ดราม่าท่าเรือ ยิ่งใกล้เปิดฤดูกาลยิ่งซับซ้อน

ท่าเรือระทม มาดามแป้งคนสวยเข้าเทคโอเวอร์พร้อมเปลี่ยนชื่อ-โลโก้ม้า จบตำนานสิงห์เจ้าท่า

หลังจากปิดฉากดราม่าสี่เส้าอันแสนยาวนานระหว่างสิงห์ท่าเรือ-มัทเธียส-การท่าเรือ-สมาคมฯ ที่ติดพันมาจากทีมบริหารสิงห์ท่าเรือชุดเดิมจนทำให้การท่าเรือ เอฟซีภายใต้ทีมบริหารชุดใหม่เกือบจะโดนปรับตกชั้น สุดท้ายสถานการณ์คลี่คลายให้แฟนบอลท่าเรือเพิ่งจะโล่งอกที่ทีมจะได้โลดแล่นในไทยพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2015 แม้จะโดนหักเงินสนับสนุนงวดแรก 4.2 ล้านก็ตาม

และแฟนสิงห์เจ้าท่ายังได้รับข่าวดีต่อเนื่องเมื่อมาดามแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ ตกลงเข้าเทคโอเวอร์สโมสรด้วยสัญญา 5 ปี พร้อมเตรียมเปลี่ยนโฉมใช้ชื่อใหม่ยาวเหยียด “การท่าเรือ เมืองไทยประกันภัย เอฟซี” หรือ Port MTI FC

แต่ข่าวดีอยู่ไม่ยาว เพียงไม่กี่วันถัดมาแฟนสิงห์ก็แทบใจสลายเมื่อได้รู้ว่าการเทคโอเวอร์และชื่อใหม่จะมาพร้อมโลโก้ใหม่ “อาชาท่าเรือ” ที่จะเป็นการปิดตำนานสิงห์เจ้าท่าในสีเสื้อแสด-น้ำเงิน และอาจจะกลายเป็น “ม้าคลองเตย” ในสีแสด-ฟ้า

แฟนบอลท่าเรือจำนวนหนึ่งออกมาแสดงความผิดหวังผ่านทางสื่อออนไลน์ วิจารณ์การจบตำนานสิงห์เจ้าท่าว่าเป็นการทำร้ายจิตใจแฟนบอล หลายคนบอกว่ายังงงๆ มึนๆ ขอปรับสภาพซักพัก ซึ่งก็น่าเห็นใจแฟนท่าเรือที่กำลังดีใจไม่เสร็จก็โดนถีบตกเหว บางคนถึงกับบอกว่า แม้สิงห์เจ้าท่าจะอยู่ในใจแต่ตัวคงไม่ไปสนามอีกแล้ว

แม้การเปลี่ยนแปลงชื่อและโลโก้จะเป็นเรื่องปกติสำหรับฟุตบอลไทยที่ยังมีการเปลี่ยนชื่อหรือเติมชื่อตามผู้สนับสนุนหลักของสโมสร สำหรับการท่าเรือไทยเองก็เคยเปลี่ยนโลโก้จากเรือสำเภาเป็นโลมาเล่นฟุตบอลก่อนจะมาเป็นโลโก้สิงโต โดยก่อนหน้านี้ก็เคยเปลี่ยนชื่อเป็นสิงห์ท่าเรือและเปลี่ยนโลโก้เป็นสิงห์ติดปีกมาแล้ว และได้เปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็นการท่าเรือ เอฟซีในฤดูกาล 2015 ซึ่งยังคงรักษาสัญลักษณ์และฉายาสิงห์เจ้าท่าเอาไว้ แต่ครั้งล่าสุดการเปลี่ยนชื่อทีมและเปลี่ยนโลโก้เป็นม้าทะยานคลื่น ทำให้แฟนบอลค่อนข้างจะทำใจรับยาก

กรณีการเข้าเทคโอเวอร์แล้วเปลี่ยนแปลงชื่อและโลโก้ ทำให้นึกถึงทีมคาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ที่เคยมีโลโก้หลักเป็นนกสีน้ำเงิน และใช้สีน้ำเงินเป็นสีหลักตามฉายา “นกสีน้ำเงิน” หรือ “บลูเบิร์ด” มายาวนานกว่า 100 ปี จนกระทั่งเศรษฐีชาวมาเลเซีย วินเซนต์ ตัน เข้ามาเทคโอเวอร์พร้อมเปลี่ยนโลโก้ใหม่เป็นมังกรสีแดงโดยมีนกสีน้ำเงินขนาดย่อส่วนอยู่ตอนล่างของโลโก้และเปลี่ยนสีหลักเป็นสีแดงตามความเชื่อของชาวมาเลเซียเชื้อสายจีนว่าสีแดงเป็นสีนำโชค

การเปลี่ยนแปลงแบบสุดขั้วทำให้แฟนคาร์ดิฟฟ์ซิตี้ออกอาการมึนๆ งงๆ ไม่รู้จะแสดงจุดยืนอย่างไร โดยส่วนหนึ่งยืนยันว่าจะยังคงสวมเสื้อสีน้ำเงินเข้าสนามเหมือนเดิม ในขณะที่อีกส่วนหนึ่งกลัวว่าถ้าออกอาการอารยะขัดขืน อาจจะทำให้วินเซนต์ ตัน ของขึ้น ยกเลิกการเทคโอเวอร์และดึงเงินกลับ

แต่เมื่อเวลาผ่านไป จุดยืนของแฟนบอลมีชัดเจนมากขึ้น แฟนบลูเบิร์ดยังคงสวมเสื้อสีน้ำเงินเข้าสนาม และตั้งกลุ่ม Bluebirds Unite หรือ “บลูเบิร์ดรวมพลัง” ที่ล่าสุดช่วงปลายปี 2014 ได้ออกมาเดินขบวนแสดงพลังก่อนการแข่งขัน และระหว่างการแข่งขันของนักเตะในโลโก้มังกรแดง แฟนบอลนกสีน้ำเงินก็กู่ตะโกน “บลูเบิร์ด” เสียงดังก้องสนามกว่าที่เคย

แฟนเจ้าท่าเองก็เป็นหนึ่งในแฟนฟุตบอลที่รักสโมสรไม่แพ้ใคร

อีกไม่นานเราอาจจะได้เห็นสิงห์เจ้าท่าแสดงพลังแบบนี้ที่สนามแพทบ้างก็ได้

อ่านเพิ่มเติม มาดามแป้งนั่งประธานท่าเรือ 5 ปี แย้มใช้โลโก้ "ม้า"ชั่วคราว

ขอบคุณภาพประกอบจาก Facebook สิงห์โซน C พันธุ์ดุ