ดุเดือดเข้มข้น : ส่องผลงาน 16 ทีมรอบแชมเปี้ยนส์ลีกก่อนห้ำหั่นในสังเวียนสุดท้าย

  

หลังได้สโมสรทั้ง 16 ทีม ที่จะร่วมขับเคี่ยวชิงตำแหน่งเลื่อนชั้นเพื่อขึ้นไปเล่นในลีกวันฤดูกาลหน้า แต่กว่าจะมาถึงวันนี้พวกเขาทำผลงานได้ดีแค่ไหน แต่ละเกมมีความเข้มข้นระดับไหนบ้าง FFT TH ขอพาคุณย้อนไปดูเส้นทางที่ผ่านมาของ 16 ตัวแทนแชมเปี้ยส์ลีก ก่อนมาสู่จุดหมายแรกในวันนี้…

การกลับมาของ “ลูกพระเกี้ยว”

เริ่มต้นที่โซนกรุงเทพ และปริมณฑล “ลูกพระเกี้ยว” จามจุรี ยูไนเต็ด แชมป์ประจำโซน ที่เคยอกหักในรอบแชมเปี้ยนส์ลีก มาปีนี้ภายใต้การนำของ "โค้ชอู๊ด" สัจจา ศิริเขตร์ กุนซือสมองเพชร ที่ใช้นักเตะตัวเก๋าที่มีประสบการณ์สูงมาผนึกกำลังกับแข้งสายเลือดใหม่ ทำให้ผลงานเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ด้วยการจบอันดับแชมป์โซนกรุงเทพและปริมณฑล และถูกยกให้เป็นหนึ่งตัวเต็งลุ้นแชมป์ศึก "เอไอเอส แชมเปี้ยนส์ลีก 2016"

เส้นทางที่ผ่านมา แม้นักเตะส่วนใหญ่กว่าครึ่งทีมเป็นนิสิตจุฬา ข้อบกพร่องย่อมต้องมีให้เห็นซึ่งก็เกี่ยวกับเรื่องประสบการณ์เป็นสำคัญ  แต่พวกเขาก็ทำผลงานได้น่าพอใจ เกมแรกของฤดูกาลประเดิมด้วยชัยชนะกับการเปิดรังเอาเฉือนทหารบก เอฟซี 1-0 ซึ่งหลังจากนั้นพวกเขาก็ไม่แพ้ใครมา 5 เกมติดต่อกัน ก่อนที่จะมาแพ้นัดแรกในการเจอบียู เดฟโฟ่ เอฟซี 1-2

แม้ผลงานจะสะดุดเป็นเกมแรก แต่หลังจากนั้นก็กลับมาร้อนแรงกว่าเดิมเมื่อเอาชนะ เกษตรศาสตร์ เอฟซี , มหาวิทยาลัยรังสิต , โดม เอฟซี มีแต้มติดมือตลอดทั้ง 13 เกม ก่อนจะแพ้เป็นเกมที่ 2 ให้กับเกร็กคูทัพฟ้า ปทุมธานี 0-2 รวมแข่ง 20 นัด เสมอ 5 และแพ้แค่ 2 เกมเท่านั้น เรียกว่าเป็นผลงานที่สวยหรูอย่างมากสำหรับซีซั่นนี้

เกษตรศาสตร์ มาแรงส่งท้ายก่อนเข้าวิน

ส่วนรองแชมป์อย่าง เกษตรศาสตร์ เอฟซีของ  "โค้ชเต่า" ชูศักดิ์ สุวรรณา หัวหน้าผู้ฝึกสอน "นาคามรกต" ก็ทำผลงานได้น่าพอใจไม่แพ้จ่าฝูงของโซน แม้จะต้องลุ้นแบบหืดจับเล็กน้อยในเกมที่พวกเขาเอาชนะแอร์ฟอร์ซ เอฟซี 2-1 เพราะเป็นการแข่งนัดสำคัญและเป็นไปอย่างดุเดือด แต่สุดท้ายก็เก็บชัยชนะได้ และคว้าตั๋วใบที่สองเข้าไปลุยแชมเปี้ยนส์ลีกอีกทีม

การลงสนามเกมแรกของฤดูกาล ทัพ "นาคามรกต" ถล่ม บีซีซี เอฟซี ไปถึง 4-0 ก่อนที่จะมาพลาด 3 เกม ของช่วงเลกแรก ส่งผลให้เสียแต้มไปอย่างน่าเสียดาย ช่วงเริ่มต้นใหม่ในเลกที่สอง กลายเป็นว่าฟอร์มดูจะแผ่วลงไปอย่างน่าเป็นห่วงกับการบุกไปแพ้ บีซีซี เอฟซี 0-1 ซึ่งเป็นทีมที่พวกเขาเคยถล่มเอาชนะมาแล้ว หลังจากนั้น "โค้ชเต่า" พาลูกทีมเร่งสปีดเพื่อคว้าตั๋วไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกให้ได้ ซึ่งก็ทำได้สำเร็จ เพราะหลังพ่ายบีซีซี อีก 9 เกมที่เหลือพวกเขาไม่แพ้ใครจนทำคะแนนขยับรั้งรองจ่าฝูงได้ในที่สุด

"ตราชฎา" รอลุ้นหวนคืนสู่ลีกวัน

อดีตยอดทีมในตำนานของเมืองไทย ราชประชา เอฟซี สามารถทำตามเป้าหมายแรกได้สำเร็จ หลังครองแชมป์โซนภาคกลาง และตะวันออก ไปครองพร้อมตั๋วรอบแชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของพวกเขาในฤดูกาลนี้

หลังช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทัพ "ตราชฎา" ต้องวนเวียนอยู่ในดิวิชั่นอยู่นาน จากการที่ผลงานตกต่ำลงจนไม่สามารถก้าวผ่านเวทีระดับรากหญ้าไปได้ ตลอดจนประสบปัญหาทั้งงบประมาณในหลายๆด้าน มาปีนี้พวกเขาได้สปอนเซอร์รายใหม่เข้ามาสนับสนุนทีม ทำให้เป้าหมายของสโมสรชัดเจนมากขึ้น เนื่องจากมีงบสำหรับซื้อตัวนักเตะฝีเท้าดีมาร่วมทีม รวมถึงทีมงานที่มีคุณภาพเข้ามาเพื่อนำสโมสรกลับสู่ดิวิชั่น 1 ในฤดูกาลหน้าให้ได้

"โค้ชต้น" สมฤทธิ์ อ่อนสมจิตร อดีตดีกรีกองหน้าทีมชาติไทย ยังคงคุมทัพในเช่นเดิม ซึ่งพาลูกทีมทำผลงานได้ดีตามเป้าหมายที่ตั้งไว้กับการเก็บได้ 37 คะแนน จาก 18 เกม แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะแต่ละเกมส่วนใหญ่กว่า ทัพ "ตราชฎา" จะเก็บแต้มได้ก็เล่นเอาเหนื่อยกับการเฉือนเข้าวินห่างกันประตูเดียวหรือไม่ก็ยันเสมอบางเกม แต่ก็มีบ้างที่พวกเขาโชฟอร์ม และกระหายในชัยชนะ อย่างนัดที่ถล่ม พัทยา เอฟซี 4-0 ก่อนมาในเลกที่สองจะย้ำชัยชนะไปอีก 6-0

แม้การแข่งขันภายในโซนจะดุเดือดเพียงใด แต่พวกเขาก็เสียประตูให้คู่แขงเพียง 5 ลูก เท่านั้น ด้วยความแข็งแกร่ง และความมั่นใจองนักเตะภายในทีมเชื่อว่ารอบแชมเปี้ยนส์ลีกปีนี้ อาจเป็นปีที่พวกเขาจะกลับไปดิวิชั่น 1 อีกครั้งก็เป็นได้

ศุลการกร ถอดใจก่อนกัดฟันสู่คว้าตั๋วใบที่สอง

เอ็มโอเอฟ ศุลกากร ยูไนเต็ด รองจ่าฝูงภาคกลาง และตะวันออก เป็นอีกทีมที่คว้าตั๋วใบที่ 2 ไปครอง โดยก่อนหน้านี้ “โค้ชธง”ธงชัย  สุขโกกี กุนซือ “สิงห์นายด่าน” ยอมรับช่วงแรกหมดหวังที่จะได้สิทธิ์ไปเล่นในรอบแชมเปี้ยนส์ลีก หลังตามหลังราชประชา อยู่ 12 คะแนน และบ้านบึงอีก 8 แต้ม รวมถึงมีทีมอันดับ 3 และ 4 ไล่จี้ตามหลังมาติดๆ โดยผ่านนัดสุดท้าย พวกเขามี 33 คะแนน ส่วนที่ 3 และ 4 มี 32 คะแนน กับ 30 คะแนน ตามลำดับ

ถึงจะแพ้ 3 เกม เท่ากับจ่าฝูง แต่ช่วงเลกแรกพวกเขาฟอร์มสะดุดบ่อยจนเสมอถึง 5 เกม พลาดเก็บ 3 คะแนนเต็ม ทำให้เป็นเรื่องยากที่จะทำแต้มไล่ตามตำแหน่งแชมป์ประจำโซน มาในเลกสองพวกเขาเค้นฟอร์มเก่งของตัวเองออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม แม้จะเสมอลูกอีสาน เอฟซี และแพ้ราชประชา เอฟซี 0-2 แต่ที่เหลือสามารถการเก็บชัยได้ถึง 9 เกม ส่งผลให้ทีมเข้ารอบตาม “ตราชฎา” ซึ่งต้องรอดูว่าในรอบแชมเปี้ยนส์ลีก ทีมจะยังรักษามาตรฐานการเล่นแบบนี้ไว้ได้ต่อไปได้หรือไม่

สมุทรสาครเจ๊าชุมพร การันตีแชมป์ลุยแชมเปี้ยนส์ลีก

สมุทรสาคร เอฟซี จบฤดูกาลด้วยแชมป์โซนตะวันตกได้สำเร็จ อย่างเป็นทางการ หลังเอาเปิดบ้านเสมอ ชุมพร เอฟซี 0-0 ในเกมนัดสุดท้ายที่ผ่านมา

สำหรับภาคตะวันวันตก เป็นอีกโซนที่ต้องรอลุ้นกันจนเกมสุดท้ายเพื่อหาสองทีมที่จะเป็นตัวแทนผ่านเข้าสู่รอบแชมเปี้ยนส์ลีก โดยจ่าฝูงอย่าง สมุทรสาคร ช่วงที่หลังก่อนหมดฤดูกาลพวกเขาทำผลงานด้วยการเก็บชัยชนะเหนือ บีทียู ส.บุญมีฤทธิ์ 0-1 เบียดเฉือนสีหมอก เอฟซี 0-1 ชนะ สพล. สมุทรสาคร ยูไนเต็ด 3-1 ก่อนที่ 2 เกมล่าสุดจะเสมอกับ วานา นาวา หัวหิน ซิตี้ และชุมพร เอฟซี ผ่านเข้าไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกได้สำเร็จ

กรุงธนรอลุ้นหลังคว้ารองแชมป์มาครอง

รองแชมป์กรุงธนบุรี เอฟซี เปิดมาเกมแรกช่วงเริ่มต้นซีซั่นก็ฟอร์มแรงถล่ม ธนบุรี ซิตี้ ถึง 5-0 และทำผลงานได้น่าพอใจ จนรักษาระดับการเล่นได้ดีมาเรื่อยๆ โดยช่วงสุดท้ายพวกเขาจะคว้าชัยต่อเนื่อง 3 เกมติด แม้จะไม่ได้ถ้วยแชมป์ไปนอนกอด แต่ถือว่าพวกเขาประสบความสำเร็จกับเป้าหมายที่ต้องการไปลุยแชมเปี้ยส์ลีกในฤดูกาลนี้ รอดูกันต่อไปว่าทั้ง 2 ทีมจากโซนนตะวันตกจะได้ไปโลดแล่นบนลีกวันหรือไม่

น้องใหม่เมืองกรุงเก่ามาแรงฉกแชมป์ไปนอนกอด

อยุธยา วอริเออร์ กลายเป็นทีมที่สร้างเซอร์ไพรส์อย่างมาก หลังเพิ่งเข้าร่วมการแข่งขันศึกดิวิชั่น 2 เป็นครั้งแรกในฤดูกาลนี้ แต่กลับสร้างผลงานได้ยอดเยี่ยมจนคว้าแชมป์ภาคกลางไปครองได้สำเร็จ

ต้นฤดูกาลที่ผ่านมา พวกเขาประเดิมชัยชนะด้วยการถล่ม มาแชร์ชัยภูมิ เอฟซี ไปถึง 3-0 หลังจากนั้นฟอร์มยังร้อนแรงต่อเนื่องจนจบเลกแรกพวกเขาไม่มีคะแนนเพียงเกมเดียวเท่านั้นในนัดที่บุกไปแพ้ สิงห์บุรี บางระจัน เอฟซี 1-3

หลังเข้าสู่เลกที่สองผลงานดูจะเป็นใจกับการเป็นแชมป์เหลือเกิน เพราะยังเดินหน้ากวาดชัยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปกติก็ว่าแข็งแกร่งอยู่แล้ว ยิ่งเกมในบ้านยิ่งแกร่งกว่าเดิม เพราะฤดูกาลนี้ไม่มีทีมใดบุกมาฉก 3แต้มในบ้านพวกเขาได้เลย ส่งผลให้ทีมครองแชมป์ภาคกลางตั้งแต่ยังไม่จบฤดูกาล ก่อนเข้าไปนอนรอเล่นรอบแชมเปี้ยนส์ลีกต่อไป