ปอร์ตูเกซ่า มาเตะอุ่นเครื่องกับทีมโรงเรียนผม พวกเขากำลังต้องการคัดสรรเด็กเข้าไปอยู่อะคาเดมี่อยู่พอดี โดยทั่วๆไปที่บราซิล หรือ อาร์เจนติน่า หรือกระทั่งที่ยุโรป สโมสรฟุตบอลจะมาดึงเด็กๆฝีเท้าดีไปจากโรงเรียนไปเข้าร่วมอะคาเดมี่ตอนอายุ 13 ปี และหลังจากที่พวกเขาเห็นฝีเท้าผม เขาก็เลือกผมเข้าไปอยู่ทีมเยาวชนของพวกเขาตั้งแต่ตอนนั้น… ความจริงแล้วก่อนหน้านั้น ผมเคยไปทดสอบฝีเท้ากับ พัลเมรัส แล้วก็ผ่านแล้วด้วย แต่เผอิญว่าเพื่อนผมเข้าไปอยู่ ปอร์ตูเกซ่า กันเยอะ ผมเลยเลือกที่นี่ (ฮา) ซึ่งสุดท้ายแล้วมีแค่ผมคนเดียวเท่านั้นที่ก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะอาชีพได้...

FFT TH : ไอดอลของคุณในวัยเด็กล่ะ?

ดีโอโก : โรนัลโด (ตอนแบบไม่คิด) ครั้งแรกผมดูเขา (โรนัลโด้) ทางโทรทัศน์ที่บ้าน...เขายังอยู่ครูเซโร่อยู่เลย ตอนนั้นผมอายุแค่ 7 ขวบ เท่านั้น ความจริงผมยังไม่ชอบหรอกเขาตั้งแต่แรกนะ แต่หลังจากที่เขาติดทีมชาติ และโด่งดังกับบาร์เซโลน่า ช่วงนั้นแหละ ถึงเป็นช่วงที่ผมยึดเขาเป็นไอดอล แต่ถามว่าคนไหนที่ผมยึดถือให้เจริญรอยตาม มันไม่มีแบบเฉพาะเจาะจงหรอก นักเตะทีมชาติบราซิลทุกคน คือ ไอดอลของผม มันเริ่มจาก โรนัลโด้, โรนัลดินโญ่, กาก้า ทุกคนคือจิ๊กซอว์ที่ต่อกันจนเป็นแรงบันดาลใจของผม แต่ผมไม่เคยต้องการที่จะเล่นเหมือนใครหรอกนะ นักเตะแต่ละคนมีแคแรกเตอร์ที่แตกต่างกันออกไป จะบอกว่าให้ไปเหมือนคนนั้นคนนี้คงพูดไม่ได้

โรนัลโด คือ ไอดอลในวัยเด็กของเขา... เขาเห็นยอดกองหน้าหมายเลข 9 คนนี้ครั้งแรกทางโทรทัศน์สมัยที่ โรนัลโด ยังเล่นกับครูไซโร่ ก่อนทีี่ต่อมาจะโด่งดังสุดๆที่ยุโรป

FFT TH : เมื่อไหร่กันที่คุณมั่นใจว่าอยากจะเลือกเส้นทางสายอาชีพนักฟุตบอล?

ดีโอโก : ตอนอายุ 16 ปี เพราะถึงตอนนั้นเวลาที่ผมต้องเริ่มแล้วว่าจะมุ่งหน้าสู่การเป็นนักเตะอาชีพที่สร้างเงินได้ หรือ จะเปลี่ยนสายอาชีพการงาน…

FFT TH : แล้วจริงๆคุณมีฝันอยากจะทำอย่างอื่นนอกจากเตะฟุตบอลรึเปล่า?

ดีโอโก : ตอนเราอายุ 16 ปี ชีวิตมันมีทางเลือกมากมาย ผมบอกไม่ได้หรอกว่าตอนนั้น นอกจากนักฟุตบอลแล้ว ผมอยากเป็นอะไร… ในแง่ของการเล่นฟุตบอลนั้น บางคนบอกว่าอยากเล่นฟุตบอลเพื่อมีเงิน แต่สำหรับตัวผม มันคือความฝันที่จะได้เล่นฟุตบอลอาชีพ และผมก็ต้องซื่อตรงกับความฝันของตัวเอง มันเป็นช่วงเวลาที่สำคัญในการตัดสินใจของชีวิตผมมากๆ

FFT TH : ชีวิตที่ปอร์ตูเกซ่าเป็นอย่างไร?

ดีโอโก : ปอร์ตูเกซ่า มันเหมือนกับบ้านของผม มันอยู่ในเซา เปาโล บ้านเกิด และมันก็เป็นสโมสรแรกของผม สมัยนั้นตอนผมเข้าไปอยู่กับทีมเยาวชนใหม่ๆ นักเตะอย่าง ริคาร์โด โอลิเวียร่า (อดีตกองหน้าทีมชาติบราซิล ของเอซี มิลาน, เรอัล เบติส และ บาเลนเซีย) ยังเล่นอยู่เลย ซึ่งต่อมา ผมก็เคยได้มีโอกาสลงซ้อมเคียงข้างเขาเหมือนกัน รวมถึง เซ มาเรีย (อดีตแบ็คขวาทีมชาติบราซิล ที่เคยโด่งดังในเซเรียอา อิตาลี) ยุคที่เขากลับมาเล่นกับ ปอร์ตูเกซ่า รอบ 2 ผมก็ได้มีโอกาสลงเล่นกับเขาเช่นกัน

ผลงานปีแรกของผมก็ใช้ได้ ผมยิงไป 5 - 6 ลูก ส่วนปีที่ 2 ผมยิงไปมากกว่า 30 ประตู แต่ผมไม่ได้โด่งดังนักหรอกนะ เพราะที่บราซิล มีนักเตะดัง และเก่งกว่าผมมากมาย ส่วนปีที่ 3 เล่นได้ครึ่งปี ก็ย้ายไปกรีซ  

FFT TH : ดูคุณมีชีวิตที่มีความสุขในปอร์ตูเกซ่า แล้วทำไมถึงย้ายไปยุโรปง่ายๆ?

ดีโอโก : มันเป็นการย้ายทีมครั้งประวัติศาสตร์ของสโมสร โอลิมเปียกอส ยื่นข้อเสนอ 10 ล้านยูโร มาให้กับ ปอร์ตูเกซ่า มันเป็นข้อเสนอที่แพงที่สุดเท่าที่สโมสรเคยได้รับ จนถึงปัจจุบันนี้ยังไม่มีดีลไหนจากยุโรปที่ซื้อนักเตะจากปอร์ตูเกซ่าแพงเท่าผมเลย...แน่นอนว่าผมมีความฝันที่จะเล่นในยุโรปอยู่แล้ว มันเป็นสถานการณ์ที่ทั้งสองฝ่ายต่างได้รับสิ่งที่ต้องการ ผมอยากเล่นที่ยุโรปมากๆ ชีวิตการเป็นนักฟุตบอลของเรามันสั้นนัก และที่สำคัญ คือ โอลิมเปียกอส ก็โลดแล่นในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อย่างสม่ำเสมอ มันเป็นเวทีที่รวมแข้งระดับโลกมากมาย โรนัลโด้ ไอดอลของผมก็เคยลงเล่นที่นี่ มันเป็นโอกาสที่ดีของผมที่จะก้าวหน้าในวิถีอาชีพค้าแข้ง

ดีโอโก้ ถูกโอลิมเปียกอสซื้อไปจากปอร์ตูเกซ่า ด้วยค่าตัวประวัติศาสตร์ถึง 10 ล้านยูโร

FFT TH : เป็นอย่างไรบ้าง พอได้ไปอยู่กับโอลิมเปียกอสจริงๆ

ดีโอโก : มันเป็นความท้าทายสุดๆ กับการย้ายไปเล่นในยุโรป ผมไปอยู่กับทีมระดับแชมป์ของกรีซ และคุณต้องอย่าลืมนะว่าตอนนั้นโอลิมเปียกอส มีนักเตะมากมายที่มาจากชุดที่กรีซ คว้าแชมป์ยูโร 2004 นั่นคือทีมที่เต็มไปด้วยผู้เล่นมากประสบการณ์ ผสมผสานกับผมที่เป็นดาวรุ่ง… ตอนนั้น โอลิมเปียกอส มีนักเตะอย่าง อันโตนิส นิโคโปลิดิส ผู้รักษาประตูเป็นกัปตันทีม, อัฟราม ปาปาโดปูลอส, แมตต์ ดาร์บี้เชียร์ (อดีตนักเตะแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส) และเราก็ได้เล่นในฟุตบอลถ้วยของยุโรป ช่วงแรกที่ผมย้ายไปอยู่ก็ต้องปรับตัวพอสมควร มันเป็นช่วงหน้าหนาวของยุโรปพอดี แต่สิ่งที่เหมือนกัน คือ แฟนบอลที่คลั่งไคล้ในเกมลูกหนังแบบสุดๆ มันจึงทำให้ผมปรับตัวได้ง่าย… ผมได้เรียนรู้หลายๆสิ่งหลายๆอย่างที่นั่น โดยเฉพาะกับ นิโคโปลิดิส เขามีความเป็นผู้นำสูงมาก ทั้งในและนอกสนาม ทุกคนต้องเคารพและเชื่อฟังเขา

FFT TH : ทุกๆอย่างไปได้สวย?

ดีโอโก : ใช่ ผมมีผลงานที่ใช้ได้ในปีแรก มันเป็นปีที่ผมประทับใจมากที่สุด ผมยิง 6 ประตูในลีกจาก 26 นัด และยิงไป 5 ประตูจาก 8 นัด ในยูโรป้า ลีก หนึ่งในนั้น คือ การยิง 2 ประตูใส่เบนฟิก้า (ที่ยุคนั้นมี ดาวิด ลุยซ์ กองหลังทีมชาติบราซิล ยืนเป็นเซนเตอร์ฮาล์ฟ) และยิงใส่ แฮร์ธา เบอร์ลิน ด้วย มันเป็นช่วงเวลาที่ดีในฐานะนักฟุตบอลอาชีพ และปีนั้นเราก็คว้าแชมป์ลีกได้สำเร็จ ทำให้ปีต่อมาได้ไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อีกครั้ง… การเป็นนักฟุตบอลแล้วได้ลงเล่นในรายการนี้ มันไม่ต่างจากได้เล่นฟุตบอลโลกสักเท่าไหร่เลย

FFT TH : คุณประทับใจเกมไหนในแชมเปี้ยนส์ลีกที่สุด?

ดีโอโก : คงจะเป็นการพบกับ อาร์เซน่อล… ตอนนั้นอาร์เซน่อลเป็นทีมที่แข็งแกร่งมากๆ เราไปเล่นกันที่ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ที่ลอนดอน พวกเขามีนักเตะระดับโลกมากมาย (เชส ฟาเบรกาส, โรบิน ฟาน เพอร์ซี, อังเดร อาร์ชาวิน, โธมัส โรซิคกี้, วิลเลี่ยมส์ กัลลาส) เกมนั้นผมลงเล่นเป็นตัวจริง แต่สุดท้ายเราแพ้ไป 0 - 2

FFT TH : มีโอกาสได้เล่นในเวทีอย่างแชมเปี้ยนส์ลีก

ดีโอโก : (ยิ้ม) คือ มันก็คิดแหละนะ แต่การติดทีมชาติบราซิล มันมีการแข่งขันที่สูงมาก สมัยนั้นยังมี โรนัลโด้, โรนัลดินโญ่ และ อาเดรียโน่… จริงๆถ้าให้เล่าย้อนไปสักหน่อย ผมเคยถูก คาร์ลอส ดุงก้า เรียกติดทีมชาติบราซิล ชุดโอลิมปิก เกมส์ 2008 ที่ปักกิ่ง ประเทศจีน แต่โชคร้ายที่ผมได้รับบาดเจ็บกระดูกเท้าแตก ทำให้หลุดทีมไปในที่สุด มันน่าเสียดายมากๆ (บราซิล ชุดโอลิมปิก ปีนั้น นำทีมโดย โรนัลดินโญ่ กัปตันทีม, อเล็กซานโดร ปาโต้ เป็นกองหน้า, มารเซโล และ ติอาโก้ ซิลวา เป็นกองหลัง)

คาร์ลอส ดุงก้า ตำนานกองกลางตัวรับทีมชาติบราซิล และอดีตกุนซือทัพ เซเลเซา รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี เคยเรียก ดีโอโก้ ไปติดทีมโอลิมปิก เกมส์ 2008

FFT TH : ถามจริง คุณถูกเรียกตัวติดทีมชาติบราซิล? (ทำตาลุกวาว)

ดีโอโก : ใช่ (หัวเราะ)

FFT TH : ชีวิตคุณในยุโรป มันก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง… แล้วทำไมอยู่ถึงกลับไปที่บราซิลอีกครั้ง?

-อ่านเรื่องราวการเล่นกับเคียงข้าง เนย์มาร์ และยิงประตูทีมไอดอลของเขา ในหน้าถัดไป-