ดูโอคู่ใหม่ : สาเหตุที่ป็อกบาและอิบราฮิโมวิชคือทีเด็ดของปีศาจแดง

Paul Pogba, Zlatan Ibrahimovic

ป็อกบา และ อิบราฮิโมวิช 2 แข้งใหม่ที่ตบเท้าย้ายมาร่วมทัพปีศาจแดงในซัมเมอร์ที่ผ่านมาเริ่มแสดงให้เห็นแล้วว่า พวกเขาคือฟันเฟืองชิ้นสำคัญที่มูรินโญขาดไม่ได้เลย เนื่องจากพวกเขาคือกำลังหลักในเกมรุกสไตล์ที่กุนซือโปรตุกีสรายนี้ถนัด ติดตามบทวิเคราะห์ของเราได้ที่นี่

รูปแบบการเข้าทำอย่างหนึ่งที่โชเซ่ มูรินโญ นายใหญ่แห่งค่าย "ปีศาจแดง" แมนยู ดูจะชอบให้ลูกทีมของเขาทำนั้น คือการให้เพลย์เมคเกอร์ตักบอลข้ามหัวแนวรับโดยมีเป้าหมายอยู่ที่หัวหอกร่างยักษ์คนเดียวของทีม ซึ่งนั่นคือสิ่งที่เราน่าจะได้เห็นบ่อยๆ จากพอล ป็อกบา และ ซลาตัน อิบราฮิโมวิชที่กำลังโชว์ฟอร์มได้ลงตัวมากขึ้นเรื่อยๆ ในฤดูกาลนี้
 
จริงๆ แล้วการเล่นแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องใหม่เลย เพียงแต่ว่ามันต้องอาศัยเกมรับที่เหนียวแน่นด้วย โดยต้องยอมรับว่ามูรินโญเป็นกุนซือที่เก่งในเรื่องของเกมรับมากกว่าจะเน้นการต่อบอลแบบกุนซือบางราย เช่น เป็ป กวาร์ดิโอลา ซึ่งนั่นทำให้เรามักจะเห็นว่า เขามักจะนำลูกทีมเก็บชัยชนะได้ด้วยการเน้นเกมรับก่อนโยนยาวทิ้งไปให้เป็นหน้าที่ของกองหน้าในการทำประตู
 
Didier Drogba, Jose Mourinho
การเล่นบอลยาวคือสิ่งที่มูรินโญถนัด โดยเขาใช้แทคติคนี้มาตั้งแต่สมัยคุมเชลซีรอบแรกแล้ว
 
ยกตัวอย่างเช่นสมัยที่เขาคุมทัพเชลซี แฟรงค์ แลมพาร์ด อดีตกองกลางของทีมก็มักจะเป็นคนโยนยาวไปให้กับ ดิดิเยร์ ดร็อกบา อดีตกองหน้าในยุคนั้นคอยหาช่องทำประตู ขณะเดียวกันสมัยทืี่เจ้าตัวคุมอินเตอร์ มิลาน เวสลีย์ ชไนเดอร์ ก็จะเป็นผู้ทำหน้าที่นี้ร่วมกับ ซามูเอล เอโต้ ก่อนที่การคุมทัพเชลซีคำรบที่ 2 นั้น เขาจะใช้ เชสก์ ฟาเบรกัส เล่นกับ ดิเอโก้ คอสต้า
 
สไตล์การเล่นแบบนี้นั้นยังคงเห็นได้อยู่ในทัพเชลซีของอันโตนิโอ คอนเต้ โดยเห็นได้ชัดในเกมที่เชลซีเอาชนะวัตฟอร์ดได้ 2-1 รวมถึงประตุตีเสมอแมนฯ ซิตี้ในนัดที่เอาชนะไป 3-1 ด้วย
 

อันตรายจริงๆ 

ความเข้าขากันของทั้งคู่กำลังค่อยๆ เติบโตขึ้นอย่างช้าๆ โดยป็อกบาจัดการหาแอสซิสต์แรกของตัวเองเจอแล้ว ขระที่ดาวยิงสวีดิชก็ทำไปแล้ว 7 ประตูจาก 6 นัด

มูรินโญคงจะรู้ดีว่าเขาคงไม่สามารถใช้แผนนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดจากนักเตะจากฤดูกาลก่อนของแมนฯ ยู ดังนั้น การดึงตัว พอล ป็อกบา และ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช เข้ามาก็น่าจะตอบโจทย์ของเขาได้ไม่มากก็น้อย เพราะแม้ว่าในตอนนี้ ทั้งคู่จะช่วยให้ทีมคว้าชัยได้แค่ 1 นัดจาก 8 นัดหลังสุด แถมยังห่างจากท็อปโฟร์ถึง 9 คะแนน แต่มันก็มีสัญญาณบ่งบอกว่าความเข้าขากันของทั้งคู่กำลังค่อยๆ เติบโตขึ้นอย่างช้าๆ โดยป็อกบาจัดการหาแอสซิสต์แรกของตัวเองเจอแล้ว ขระที่ดาวยิงสวีดิชก็ทำไปแล้ว 7 ประตูจาก 6 นัด
 
สัญญาณแรกของการประสานงานระหว่างคู่นี้เกิดขึ้นในเกมกับเลสเตอร์ ซิตี้ ที่ป็อกบาตักบอลข้ามแนวรับให้กับอิบราฮิโมวิชพักอก 1 จังหวะแล้วกลับตัววอลเลย์เข้าไปอย่างสวยงาม แน่นอนว่ามันคือสิ่งที่มูรินโญรอคอยมาแสนนาน โดยในเกมนั้น ป็อกบาผ่านบอลให้อิบราฮิโมวิชถึง 13 ครั้ง มากกว่าใครๆ ในสนาม ขณะที่ในเกมกับสโต๊ก กองกลางเลือดน้ำหอมรายนี้ก็จัดการสร้างโอกาสให้กับอิบราฮิโมวิชในลักษณะนี้อีกหลายๆ ครั้งด้วย

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าความพยายามนี้ของมูรินโญก็ค่อยๆ อส่งผลให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ โดยย้อนกลับไปในเกมกับเวสต์แฮม อิบราฮิโวิช ก็เป็นผู้ทำประตู ตีเสมอ 1-1 ให้กับทีมด้วยการโขกลูกเปิดของป็อกบาเข้าไป ขณะที่ในเกมต่อมากับเอฟเวอร์ตัน เจ้าตัวก็วิ่งสอดจากกลางสนามไปยกบอลข้ามหัวผู้รักษาประตูได้อีกครั้ง ซึ่งคราวนี้มาจาก อองโตนี่ มาร์กซิอัลแทน อย่างไรก็ตาม ล่าสุด ที่พวกเขาบุกไปเยือนซอร์ยาในศึกยูโรป้า ลีก ป็อกบาและอิบราฮิโมวิชก็โชว์การประสานงานที่ยอดเยี่ยมของทั้งคู่ให้เห็นอีกครั้ง เมื่อป็อกบาตวัดบอลให้อิบราฮิโมวิชควบไปรับบอลก่อนจะยิงสวนตัวผู้รักษาประตูคู่แข่งเข้าไป ช่วยให้ทีมหนีห่างเป็น 2-0 ซึ่งหากไม่นับโปรแกรมลีกคัพ 3 ประตูที่อิบราฮิโมวิชทำได้นั้น มาจากการส่งบอลลักษณะเดียวกันทั้งหมดเลย
 

ตัวเป้าแท้ๆ

อิบราฮิโมวิชชนะลูกกลางอากาศถึง 3.2 ครั้งต่อเกม มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของแมนฯ ยู

ด้วยเหตุนี้ เมาริซิโอ ปาเชตติโน กุนซือของสเปอร์สซึ่งมีคิวจะพบกับแมนฯ ยูในช่วงค่ำคืนนี้คงจะต้องระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาชอบสั่งให้แผงแบ็คโฟร์ของทีมดันสูง ทว่าใช่ว่าหากพวกเขาสามารถปิดตายป็อกบาได้แล้วอิบราฮิโมวิชจะไร้ประโยชน์ เพราะกองหน้าสวีดิชรายนี้ยังมีทีเด็ดอยู่ที่รุปร่างสูงใหญ่ และสามารถเบียดกับกองหลังได้สบายๆ เขาสามารถสร้างโอกาสได้ด้วยตัวเองด้วยเหมือนกับในเกมที่พบกับสวอนซี ซลาตันสามารถพักบอลลงและประสานงานกับเวย์น รูนีย์ หัวหอกอีกรายของทีม ทำประตูได้เช่นกัน
 
ความจริงแล้ว ก่อนหน้านี้ เขาไม่เคยรับบทเป็นกองหน้าตัวเป้าแท้ๆ เหมือนกับตอนนี้มาก่อนเลย เพราะในตอนนี้ เขาชนะลูกกลางอากาศถึง 3.2 ครั้งต่อเกม มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของแมนฯ ยู น้อยกว่ามาร์กอส โรโฮ แค่ 0.1 เท่านั้น แถมยังมากที่สุดของตัวเองนับตั้งแต่ออยู่กับมิลานในฤดูกาล 2010/11 ที่ทำไว้ 2.4 ครั้งต่อเกมด้วย 

Son Heung-min

ระบบเพรสซิ่งของสเปอร์สทำให้คู่แข่งเปิดเกมจากแดนหลังยากขึ้น

ดังนั้น มูรินโญสามารถใช้งานอิบราฮิโมวิชในการปั่นป่วนในแนวรับสเปอร์สได้อย่างแน่นอน หากป็อกบาโดนประกบติดจนไม่สามารถสร้างโอกาสให้กับทีมได้ 

มีหลายแผน

ในยามที่มูรินโญต้องเจอกับทีมที่เล่นเพรสซิ่งหนักๆ จนไม่สามารถเปิดเกมจากแดนหลังได้ เขาก็มักจะเน้นใช้งานรูปร่างที่สูงใหญ่ของอิบราฮิโมวิชแทน ยกตัวอย่างเช่นในศึกดาร์บี้แมตช์เมืองแมนเชสเตอร์ ที่กุนซือโปรตุกีสรายนี้ส่งอิบราฮิโมวิชลงไปดวลกับ นิโคลัส โอตาเมนดี้ ปราการหลังของแมนฯ ซิตี้ เพื่อที่จะคอยพักบอลในแดนหน้าและเก็บบอล ซึ่งก็ถือว่าทำได้ดี สามารถช่วยให้ทีมได้ประตูแม้ว่าจะไม่ใช่การโยนข้ามหัวแนวรับเหมือนที่เขาชื่นชอบก็ตาม
 
 
ขณะเดียวกัน แม้ว่าจะไม่มีอิบราฮิโมวิช แต่มูรินโญก็ปรับทัพของเขาได้ดีทีเดียว โดยในเกมที่เปิดบ้านพบกับอาร์เซนอลนั้น เขาส่งมาร์คัส แรชฟอร์ดลงทำหน้าที่แทน ซึ่งแน่นอนว่าแรชฟอร์ดคงไม่สามารถเก็บบอลแดนหน้าได้ แต่มูรินโญรู้ถึงจุดนี้ดี และส่งป้อกบาและเอร์เรร่าลงไปคอยเก็บบอลแถวสอง ซึ่งนั่นทำให้ช่วง 69 นาทีแรกของเกม แมนฯ ยูสามารถครองเกมบุกได้เป็นส่วนใหญ่ และมีโอกาสทีจะได้ประตูหลายต่อหลายครั้ง
 
 
ค่อนข้างแน่นอนว่าทั้งป็อกบาและอิบราฮิโมวิชคงได้ออกสตาร์ทในคืนวันนี้ ทว่ามูรินโญคงเตรียมแผนการรับมือมาแล้วหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะใช้อิบราฮิโมวิชเป็นกองหน้าตัวเป๋า ใช้การจ่ายบอลจากแนวลึกข้ามหัวกองหลัง หรือจ่ายยัดให้กับเจ้าตัวตรงๆ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นแบบไหน เชื่อได้เลยว่ากองหลังของสเปอร์สจะต้องเจอบททดสอบหนักอย่างแน่นอนในนัดนี้