อดีตผอ.เทคนิคอินโดฯขอเขียน: สาเหตุที่ฟุตบอลแดนอิเหนาขาดแคลนดาวรุ่ง

ปีเตอร์ ฮอยสตรา อดีตปีกทีมชาติฮอลแลนด์ได้เข้ามารับตำแหน่งผู้อำนวยการเทคนิคของสมาคมฟุตบอลอินโดนีเซียเมื่อปี 2014 แต่ไม่กี่เดือนหลังจากนั้น ฟีฟ่าก็สั่งแบนประเทศนี้จากการแข่งขันฟุตบอล ซึ่งเจ้าตัวจะมารำลึกความหลังถึงตอนที่ทำหน้าที่ดังกล่าวด้วยตัวเอง...

ผมได้รับการขอร้องให้สมัครในตำแหน่งผู้อำนวยการเทคนิคของสมาคมฟุตบอลอินโดนีเซีย (พีเอสเอสไอ) พร้อมกับแคนดิเดตอีก 2 หรือ 3 ราย และเราก็ได้คุยกับสมาคมฯ

ตอนนั้นเป็นช่วงปลายปี 2014 และสุดท้ายพวกเขาก็เลือกผม

มันเป็นครั้งแรกที่พีเอสเอสไอแต่งตั้งผู้อำนวยการเทคนิค ซึ่งเป็นสิ่งที่ตอนนี้กลายเป็นเรื่องปกติไปทั่วทั้งเอเชีย

การเข้ามาแทรกแซงของรัฐทำให้ฟีฟ่าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากแบนสมาคมฯ

ก็หวังว่าสมาคมฟุตบอลในประเทศต่างๆ โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเข้าใจได้ว่าการคอยให้น้ำเลี้ยงแต่ทีมชุดใหญ่ไม่ได้ทำให้แข็งแกร่งขึ้น

ในตอนแรกนั้นค่อนข้างจะไปได้สวยทีเดียว เมื่อทางสมาคมฯได้ดำเนินงานร่วมกับสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชียและฟีฟ่า พวกเขาต้องการจะปรับโครงสร้างฟุตบอลอินโดนีเซียจริงๆ

การที่จะประสบความสำเร็จได้นั้น คุณจำเป็นต้องมีคนที่มีประสบการณ์ที่สามารถมองเห็นสิ่งที่จำเป็นและความรู้ในการสร้างบางอย่างขึ้นมา คุณต้องมองไปที่การศึกษา, การโค้ช และแมวมอง อย่างไรก็ตามในประเทศที่ใหญ่โตอย่างอินโดนีเซียคุณจะเริ่มที่ตรงไหนล่ะ?

 เพราะมันมี 34 จังหวัดที่มีองค์กรลูกหนังเป็นของตัวเองและผมก็ต้องไปเยี่ยมเยือนพวกเขาทั้งหมดเพื่อดูว่ากำลังทำอะไร, โครงการอะไรที่พวกเขาได้ริเริ่มไปแล้วบ้าง อีกทั้งยังต้องพบปะผู้คนอีก

ผมต้องการจะทำบางอย่างที่จุดประกายการพัฒนาเยาวชนขึ้นมา ผมได้พบกับผู้คนมากหน้าหลายตาที่ทุ่มเทลงทุนลงแรงไปในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการคุมทีมเล็กๆ, การจัดลีกรุ่นอายุไม่เกิน 14 ปีหรือการเทรนเด็กๆ เราต้องนำบุคคลเหล่านี้มาทำงานร่วมกัน ซึ่งนั่นน่าจะเป็นการเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยม ให้พวกเขาได้พบปะและใช้ไอเดียที่จะทำให้อินโดนีเซียพัฒนาขึ้น

กำลังฝึกสอนนักเตะเปอร์ซีปาซี บันดุง รายา

ในช่วงเดือนแรกๆ ผมมีความรู้สึกว่าพีเอสเอสไอจริงจังกับการลงทุนและพัฒนาโครงสร้างปีระมิดทางฟุตบอล รวมถึงระบบการพัฒนาเยาวชนทั้งหมดด้วย

พวกเขาต้องการให้ผมแก้ปัญหาหลายอย่าง

ผมได้ทำการประเมินและสืบหาคำตอบเป็นเวลา 1 หรือ 2 เดือน และผมก็มองเห็นชัดเจนว่าพื้นที่นี้ขาดอะไรหลายอย่างและต้องมีการปรับปรุง

พวกเขาต้องทำให้เป็นขั้นตอนเพื่อทำให้แน่ใจว่าเด็กอายุประมาณ 10 หรือ 11 ขวบจะต้องมีพัฒนาการต่อเนื่อง ด้วยการมีลีกในหลายระดับจัดแข่งขันทุกปีเพื่อจะได้มีโอกาสลงเล่นกับนักเตะเก่งๆ

โครงสร้างลีกคือสิ่งแรกที่พวกเขาต้องปรับเพื่อจะได้มีแมตช์ให้นักเตะพรสวรรค์ เกมที่ดีไม่ใช่เกมที่คุณชนะ 10-0 แต่เป็นเกมที่ยาก

ตอนที่ผมบอกพวกเขาถึงสิ่งที่จำเป็นต้องทำ พวกเขาแฮปปี้ที่จะสนับสนุนผม เราต้องการที่จะผลักดันภาครัฐให้เข้ามาสนับสนุน, ดึงสปอนเซอร์เข้ามาและก่อตั้งโครงการนำร่อง

ซึ่งปัญหามันมองเห็นได้อย่างชัดเจนในโปรลีกตอนนั้น เมื่ออายุเฉลี่ยของแต่ละทีมอยู่ที่ 28 หรือ 29 มีนักเตะดาวรุ่งหลายคนที่ขึ้นมาในลีกตอนอายุ 23 หรือ 24 แต่ก็ถูกมองว่ายังเด็กอยู่

ถ้าเปรียบเทียบกับพีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ที่คว้าแชมป์ลีกเมื่อ 2-3 ปีก่อนแล้ว ทีมนั้นอายุเฉลี่ยเพียงแค่ 22 เอง ถือว่าแตกต่างกันอย่างมาก

นักเตะอินโดนีเซียพัฒนาขึ้นมาช้าและไม่มีการพัฒนาเยาวชน ดังนั้นพวกเขาไม่สามารถจะเติมเต็มศักยภาพตัวเองได้ พวกเขาต้องเริ่มต้นให้เร็วขึ้นกว่านี้ มันคือทางออกเดียว

ช่วงแรกเริ่มทุกอย่างไปได้สวย ในออฟฟิศต่างทำงานหนัก และเราก็มีโครงการดีๆหลายโครงการ รวมถึงทีมรุ่นยู-16 และยู-18 ที่มีศูนย์ฝึกซ้อมแบบเต็มเวลาเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับศึกชิงแชมป์อาเซียนด้วย

ผมไม่เคยคิดว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้น บางทีผมคงซื่อไปหน่อย ผมเป็นแค่คนลูกหนังคนหนึ่งและไม่ได้เอาตัวเองเข้าไปอยู่ในการเมือง

แต่โชคไม่ดีที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้หลังจากนั้น

มีการเลือกตั้งประธานพีเอสเอสไอใหม่ในปี 2015 และรัฐบาลก็ไม่พอใจกับการตัดสินใจดังกล่าวจึงได้จัดการแช่แข็งองค์กร ซึ่งการเข้ามาแทรกแซงของรัฐทำให้ฟีฟ่าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากแบนสมาคมฯ

ทั้งที่เรามีโครงการที่ยอดเยี่ยมด้วยการจัดอบรมเอเอฟซี ไลเซนส์ สำหรับโค้ช, เรามีคอร์สอบรมระดับเอ-ไลเซนส์ครั้งแรกในอินโดนีเซีย และทีมชาติก็กำลังเตรียมตัวกับฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกนัดแรก

แต่เพราะฟีฟ่าแบนทำให้ทุกอย่างต้องหยุดชะงักลง

จากนั้นเราก็ต้องรอคอยกันยาวนานมาก ซึ่งหลังจากการเลือกตั้งเราพยายามที่จะทำงานต่อแต่เราก็ไม่สามารถทำได้เพราะไม่มีเงิน เราทำได้เพียงแค่ในจาการ์ต้าและโดยรอบเท่านั้น

ผมไม่เคยคิดว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นเลย บางทีผมคงซื่อไปหน่อย ผมเป็นแค่คนลูกหนังคนหนึ่งและไม่ได้เอาตัวเองเข้าไปอยู่ในการเมือง ผมไม่เคยคาดคิดว่าจะเกิดอะไรอย่างนี้ ผมเป็นประสบการณ์ใหม่ของผมจริงๆ

ในตอนแรกพวกเขาพูดว่าพวกเขาน่าจะแบนสัก 1 หรือ 2 สัปดาห์ จากนั้นก็เป็น 1 เดือน แล้วก็เป็น 1 ปี หรืออาจจะไม่มีการปลดแบนอีกเลย ซึ่งหลังจากผ่านไปได้ 6 เดือน ผมก็ออก

ตอนที่ฮอยสตราเล่นให้กับเรนเจอร์ส ภาพ: watpmagazine.co.uk

ผมมีแผนหลายอย่าง ตอนแรกหลังจากโดนแบนผมก็ยังอยู่ในจาการ์ต้า ผมยังคงติดต่อกับคนที่คาดหวังว่าจะมีโครงการริเริ่มใหม่ๆ เรายังคงทำงานอยู่แต่เป็นโครงการในสเกลที่เล็ก

หลังจากที่ผ่านไปได้ 5-6 เดือน เราก็พูดว่า 'โอเค พอแล้ว' เพราะเราไม่รู้ว่าเมื่อไรที่จะพ้นโทษแบน เราไม่มีเงินอีกต่อไปแล้ว คนที่กลับไปเนเธอร์แลนด์ต่างก็พูดกันว่า 'คุณทำอะไรอยู่น่ะ?'

สมาคมไม่มีเงินที่จะจ่ายใครเลย จำนวนสต๊าฟฟ์ก็เล็กลงเรื่อยๆเพราะมีหลายคนที่ต้องออกไปทำงานอย่างอื่น

เราไม่รู้ว่าเมื่อไรจะพ้นโทษแบน เราไม่มีเงินอีกต่อไปแล้ว คนที่กลับไปเนเธอร์แลนด์ต่างก็พูดกันว่า 'คุณทำอะไรอยู่น่ะ?'

ผมรู้สึกเสียใจที่ต้องจากไปเพราะผมทุ่มเทกับมันไปมาก มีความทรงจำที่มีความสุขมากมาย ผมได้ไปยังเวสต์ ปาเปา เพื่อจัดเกมระดับเยาวชนขึ้นมา ถึงหญ้าจะสูงเท่าหัวเข่าแต่พิธีการทั้งหมดถือว่ายอดเยี่ยมมาก การต้อนรับก็ดีเลยทีเดียว บรรดานักเตะก็วิ่งกันเต็มที่และทำงานกันหนักมาก มีประสบการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นหลายครั้ง

ถือเป็นเรื่องน่าเสียดายจริงๆ เพราะอย่างน้อยเราก็สามารถเริ่มต้นพัฒนาวงการฟุตบอลในอินโดนีเซียแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับเยาวชน

แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรเลย ไม่มีโครงสร้าง หรือว่ากำหนดการอะไรทั้งนั้น แม้จะเหลืออยู่บ้างบางโครงการแต่มันก็เปลี่ยนไปหมดแล้วและทำกับกลุ่มเล็กๆเท่านั้น เราคิดว่าสิ่งที่จำเป็นอย่างแรกก็คือการตั้งลีกและให้เด็กๆมีพัฒนาการตามโครงสร้าง

เราต้องการที่จะอำนวยความสะดวกให้ทีมต่างๆสามารถฟาดแข้งกันได้ และมีการประสานงานระหว่างสมาคมฯกับน่วยงานท้องถิ่น

โชคดีที่พีเอสเอสไอกลับมาอีกครั้งและจะมีการเลือกตั้งใหม่ซึ่งมีหลายอย่างที่ต้องทำ

ผมมีความสุขกับหลายคนด้วยที่การแบนสิ้นสุดลงแล้วและทุกอย่างก็เริ่มต้นอีกครั้ง ลีกกำลังดำเนินไปเช่นเดียวกันกับทีมชาติ

หวังว่ามันจะสร้างความกระชุ่มกระชวยให้กับใครหลายคน สิ่งที่สำคัญในตอนนี้คือการเลือกตั้งสำหรับพีเอสเอสไอ มันเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องได้คนที่เหมาะสมเข้ามาทำงาน คนที่มีฟุตบอลในหัวใจ