ดีอย่างไร? อาร์เจนติน่าแกร่งขึ้นจริงไหมเมื่อไร้เมสซี่

ดูเหมือนเป็นความเห็นโง่ๆ แต่ ริชาร์ด ฟาร์ลี่ย์ คอลัมนิสต์จากโฟร์โฟร์ทูสหรัฐฯได้แอบสังเกตว่าการขาดไปของสตาร์ร่างเล็กไม่ใช่เรื่องร้ายแต่อย่างใด

อาจมีหลายเหตุผลที่ อัลเคล ดิมาเรีย กลายเป็นจุดสนใจในเกมกับชิลี ไม่ว่าจะเป็นการเสียชีวิตของคุณย่า หรือว่าฟอร์มอันสุดยอดที่กลับมาอีกครั้งหลังจากพีคสุดๆตอนที่ช่วยให้เรอัล มาดริด คว้าแชมเปี้ยนส์ ลีก สมัยที่ 10 ทั้งที่ทัพ “ฟ้า-ขาว” มีนักเตะที่มีชื่อเสียงที่สุดอยู่บนม้านั่งสำรอง ไม่น่าเชื่อว่าพวกเขาเล่นกันได้อย่างไลลื่นและสมดุลจนเอาชนะแชมป์เก่าไปได้ในที่สุด

ถ้าอาร์เจนติน่าสามารถทำอย่างนี้ได้ขณะที่มี ลิโอเนล เมสซี่ อยู่ข้างสนาม แล้วพวกเขาจะทำอะไรได้บ้างตอนที่นักเตะที่ดีที่สุดของโลกรายนี้กลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้งล่ะ?

ซึ่งนั่นถือเป็นคำถามที่น่าสนใจเลยทีเดียว เพราะขณะที่บางคนตั้งสมมติฐานว่าการคัมแบ็คของเมสซี่จะช่วยเพิ่มศักยภาพของทีม ทว่าที่ผ่านมากลับไม่ค่อยได้เป็นอย่างนั้นตอนที่มีเขาอยู่ หรือว่าอาร์เจนติน่าคือทีมที่ดีขึ้นเมื่อกัปตันของพวกทีมไม่ได้อยู่ในสนาม?

คำถามที่กระอักกระอ่วนใจ

มันเป็นคำถามที่เป็นไปไม่ได้ที่จะตอบอย่างแน่ชัด ด้วยคุณภาพที่อยู่ในตัวของเมสซี่เอง มันจึงไม่อาจจะปฏิเสธคุณค่าของเขาได้ แต่มันก็มีสิ่งที่ไม่สามารถจะปฏิเสธได้เหมือนกันว่าอาร์เจนติน่าเล่นดีแค่ไหนในเกมกับชิลี ซึ่งมันน่าจะแตกต่างออกไปหากเมสซี่เป็น 11 ตัวจริง

โดยอาร์เจนติน่าน่าจะใช้เมสซี่เป็นจุดศูนย์กลางของทีม และนั่นทำให้ชิลีน่าจะวางแผนเพื่อจับตายดาวเตะร่างเล็กโดยเฉพาะจนทำให้แออัดกันอยู่ตรงกลาง และปล่อยให้ทีมปราศจากตัวสร้างพื้นที่ว่างอย่าง เนย์มาร์ กับ หลุยส์ ซัวเรซ ถึงแม้ทัพฟ้า-ขาวอาจจะชนะโดยที่มีเมสซี่เหมือนอย่างเกมที่ซานติอาโก้เมื่อเดือนมีนาคม แต่พวกเขาคงเล่นไม่สวยงามอย่างนัดล่าสุดเป็นแน่

มีอยู่หลายครั้ง ซึ่งรวมถึงนัดที่ชนะชิลี 2-1 ในนัดล่าสุด พลพรรคฟ้า-ขาวได้ใช้วิธีขึ้นเกมแบบ in-to-out เจาะแนวรับของชิลีและรังสรรค์ 2 ประตูอันมีจังหวะจะโคนเหมือนดั่งวงออเคสตร้า อย่างลูกโต้กลับในครึ่งแรกที่จบลงด้วยการที่ กอนซาโล่ อิกวาอิน ยิงหลุดกรอบออกไปทางซ้าย โดยจังหวะดังกล่าวได้แสดงให้เห็นถึงการปั้นเกมอันยอดเยี่ยมของดิ มาเรีย และ เอเบร์ บาเนก้า ทำให้ เมาริซิโอ อิสล่า แบ็คขวาชิลีหัวปั่น อีกทั้งยังใช้การครอสบอลจากด้านหลังแนวรับอยู่บ่อยๆด้วย

มันเป็นเรื่องยากที่จะจินตนาการว่าฟอร์มของทีมจะเป็นอย่างไรถ้าให้เมสซี่เป็นแกนกลาง เพราะการเล่นอาร์เจนติน่านั้นเทียบไม่ได้เลยกับทีมชาติฮอลแลนด์ยุค โยฮัน ครัฟฟ์ ในเรื่องของความสวยงาม แต่ถ้าเทียบกับเกมใหญ่หลายๆเกมที่พวกเขาไม่มีเมสซี่ ยังไงก็ยังดูเล่นสวยกว่าตอนที่มีสตาร์บาร์ซ่าอยู่ดี

เข้ากับระบบ

หลังจากการแข่งขัน เกราร์โด้ มาร์ติโน่ กุนซือทัพฟ้า-ขาวได้ออกมาชื่นชมความหลากหลายของทีมชาติอาร์เจนติน่า จากที่ถูกถามกรณีที่ดิ มาเรียและไกตัน สลับฝั่งกันยืนในช่วงครึ่งแรก ซึ่งมาร์ติโน่ก็อธิบายว่านักเตะของเขาไม่มีปัญหากับการเล่นทั้งสองฝั่ง  ด้วยเหตุนี้มันทำให้พวกเขามีอิสระในการเล่นสูงมาก

อย่างไรก็ตาม มันก็มีข้อยกเว้นอยู่

“มีนักเตะเพียงคนเดียวที่จะได้ลงเล่นในตำแหน่งปีกขวาเท่านั้น ซึ่งก็คือเมสซี่ เพราะตั้งแต่เขาเล่นฟุตบอลอาชีพมา เขาเคยเล่นแต่ทางขวา มันจึงค่อนข้างลำบากสำหรับเขาถ้าเราให้เขาไปเล่นอีกฝั่ง”

ดังนั้นในยามที่เมสซี่อยู่ในสนาม แผนการเล่นของพวกเขาดูจะตายตัว ไม่ยืดหยุ่นเท่าไหร่นัก แต่ถ้าหากในยามที่เขาไม่ได้อยู่ในสนาม การเคลื่อนที่ของทีมดูจะมีชีวิตชีวามากกว่า

มันเป็นเรื่องของความสวยงามในการเล่น คนส่วนใหญ่อยากดูการเล่นที่เต็มไปด้วยความเร็ว การเคลื่อนที่ของผู้เล่น และโอกาสเข้าทำที่มากขึ้น ซึ่งนั่นคือรูปแบบเกมของอาร์เจนตินาในนัดที่ผ่านมา เพราะพวกเขาไม่ได้เน้นที่นักเตะคนใดคนหนึ่งในทีมเหมือนยามที่เมสซี่ลงเล่น มันทำให้เกมของพวกเขาไหลลื่นมากขึ้นเนื่องจากมันให้อิสระกับนักเตะอย่างดิ มาเรียจนสามารถเค้นฟอร์มเก่งของตัวเองออกมา

ในขณะที่ถ้ามีเมสซี่อยู่ในสนาม เพื่อนร่วมทีมของเขาจะพยายามเล่นอย่างรัดกุม ไม่ว่าจะเป็นส่วนไหนของสนาม พวกเขาจะไม่ยอมเสี่ยงเท่าไหร่ และจะไม่ยอมเล่นออกปีก เพื่อคุมแดนกลางให้ได้ ซึ่งตรงนี้จะเป็นจุดที่เมสซี่ใช้เล่นงานคู่แข่ง ดังนั้นมันจึงดูเหมือนว่าพลพรรคฟ้าขาวจะยอมทิ้งเป้าหมายของพวกเขาและยอมเล่นเกมที่ไม่สวยงามนัก

น่าเสียดายที่ดาวยิงของบาร์เซโลนารายนี้เหมือนเขาจะถูกคำสาปบางอย่าง เพราะจนถึงตอนนี้ เขายังไม่เคยพาอาร์เจนตินาเป็นแชมป์ฟุตบอลโลก หรือโคปา อเมริกาได้เลย ดังนั้นความสำคัญของเขาในทีมชาติจึงเรื่องที่ถูกนำมาถกเถียงไม่จบไม่สิ้นเสียที สำหรับในเกียรติประวัติทีมชาติของเขา เขาไม่มีความสำเร็จใดๆ เหมือนที่เขาทำได้ในระดับสโมสร ทำให้บรรดากูรูก็จะยกให้เขาเป็นนักเตะ 2 ร่าง ร่างหนึ่งคือในยามที่ใส่เสื้อบาร์เซโลนา และเป็นอีกร่างหนึ่งยามที่ใส่เสื้อทัพฟ้าขาว จนกว่าที่เขาจะพาทีมฟ้า-ขาวคว้าแชมป์ได้สักรายการนั่นแหละ

Angel Di Maria, Argentina Chile

ดิ มาเรีย ฉายแสงยามที่เมสซี่ไม่อยู่

น่าแปลกที่ไม่เคยมีใครสงสัยว่าทีมชาติอาร์เจนตินาจะเป็นอย่างไรหากไม่มีเมสซี่ ซึ่งตลอดเวลาที่พวกเขาพลาดแชมป์รายการใหญ่ๆ มีเพียงไม่กี่คนที่คิดว่าอาร์เจนตินาจะไม่ได้เป็นเบอร์ 1 ของโลกหากไม่มีนักเตะที่ดีที่สุดในโลกอย่างเขาอยู่ในทีม ผู้ซึ่งเป็นดาวซัลโวสูงสุดในทีมชุดนี้ อีกทั้งยังคว้ารางวัลผู้เล่นแมนออฟเดอะแมตช์ในฟุตบอลโลก และโคปา อเมริกา ได้มากกว่าใครๆ ในประวัติศาสตร์ของทัพฟ้าขาว

หาทางออก

อาร์เจนติน่าก็ยังคงเป็นทีมที่สร้างขึ้นโดยมีเมสซี่เป็นหัวใจของทีม ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานี้ พวกเขาผ่านเข้ารอบชิงชนะรายการใหญ่ๆ ของโลกได้ 2 จาก 3 รายการ ซึ่งก็คือฟุตบอลโลกในปี 2014 และโคปา อเมริกาในปี 2015 อีกทั้งยังเป็นทีมที่รั้งอยู่อันดับ 1 ของโลกจากการจัดอันดับของฟีฟ่า และการจัดอันดับของเว็บไซด์ Eloratings อีกด้วย พวกเขาคือทีมที่เลือกเมสซี่ให้เป็นหัวใจของทีมตลอด 107 นัด ในช่วง 11 ปีที่ผ่านมานี้

ดังนั้นต้องขอบคุณที่แฟนบอลชอบดูฟุตบอลที่เปิดเกมรุก เล่นแบบตื่นเต้น เร้าใจ เพราะมันทำให้ความสำคัญของเมสซี่ในนามทีมชาติดูจะเกิดคำถามขึ้นบ้าง แต่มันก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เปลี่ยนความคิดของมาร์ติโน, อเลฮันโดร ซาเบลล่า หรือ อัลฟิโอ บาซิเล่ แม้กระทั่ง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และ หลุยส์ เอ็นริเก้ ได้เลย ซึ่งทุกคนต่างคิดเหมือนกันว่า เมสซี่ คือผู่กุมคุณภาพของทีม

และจากความเห็นของมาร์ติโน่นั้น ความสำคัญของเมสซี่ต่อทัพฟ้าขาวดูจะยังไม่เปลี่ยนแปลง เพราะเมื่อถามกุนซือใหญ่ของอาร์เจนตินาเกี่ยวกับคุณภาพทีมยามที่ไม่มีเมสซี่ เจ้าตัวก็ไม่เห็นด้วยกับข้อสังเกตดังกล่าว

“เราจะเล่นได้ดีที่สุดเมื่อมีเมสซี่อยู่ในสนาม อีกทั้งยังช่วยให้เรามีโอกาสคว้าแชมป์โคแามากขึ้นอีกด้วย”