อดิศักดิ์ กุลสอน : สตั๊ดที่ปลายนา

แม้อาชีพดั้งเดิมของบรรพบุรุษ คือ ชาวนา และตัวเขาเองก็ต้องสืบทอด… แต่หัวใจทั้งสี่ห้อง ที่เต็มไปด้วยเกมลูกหนัง ก่อนที่โชคชะตาจะพาเขามาเป็นนักฟุตบอลอาชีพครั้งแรกในวัย 26 ปี

นี่ คือ เรื่องราวของ ต้น-อดิศักดิ์ กุลสอน กองหน้าของทีม พิษณุโลก เอฟซี ในลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2 โซนภาคเหนือ ที่ไม่เคยคิดละทิ้งโอกาสที่จะไล่ล่าฝันของตัวเอง…แม้ต้องซ้อมบอล แข่งบอล และทำนา ในช่วงเวลาเดียวกันก็ตาม

เรื่องสั้นของ ต้น-อดิศักดิ์

“ต้น” อดิศักดิ์ กุลสอน ชีวิตของเขาก็ไม่ต่างจากเด็กต่าวจังหวัดทั่วไป ที่หัดหวดลูกหนังด้วยเท้าเปล่า ตั้งแต่จำความได้ ก่อนมาเอาจริงเอาจังตอนอายุ 11 ปี ขณะศึกษาชั้นประถามศึกษาปีที่ 5 ที่ โรงเรียนหนองกุลา สถาบันลูกหนังระดับตำบลภายใน อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก โดยมีอาจารย์ทวี วิชัย โค้ชฟุตบอลคนแรกที่เห็นแวว เพราะวัยเพียง 11 ปี แต่กลับเล่นกับเด็กอายุ 15 ปี ได้ ยิ่งกว่านั้นยังยิงประตูกระจุยกระจายจนเป็นตัวหลักพาทีมไล่ล่า แชมป์ฟุตบอลนักเรียนทั้งในเขต อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก และ อำเภอลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร จนกระทั่ง จบมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่ โรงเรียนประชาสงเคราะห์วิทยาคม

เกี่ยวข้าวไป…เตะบอลไป

ชีวิตของ อดิศักดิ์ กุลสอน หลังจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ไม่ได้เรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย...ความจริงเขาไม่มีทางเลือกมากกว่า เพราะต้องเป็นเสาหลักของครอบครัว ช่วยพ่อ-แม่ ทำนา… อย่างไรก็ตามแม้ต้องหาเช้ากินค่ำ แต่อารมณ์ศิลปินลูกหนังไม่หมดไปจากหัวใจเขาง่ายๆ ทุกๆเย็นหลังทำนา เขามักไปเตะบอลกับเพื่อนๆ จากนั้นเริ่มเตะบอลเดินสายไล่ล่าเงินเดิมพันแชมป์ และความสามารถเฉพาะตัวในสนามที่โดดเด่น ไม่แพ้ฝีมือเกี่ยวข้าว ทำให้ผู้คนในละแวกใกล้เคียงเริ่มรู้จักชื่อเสียงของเขา

“รองหม่อง” ซั๊ว แซ่ตง รองนายกอบต. หนองกุลา คือผู้ค้นพบเพชรในตมเม็ดนี้…เขาเริ่มส่งทีมแข่งขันระดับตำบล โดยมี ต้น-อดิศักดิ์ เป็นกองหน้าตัวชูโรงของทีม ความสามารถของต้นถูกมองว่าเกินระดับตำบลไปแล้ว ทำให้ “รองหม่อง” ตัดสินใจบอกให้เขาไปคัดตัวเป็นผู้เล่นของทีม พิษณุโลก เอฟซี ก่อนเปิดฤดูกาล 2015

การเดินทางจากบ้านครั้งแรกของ อดิศักดิ์ กุลสอน เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นพอสมควร แม้อายุอานามวัยย่าง 26 ปีจะช่วยให้เขาผ่านโลกมามากมาย แต่กับการทดสอบฝีเท้าเป็นนักฟุตบอล นับว่าเป็นครั้งแรกในชีวิต “เท่าที่จำได้วันนั้นมีคนมาคัดตัวเยอะมากน่าจะเกิน 300 คนซึ่งส่วนใหญ่เคยผ่านการเล่นทีมในระดับดิวิชั่น 2 มาแล้ว” อดิศักดิ์ กุลสอน เริ่มกล่าว   “ผมน่าจะเป็นหนึ่งในจำนวนไม่กี่คนที่ไม่มีประสบการณ์เลย ผมได้แต่คิดว่าทำหน้าที่ให้ดีที่สุด แสดงศักยภาพของตัวเองที่มีออกมาเต็มที่ก็เท่านั้น”

อย่างไรก็ตามท้ายที่สุดเขาก็เป็น 1 ใน 20 คน… ชีวิตของ อดิศักดิ์ กุลสอน ก้าวเข้าสู่วงการลูกหนังอาชีพครั้งแรก ทั้งที่มีอาชีพเป็นชาวนามาตลอดนับตั้งแต่จบมัธยมศึกษาปีที่ 6 พร้อมเงินเดือนก้อนแรก 11,000 บาท

มัน คือ ฝันเป็นจริงที่เขามีความสุขมากที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต...

ชีวิตลูกหนังอาชีพเป็นอะไรที่แตกต่างจากบอลเดินสายโดยสิ้นเชิง Credit :เต้ย ตลาดเก่าขลุง

เส้นทางขรุขระบนลูกหนังอาชีพ

การก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะอาชีพครั้งแรกในชีวิตด้วยวัย 26 ปี ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย…ฟุตบอลอาชีพกับฟุตบอลเดินสายที่เขาเคยผ่านมาแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง จากที่เคยเป็นกองหน้าความคล่องตัวสูง และยิงประตูได้อย่างหนักหน่วงในเส้นทางลูกหนังเดินสาย กลายมาเป็นตัวสำรองในเวทีลูกหนังอาชีพ

“ผมว่ามันค่อนข้างที่จะแตกต่างกันเยอะมาก ระหว่างฟุตบอลเดินสายที่เล่นกันใน อ.บางระกำ กับฟุตบอลลีกอาชีพ” ต้น-อดิศักดิ์ เริ่มเล่าถึงชีวิตลูกหนังของเขา

“ตั้งแต่การฝึกซ้อมรวมไปถึงแท็คติกการเล่น แรกๆ “อ.โหน่ง” สิทธิพล เอี่ยมสง่า (กุนซือของพิษณุโลก) จับผมมาเล่นริมเส้นยอมรับว่ายังปรับตัวไม่ค่อยจะได้ พอมีโอกาสได้ลงสนามบ้างในช่วงท้ายเกม แต่มาปีนี้ (2016) เขาจับผมไปเล่นแบ็กซ้ายอีก เพราะว่าตำแหน่งข้างบน (ตัวรุก) เบียดกันเยอะแล้ว ผมมีโอกาสได้ลงเล่นบ่อยกว่าเดิม แต่ก็ยังต้องปรับตัวอีกเยอะพอสมควร”

นอกจากนี้ อดิศักดิ์ กุลสอน ยังต้องจัดสรรปันส่วนบริหารจัดการเวลาให้ดี เพราะอาชีพชาวนา ยังเป็นอาชีพหลักของเขาที่จะคอยช่วยหล่อเลี้ยงจุนเจือครอบครัว โดยเส้นทางจากตำบลหนองกุลา อำเภอบางระกำ มาถึง อำเภอเมืองพิษณุโลก ต้องใช้เวลา 2 ชั่วโมง ทุกๆวันหยุดจากการเล่นฟุตบอล จึงกลายเป็นวันทำนาสำหรับเขา

“เวลาไม่มีซ้อมฟุตบอลหรือหลังแข่งขันเสร็จผมก็มักจะตีรถกลับบ้านตลอด เพื่อจะไปช่วยครอบครัวทำนา”

“แม้ว่าปีนี้เขาจะขึ้นเงินเดือนให้ 16,000 บาท แต่เราก็ต้องจ่ายค่าหอพักอีกมีเหลือเก็บไม่มาก ก็ต้องทำนาเป็นอาชีพหลัก อย่างไรก็ตามการทำนามันก็เหมือนเป็นการเสี่ยงดวงเช่นกันปีไหนฝนไม่ตก โรคมาเยอะหรือน้ำท่วมมันก็ขาดทุนก็ต้องหาอาชีพเสริม”

“และฟุตบอลน่าจะเหมาะกับตัวผมที่สุดในเวลานี้”

ปลายสตั๊ดอยู่ที่ผืนนา

อดิศักดิ์ กุลสอน วัย 27 ปีในปัจจุบัน ยอมรับว่าเข้าสู่เส้นทางลูกหนังช้าไป...และอาจเล่นได้อีกแค่ 3 ปีเท่านั้น และคงแขวนสตั๊ดไว้ที่ปลายนา...กลับไปประกอบอาชีพเดิมของตัวเอง

“ผมคงเล่นฟุตบอลได้อีกสักประมาณ 2-3 ปี ช่วงเวลาที่เหลือก็ขอทำหน้าที่และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้ดีที่สุด หลังจากนั้น ก็คงจะกลับบ้านไปช่วยครอบครัวทำนาทำไร่ต่อ”

“ผมคงไม่คิดเป็นโค้ชในอนาคต เพราะไม่ใช่งานถนัด…แต่ขอปั้นลูกชายของผม (“น้องตูน” ด.ช.อัษฎาวุธ กุลสอน วัย 10 ปี) ให้ไปได้ไกลในเส้นทางลูกหนังกว่าผมในอนาคตก็พอ” อดิศักดิ์ กุลสอน กล่าวทิ้งท้าย  

Credit ภาพปก :เต้ย ตลาดเก่าขลุง