(อดีต)เจ้าหนูแข้งทอง : ย้อนเวลาหาเหล่า “โกลเด้นบอย” รุ่งหรือร่วงมากกว่ากัน

รางวัลโกลเด้นบอยประจำปีล่าสุดตกเป็นของ เรนาโต้ ซานเชส ดาวรุ่งชาวโปรตุกีสเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นในวันนี้ FFT จะขอพาผู้อ่านทุกท่านไปรู้จักกับอดีตเจ้าหนูแข้งทองของปีก่อนๆ ว่าพวกเขาเหล่านั้นมีใครบ้าง และมีใครที่รุ่งและใครบ้างที่ร่วง ติดตามได้ที่นี่ 

2003 : ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท (อาหยักซ์)

ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท โด่งดังตั้งแต่สมัยที่เขาขึ้นมาเล่นฟุตบอลอาชีพใหม่ๆ โดยเด็กหนุ่มชาวดัตช์รายนี้เริ่มโชว์ลวดลายอยู่ตามข้างถนนกับเพื่อนๆ ในเมืองอัมสเตอร์ดัม ก่อนที่ความยอดเยี่ยมของเขาจะไปเตะตาแมวมองของสโมสรอาหยักซ์เข้า ฟาน เดอร์ ฟาร์ทได้โอกาสย้ายมาเล่นกับทีมเยาวชนของทีมดังของฮอลแลนด์นี้ตั้งแต่อายุ 12 ปีเท่านั้น เขาผ่านการบ่มเพาะจนกลายเป็น 1 ในแข้งที่มีอนาคตสดใสที่สุดของวงการ ซึ่งหลังจากที่ใช้เวลาอยู่บนแผ่นดินเกิด 12 ปี เจ้าตัวก็เก็บข้าวของออกเดินทางสู่ประเทศเยอรมัน

ก่อนที่ฟาน เดอร์ ฟาร์ทจะย้ายไปค้าแข้งกับสโมสรฮัมบูร์กนั้น เจ้าตัวสามารถสอดแทรกขึ้นมายึกตำแหน่งตัวจริงของอาหยักซ์ได้ตั้งแต่อายุ 17 แถมยังสามารถช่วยทีมคว้าแชมป์ลีกได้ถึง 2 สมัยในปี 2002 และ 2004 ด้วย กองกลางรายนี้แสดงให้แฟนๆ ที่ตามดูฟอร์มการเล่นของเขาให้เห็นว่า เขาคือกองกลางที่สามารถพังประตูได้ ด้วยผลงาน 14 ประตูในลีกฤดูกาล 2001/02 และ 18 ประตูในฤดูกาลถัดมา ซึ่งนับว่าไม่เลวเลยทีเดียว (อย่าลืมว่าเขาถูกอาการบาดเจ็บเล่นงานจนได้ลงสนามแค่ 41 นัดในลีกตลอด 2 ฤดูกาล)

Rafael van der Vaart

ฟาน เดอร์ ฟาร์ท ได้โอกาสยิงก่อนที่จะถูกคู่แข่งเข้ามาสกัด

อาการบาดเจ็บเล่นงานฟาน เดอร์ ฟาร์ทจนดูเหมือนว่าอนาคตของเขาจะดับลงอย่างรวดเร็ว ทว่าการเลือกย้ายไปค้าแข็งกับฮัมบูร์กในปี 2005 นั้นดูเป็นทางเลือกที่ถูกต้อง เพราะกับทีมดังแห่งเมืองเบียร์ เขาสามารถเรียกฟอร์มเก่งของตัวเองได้จนถูกเรอัล มาดริด ยอดทีมจากสเปนดึงตัวไปร่วมทัพในปี 2008 ด้วยค่าตัว 13 ล้านยูโร ทว่าที่มาดริด เจ้าตัวไม่สามารถช่ววยทีมคว้าแชมป์ใดๆ ได้เลย ทำให้สุดท้าย เขาก็ถูกปล่อยตัวต่อให้สเปอร์สใช้งานอยู่ 2 ปี ก่อนจะกลับมาฮัมบูร์กอีกครั้ง

การกลับมาเมืองเบียร์ครั้งที่ 2 นั้นเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นขาลงของตัวเขาเอง เพราะหลังจากพาทีมจบอันดับ 7 ได้ในฤดูกาลแรก อีก 2 ฤดูกาลถัดมา เขาไม่สามารถช่วยให้ทีมรอดพ้นจากการเพลย์ออฟหาทีมตกชั้นได้เลย แถมหลังจากนั้นฤดูกาลนั้น ฟาน เดอร์ ฟาร์ท ก็เริ่มชีพจรลงเท้า เมื่อเขาย้ายไปค้าแข้งในสเปนกับเรอัล เบติส แต่ก็แทบจะไม่ได้โอกาสลงสนาม ทำให้ในฤดูกาลนี้ เจ้าตัวย้ายทีมอีกครั้งโดยมีหมายเป็น เอฟซี มิดทิลลันด์ ในเดนมาร์ก ซึ่งจนถึงวันนี้ เขาได้โอกาสลงสนาไปทั้งหมด 5 นัด ทำได้ 1 ประตูในถิ่นโคนม

2004 : เวย์น รูนีย์ (แมนฯ ยู)

รูนีย์ในวันนั้นนะ...ไม่ใช่ตอนนี้ (ฮา)

หลังจากโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นตลอด 2 ฤดูกาลที่ค้าแข้งในถิ่นกูดิสัน พาร์คของเอฟเวอร์ตัน รวมถึงฟอร์มหรูกับทีมชาติอังกฤษในยูโร 2004 ใครๆ ก็รู้ว่า อีกไม่นานกองหน้ารายนี้ก็จะต้องเก็บข้าวของออกจากทีมไป ซึ่งในขณะที่นิวคาสเซิลเองก็ต้องการตัวเขาไปร่วมทีม กลับเป็นทัพ “ปีศาจแดง” ที่ยอมจ่ายค่าสินสอด 25 ล้านปอนด์ นับเป็นค่าตัวมากที่สุดในประวัติศาสตร์นักเตะอายุไม่เกิน 20 ปี

ฤดูกาลแรกของรูนภายใต้ปรมาจารย์อย่าง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็ไม่เลวทีเดียว เมื่อเจ้าตัวยิงไปทั้งสิ้น 11 ประตู หลังจากนั้นอีก 10 ปี รูนีย์ก็พังประตูในสีเสื้อแมนฯ ยูได้เกิน 10 ประตูทุกฤดูกาล แถมยังมี 2 ฤดูกาลที่เจ้าตัวระเบิดฟอร์ม ยิงเกิน 25 ประตูด้วย ตลอดระยะเวลาที่อยู่ในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เจ้าตัวช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ลีกได้ถึง 5 สมัย และแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อีก 1 สมัย

แม้ว่าความสำเร็จในทีมชาติจะสวนทางกัน เพราะเขายังไม่สามารถพาทีมชาติอังกฤษประสบความสำเร็จใดๆ ได้เลย แต่ในแง่ของผลงานส่วนตัวก็ถือว่ายอดเยี่ยมมากๆ เพราะรูนีย์เพิ่งจะทำลายสถิติดาวยิงสูงสุดของทัพสิงโตคำรามไปหมาดๆ เมื่อปีที่แล้ว แถมในเดือนที่ผ่านมา เขาเพิ่งจะกลายเป็นนักเตะเอ้าท์ฟิลด์ที่ลงรับใช้ทีมชาติอังกฤษมากที่สุดในประวัติศาสตร์อีกด้วย

อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าตอนนี้รูนีย์จะไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป  เพราะนับตั้งแต่ปลายยุคของเฟอร์กูสัน ฟอร์มของเขาก็ถดถอยลงกระทั่งตอนนี้เหมือนจะเป็นจุดตกต่ำที่สุดในเส้นทางค้าแข้งของกองหน้าวัย 30 กะรัตรายนี้แล้ว เขาไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งได้เลยในระยะหลัง แถมตอนนี้ยังเริ่มถูกโชเซ่ มูรินโญดร็อปแล้วด้วย

2005 : ลิโอเนล เมสซี (บาร์เซโลนา)

“ผมไม่เคยเห็นดาวรุ่งคนไหนเล่นได้แบบนั้นมาก่อน” ฟาบิโอ คาเปลโล นายใหญ่ยูเวนตุสในตอนนั้น กล่าวด้วยความตกตะลึงหลังจากเห็นเมสซี่วาดลวดลายในสนามในเกมที่ทัพม้าลายแห่งตูรินอุ่นเครื่องกับบาร์เซโลนา “หลังเกม ผมเดินไปหาแฟรง ไรจ์การ์ด (กุนซือของบาร์ซ่า) ทันที ผมถามเขาว่า ‘เราขอยืมเมสซีมาใช้งานสักปีได้ไหม’ เนื่องจากตอนนั้นบาร์ซ่ามีผู้เล่นสัญชาตินอกอียูครบ 3 คนแล้ว ทว่าเขาก็ตอบผมกลับมาอย่างไวว่า ‘ไม่มีทาง’ พร้อมกับหัวเราะ”

จริงๆ แล้วบาร์ซ่าเองน่าจะรู้อยู่แล้วว่าพวกเขาได้เพชรเม็ดงามมาอยู่ในทีม เพียงแต่ในตอนนั้นยังไม่มีใครรู้จักเมสซี่ ทว่าตอนนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักกองหน้ารายนี้อีกแล้ว เพราะเขาไม่ได้เป็นแค่กองหน้าจอมถล่มประตูเท่านั้น แต่ลีลากระชากลากเลื้อยของเขามันสามารถทำให้แฟนบอลอ้าปากค้างได้เลย และด้วยเหตุนี้ หลายๆ คนจึงยกให้เขาเป็น 1 ในแข้งที่ดีที่สุดในโลกตั้งแต่เขาเพิ่งจะพ้นช่วงวัยรุ่นไปหมาดๆ เลยด้วยซ้ำ

Ronaldinho, Lionel Messi, Samuel Eto'o

เมสซี่โชว์รางวัลโกลเด้นบอยร่วมกับโรนัลดินโญและเอโต้ที่คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีอันดับ 1 และ 3 ตามลำดับ

“ดีที่สุดในโลกงั้นหรอ? ผมไม่ได้ดีที่สุดในบาร์ซ่าด้วยซ้ำ” โรนัลดินโญกล่าวกับ FFT เมื่อปลายปี 2005 ซึ่งก็คงจริงของเขา แม้ว่าจอมทัพชาวบราซิลรายนี้จะมีลีลาเหลือร้าย แต่ต้องบอกว่าเขาอาจจะถึงช่วงขาลงเร็วไปสักหน่อย ทว่าเมสซี่ที่ตอนนี้อายุเตรียมจะเข้าหลัก 30 แล้วยังคงโชว์ดีวันดีคืนอย่างเห็นได้ชัด

แชมป์ ลาลีก้า 8 สมัย, แชมเปี้ยนส์ลีก 4 สมัย นี่คือความสำเร็จส่วนหนึ่งของเมสซี ที่ปัจจุบันยิงไปแล้ว 431 ประตู จากการลงสนาม 539 นัด และอย่าลืมว่า เจ้าตัวอายุแค่ 29 เท่านั้น ซึ่งนั่นหมายความว่า เขายังมีเวลาอีกมากให้กอบโกยความสำเร็จอื่นๆ อีก

2006 : เชสก์ ฟาเบรกัส (อาร์เซนอล)

เจ้าหนูเชสก์แจ้งเกิดในทีมชุดใหญ่ของอาร์แซน เวงเกอร์ได้ตั้งแต่อายุ 16 ปีเท่านั้น และอีก 3 ปีต่อมา เขาก็กลายเป็นแข้งตัวหลักของทีม ลงเล่นเคียงข้างจิลแบร์โต้ ซิลวา และ ปาทริค วิเอร่า 2 ตำนานของทีมปืนใหญ่มาโดยตลอด

คงไม่แปลกที่ใครๆ จะบอกว่าฟาเบรกัสคือเด็กปั้นที่ดีที่สุดเท่าที่เวนเกอร์เป็นกุนซือมา เพราะฟาเบรกัสได้กลายเป็นศิษย์รักของนายใหญ่ชาวเฟรนช์ทันที และหลังจากวันที่วิเอร่าตัดสินใจอำลาทีมออกไป ปลอกแขนกัปตันก็ตกมาถึงกองกลางเลือดกระทิงดุรายนี้ ฟาเบรกัสโชว์ฟอร์มได้โดดเด่นมากๆ เขาลงสนามรับใช้ทีมปืนใหญ่ไปร่วม 75 นัดก่อนจะคว้ารางวัลโกลเด้นบอยนี้มาได้อย่างน่าปราบปลื้มในวัยเพียง 19 ปีเท่านั้น

ทว่าการตัดสินใจที่ผิดพลาดที่สุดของเจ้าตัวก็อาจจะเป็นการตัดสินใจออกจากอาร์เซนอล โดยหลังจากที่ได้แชมป์เอฟเอ คัพในปี 2005 เขาก็ไม่เคยได้สัมผัสแชมป์อะไรอีกเลยในสีเสื้อปืนใหญ่ บวกกับการที่เจ้าตัวเองต้องการกลับไปเล่นให้กับบาร์เซโลนา สโมสรแรกในเส้นทางค้าแข้งของเจ้าตัว ทำให้เขาตัดสินใจโบกมือลาเวงเกอร์และไปร่วมทัพอาซูลกราน่าในปี 2011 และอีก 2 ปีถัดมาก็ได้แชมป์ลาลีก้าไปนอนกอด อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าชีวิตในถิ่นคัมป์นูจะไม่ได้เป็นไปตามที่เขาคิดไว้ เขาถูกขายต่อให้เชลซีในปี 2014 และแม้ว่าจะมีช่วงครึ่งฤดูกาลแรกที่ดี แต่หลังจากนั้นทุกอย่างก็เข้าสู่ขาลง จนกระทั่งถึงทุกวันนี้...

Pages