อดีตเจเอ็มจีผู้ถูกเมิน : ศุภนันท์ บุรีรัตน์ กับตำแหน่งแบ็คขวาเปลี่ยนชีวิต

เขาคือหนึ่งในผลผลิตจาก เจเอ็มจี อะคาเดมี แต่กลับไม่ถูกเลือกไปเป็นนักเตะของ “กิเลนผยอง” จนซุ่มซ้อมอย่างหนักและได้รับโอกาสพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งกับสโมสรที่เขาเคยพลาดโอกาสร่วมทีมไป...

ศุภนันท์ บุรีรัตน์ แบ็คขวาจอมลุยของ พัทยา ยูไนเต็ด เคยถูกปฏิเสธจากสโมสรหนึ่งแห่งภาคใต้ในวัย 17 ปี จนต้องยกเลิกสัญญากับอะคาเดมีที่ปลุกปั้นเขาขึ้นมา และฝึกซ้อมด้วยตัวเองอย่างหนักจนได้รับโอกาสค้าแข้งอาชีพในท้ายที่สุด...เขาต้องผ่านอะไรมาบ้างบนถนนสายลูกหนัง? ผลงานและฝีเท้าเป็นอย่างไร? ติดตามได้ที่นี่

เรื่องเล่า 60 วินาที

แข้งวัย 24 ปี เป็นชาวจันทบุรีโดยกำเนิด แต่ด้วยหน้าที่การงานของพ่อและแม่ ทำให้ต้องย้ายไปย้ายมาระหว่างจันทบุรี กับมหาสารคาม จนกระทั่งมาปักหลักที่บ้านเกิดตอน 8 ขวบ และได้เล่นฟุตบอลเป็นครั้งแรก จากการฝึกสอนของคุณพ่อ ที่เป็นโค้ชฟุตบอลอยู่แล้ว

“เซฟ” ฝึกฝีเท้ากับพ่อ และลงแข่งฟุตบอลเด็กเดินสายได้จนกระทั่งอายุ 12 ปี ก็ไปคัดตัวเข้าเป็นนักเตะเยาวชนของ เจเอ็มจี อะคาเดมี ผ่านระดับภาค ไปจนถึงรอบประเทศ ก่อนได้เป็นแข้งรุ่นบุกเบิกของอะคาเดมีดังกล่าว และย้ายไปเรียนที่ ชุมชนบ้านอ่างเวียน จังหวัดชลบุรี รุ่นเดียวกับ วรนาถ ทองเครือ, ศาสนพงษ์ วัฒยุชูติกุล, วีระวุฒิ กาเหย็ม และ รังสรรค์ วิรุฬห์ศรี

หลังจบ ม.3 “เซฟ” ทางอะคาเดมีให้ทุกคนร่วมกันโหวตว่าอยากเข้าต่อที่โรงเรียนมัธยม หรือ กศน.(การศึกษานอกโรงเรียน) ก่อนที่ “เซฟ” และผองเพื่อนจะพร้อมใจกันเลือกอย่างหลัง เพราะเรียนสบายกว่า

ช่วงเวลา 5 ปีที่ “เซฟ” อยู่กับ เจเอ็มจี เขาลงซ้อมทั้งเช้า-เย็น เป็นประจำทุกวัน โดยมีแมตช์อุ่นเครื่องให้ได้ลงเล่นตลอด และได้มีโอกาสไปเปิดประสบการณ์แข่งขันที่ต่างประเทศอยู่บ้าง ก่อนที่อายุ 17 ปี ทางอะคาเดมี จะคัดเด็กที่มีแวว และส่งไปเซ็นสัญญากับ เมืองทอง ยูไนเต็ด

เหตุผลที่ต้องรู้จัก

ทว่าเขาและเพื่อนอีกหนึ่งคน กลับไม่ได้เป็นหนึ่งในผู้ถูกเลือก และถูกส่งไปที่ ภูเก็ต เอฟซี แทน แต่เพราะฝีเท้าที่ยังไม่ดีพอ ทำให้โดนปฏิเสธไป...ท้ายที่สุด “เซฟ” ต้องกลับไปขอยกเลิกสัญญากับ เจเอ็มจี และเดินทางกลับไปยังบ้านเกิด และฝึกซ้อมอย่างหนักคนเดียว

แอนดรูว์ ออร์ด ที่จับเขาเปลี่ยนตำแหน่งจากแนวรุก ไปเล่นแบ็คขวาเป็นครั้งแรกและสามารถโหม่งทำประตูในนาทีสุดท้ายได้ทันทีกับการประเดิมตำแหน่งใหม่ และยึดบทบาทแนวรับฝั่งขวามาจนถึงปัจจุบัน

ผ่านไป 3-4 เดือน ชลบุรี เอฟซี และ พัทยา ยูไนเต็ด ได้ติดต่อขอให้เขาไปลองทดสอบฝีเท้ากับทางสโมสร ก่อนเจ้าตัวตัดสินใจเลือกไป “กิเลนผยอง” ตามคำชักชวนของ โค้ชสุเมธ กิตติพรประชา ที่เคยร่วมงานกันสมัยยังเป็นเด็กของ เจเอ็มจี ก่อนประสบความสำเร็จได้รับสัญญาอาชีพเป็นครั้งแรกในชีวิต

หลังจากนั้น “เซฟ” ถูกปล่อยยืมตัวให้กับ แอร์ฟอร์ซ ยูไนเต็ด และได้ประเดิมลงสนามระดับอาชีพเป็นครั้งแรกด้วยวัย 18 ปี ในนัดเปิดฤดูกาลที่เจอกับ บุรีรัมย์ เอฟซี ก่อนย้ายไปเล่นให้ทีมบ้านเกิดอย่าง จันทบุรี เอฟซี ในปีต่อมา และได้ลงสนามอย่างสม่ำเสมอ จนเรียกความมั่นใจกลับมาได้อีกครั้ง

ปีต่อมา “กิเลนผยอง” ปล่อยยืมตัว “เซฟ” ให้กับ นครนายก เอฟซี ในยุคของ แอนดรูว์ ออร์ด ที่จับเขาเปลี่ยนตำแหน่งจากแนวรุก ไปเล่นแบ็คขวาเป็นครั้งแรก เนื่องจากมีนักเตะเจ็บในตำแหน่งดังกล่าว และสามารถโหม่งทำประตูในนาทีสุดท้ายได้ทันที กับการประเดิมตำแหน่งใหม่ และยึดบทบาทแนวรับฝั่งขวามาจนถึงปัจจุบัน

นับตั้งแต่เล่นแบ็คขวา ชีวิตค้าแข้งของ “เซฟ” ก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เนื่องจากได้ลงสนามเป็นประจำเพราะตำแหน่งดังกล่าว ทั้งกับ ศุลกากร ยูไนเต็ด และ พัทยา ยูไนเต็ด ในปี 2015 ที่ผนึกกำลังกับ พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี, ชัยวัฒน์ บุราณ, พิชา อุทรา และแข้งต่างชาติอย่าง มิลาน บูบาโล กับ เวลลิงตัน พริโอรี พา “โลมามหาภัย” เลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดได้อย่างน่าประทับใจ

ฤดูกาล 2016 “เซฟ” ยังยึดตำแหน่งตัวจริงได้อย่างต่อเนื่อง และทำผลงานได้ดีเช่นเคย และยิงได้ถึง 3 ประตู จากการลงสนาม 25 นัด ทำให้เขาถูกเรียกตัวกลับต้นสังกัดที่แท้จริงอย่าง เมืองทอง ยูไนเต็ด ในช่วงปรี-ซีซั่น ฤดูกาล 2017 แต่ท้ายที่สุดก็ต้องกลับมาช่วย “โลมามหาภัย” อีกครั้งในปีนี้

จุดแข็ง

จากผลงานที่ผ่านมา เห็นได้ชัดว่า “เซฟ” เป็นฟูลแบ็คที่เล่นเกมรุกได้อย่างโดดเด่น ขยันวิ่งขึ้น-ลง มีความดุดัน และสามารถเติมเกมขึ้นไปหาโอกาสทำประตูได้บ่อยครั้ง

จุดอ่อน

ลูกครอสของเขาอาจยังไม่สามารถกดดันแนวรับได้มากนัก รวมถึงจังหวะลูกกลางอากาศ ที่เจ้าตัวยอมรับว่ายังชิงเหลี่ยมแย่งโหม่งกับบรรดาแนวรุกคู่ต่อสู้ได้ไม่ดีเท่าที่ควร

รู้หรือไม่?

แม้ว่าทั้งพ่อและแม่จะนับถือศาสนาพุทธ แต่ “เซฟ“ ได้เปลี่ยนไปนับถือคริสต์ ตอนไปอยู่ที่ เจเอ็มจี เพราะได้ร่วมกิจกรรมทางศาสนากับโค้ชชาวต่างชาติบ่อยครั้ง และเกิดความเลื่อมใสในพระเจ้า โดยมีบางครั้งที่เขาเผยว่าความเชื่อในพระเจ้าทำให้ชีวิตและทัศนคติของเขาดีขึ้น เวลาไม่สบายใจก็จะอธิษฐานกับพระเจ้า จนเป็นที่มาของการสักคำว่า “LOVE JESUS” ที่คอด้านซ้าย และที่หน้าอกว่า “SON OF GOD”

โปรดติดตามตอนต่อไป

โชคร้ายที่ฤดูกาลนี้ “เซฟ” เจออาการเจ็บป่วยเล่นงานบ่อยครั้ง ทั้งเป็นไข้หวัดจนถึงกับต้องเข้าโรงพยาบาล ต่อด้วยตาแดง ซ้ำด้วยโดนโหม่งหัวแตกเมื่อไม่นานมานี้ จนเจ้าตัวยอมรับว่าเป็นปีที่ไม่น่าจดจำเท่าไหร่นัก แต่เขาก็มุ่งมั่นเค้นฟอร์มเก่งเหมือนปีที่ผ่านมาให้ได้ เพื่อช่วยทีมจบอันดับท็อป 7 และลุ้นติดทีมชาติให้ได้สักครั้งในชีวิต พร้อมทั้งยังรอคอยโอกาสลงเล่นให้ “กิเลนผยอง” เป็นครั้งแรกอยู่เสมอ