ดวลเกือกวิลเลียน/ปั่นหัวเสือใต้/ถูกปฏิเสธจากทีมชาติ : คูตินโญ่ แข้งอันตรายปราสาทสายฟ้า

จะมีนักเตะต่างชาติสักกี่คนที่ 2 ทีมยักษ์ใหญ่ของเมืองไทยต่างมุ่งเป้าให้ความสนใจในคนเดียวๆกัน และเราจะมาเจาะลึกถึงประวัติเรื่องราวก่อนที่จะกลายร่างมาเป็น "ปราสาทสายฟ้า" ของชายคนนี้... โรเจริโอ "โรเจรินโญ่" คูตินโญ่ หรือ "โรจี้" ที่กลายเป็นขวัญใจแฟนบอลอย่างรวดเร็ว

ดวลกับ วิลเลียน ของเชลซี

“ทุกคนคงเห็นแล้วว่า เขามีคุณภาพสูง เปี่ยมไปด้วยทักษะเชิงเทคนิค ผมเชื่อว่าเขาสามารถสร้างความแตกต่างได้ในไทยลีก เช่นเดียวกับทัวร์นาเม้นต์ระดับทวีป เขาสามารถเล่นได้ทั้งทิดฟิลด์และศูนย์หน้า” ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ตำนานลิเวอร์พูลกล่าว

จะมีนักเตะที่ค้าแข้งในเอเชียสักกี่คน ที่ได้รับคำชื่นชมจากคนที่เคยค้าแข้งในระดับสูงมาอย่างโชกโชนทั้งในพรีเมียร์ลีก และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

โรเจริโอ คูตินโญ่ คือหนึ่งในนั้น…

โรเจริโอ เด อัสซิส ซิลวา คูตินโญ่ “โรเจรินโญ่” เกิดที่ บากาบาล เมืองเล็กๆ ที่อยู่ในเขตป่าสงวนไบชาด้า บาฮาเรนเซ่ อันเป็นพื้นที่ๆ มีป่าอเมซอน รวมอยู่ด้วย

เขาเติบโตโดยมี โรมาริโอ ตำนานทีมชาติบราซิล เจ้าของแชมป์ฟุตบอลโลก 1994 เป็นแรงบันดาลใจในการเล่นฟุตบอล เนื่องจากมีรูปร่างเล็กเหมือนกัน “เขาเป็นนักเตะที่เล่นกับลูกบอลได้ดีมาก ผมชอบดูและมีความสุขมากเวลาเห็นเขาเล่น”

ความสามารถในการเล่นเกมรุกและความสามารถเฉพาะตัวของเขาทำให้กองหลังหัวปั่นได้จากการเคลื่อนที่ของเขา ผมยกให้อัจฉริยะคนนี้เป็นไอดอลของผม แม้ว่าบราซิลจะเคยมีนักเตะอย่าง เปเล่, ซิโก้, โรนัลโด้, โรนัลดินโญ่ และ ริวัลโด้ แต่ โรมาริโอ คือที่สุด” โรเจรินโญ่ กล่าวกับ อัล ไร สื่อคูเวต

อย่างไรก็ตาม อาชีพค้าแข้งของเขาไม่ได้เริ่มต้นตามอย่างนักเตะในดวงใจ และไม่ได้ใกล้เคียงแม้แต่ทีมท้องถิ่น เมื่อเจ้าตัวเข้าไปเป็นเด็กฝึกหัดของอูนิคลีนิก ที่ห่างจากบ้านเกิดราว 850 กิโลเมตร ก่อนจะไปเล่นในระดับอาชีพกับแอตเลติโก พาราเนนเซ่ ที่ตอนนั้นมี ไคโอ เฟลิเป้ อดีตแข้งบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, ดานิโล่ กองหลังอูดิเนเซ่ และ กิลเญร์เม่ ผู้รักษาประตูโลโคโมทีฟ มอสโก ด้วย

โรเจรินโญ่ ประเดิมสนามนัดแรกในบราซิเลโร่ เซเรีย อา เมื่อเดือนกรกฎาคม 2007 แต่เกมที่สุดประทับใจสำหรับตัวเขา น่าจะเป็นเกมกับโครินเธียนส์ ทีมชื่อดังแดนแซมบ้าในเดือนต่อมา

ท่ามกลางผู้ชม 9.889 คน ที่อารีน่า ดา ไบชาด้า บ้านของตัวเอง ตอนที่ทีมตกเป็นฝ่ายตามหลังอยู่ 2-1 จาก วิลเลียน สตาร์เชลซี เขาถูกส่งลงมาในนาทีที่ 70

ในสถานการณ์ชี้เป็นชี้ตายช่วงท้ายเกม เจ้าถิ่นโหมบุกอย่างหนัก โรเจรินโญ่ ได้บอลจากบริเวณมุมธงด้านขวา หากเป็นนักเตะคนอื่นคงตัดสินใจจ่ายบอลเข้ากลางให้เพื่อน แต่ไม่ใช่กับเขา

ด้วยวัยเพียง 20 ปี เจ้าตัวกลับตัดสินใจต่างออกไปเมื่อ โยกหลอกกองหลังหนึ่งจังหวะ ก่อนจะซัดมุมแคบแฉลบผู้เล่นทีมเยือนเข้าไปชนิดที่ตะลึงทั้งสนาม ตีเสมอให้ทีมได้ในนาทีที่ 88 ท่ามกลางความโห่ร้องยินดีของแฟนบอลและเพื่อนร่วมทีมหลังจากนั้น

แม้นั่นจะเป็นประตูเดียวที่เกิดขึ้นบนเวทีลีกสูงสุดบ้านเกิดตัวเอง และล้มเหลวจนถึงขนาดเคยปล่อยให้ทีมลีกล่างอย่างฟอร์ตาเลซ่ายืมตัว แต่ใครจะรู้ว่าประตูแห่งโอกาสบานใหม่กำลังเปิดรออยู่

เมืองทอง ประกาศล่าตัว

ในเดือนกันยายน 2008 คูเวต เอสซี ควักเงิน 900,000 ยูโร คว้าตัว “โรจี้” มาร่วมทัพ และก็ไม่ผิดหวังเมื่อพาทีมคว้าแชมป์คูเวต เอมิร คัพ อันเป็นฟุตบอลถ้วยที่จัดแข่งขันกันระหว่างทีมในพรีเมียร์ลีกกับดิวิชั่น 1 พร้อมกับฟาดแชมป์เอเอฟซี คัพ สมัยแรก

แต่นัดที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จักของแฟนบอลชาวไทย ก็คือรอบ 8 ทีมสุดท้ายของฟุตบอลรายการนี้ในอีก 2 ปีต่อมา เมื่อต้นสังกัดของเขามีอันต้องโคจรมาพบกับเมืองทอง ยูไนเต็ด ชุดที่มี 3 ตัวต่างชาติอย่าง ดั๊กโน่ เซียก้า, คริสเตียน ควาดู และ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์

เมื่อเจ้าตัวเป็นคนยิงประตูชัยให้คูเวต เอสซี ภายใต้การคุมทีมของ ดราแกน ทาลายิช (ที่ต่อมาเป็นโค้ชของเมืองทอง) เฉือนเอาชนะไปในเลกแรก 1-0 ก่อนจะผ่านเข้าสู่รอบตัดเชือกไปด้วยสกอร์ดังกล่าว และทะยานเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศอีกครั้ง แต่น่าเสียดายที่มีอันต้องพ่ายเอฟซี นาซาฟ ทีมจากอุซเบกิสถานไป 2-1

และนั่นเองทำให้ "กิเลนผยอง" ให้ความสนใจในตัวพ่อมดบราซิเลียนรายนี้ “ผมมั่นใจว่าคุณภาพของนักเตะรายนี้เหมาะกับสโมสรของเรา สภาพอากาศและวัฒนธรรมของเมืองไทยน่าจะเหมาะกับสไตล์การเล่นของนักเตะ และด้วยสถานะของทีมเมืองทอง ยูไนเต็ด ก็น่าจะดึงดูดนักเตะให้มาร่วมทีมเราได้ ผมสามารถยืนยันได้ว่าทางเราได้มีการติดต่อเขาไปแล้ว” รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผู้อำนวยการสโมสร กล่าวในตอนนั้น

อย่างไรก็ตามทางคูเวต เอสซี กลับตอบกลับไปอย่างไม่ใยดี แว่วๆว่าทาง อับดุลลาซิซ อัล มาร์ซูก ประธานสโมสรถึงกับลั่นประกาศิต... หากอยากได้ โรจี้ ต้องแลกกับนักเตะเมืองทองทั้งทีม...

"บิ๊กเป้" เผยความสนใจด้วยตัวเอง

ในปีถัดมา เจ้าตัวพาต้นสังกัดกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ในฟุตบอลถ้วยสโมสรเอเชียอย่างสุดอหังการ ด้วยการกดไป 7 ประตูพาคูเวต เอสซี เป็นแชมป์สโมสรเอเชียถ้วยเล็กได้เป็นสมัยที่ 2 พร้อมกับคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเม้นต์ และนั่นทำให้เจ้าตัวคว้ารางวัลนักเตะต่างชาติยอดเยี่ยมของเอเอฟซีไปครองในปีนั้น เหนือ ริคาร์โด้ โอลิเวียร่า อดีตกองหน้าเอซี มิลาน และ บรูโน่ คอร์เรอา อดีตแข้งราชนาวี

“ในตอนแรก ตอนที่ย้ายจากอเมริกาใต้มายังเอเชีย มันค่อนข้างเป็นเรื่องยากลำบากเล็กน้อย แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผมก็เริ่มปรับตัวได้ เพราะทุกคนคอยให้กำลังใจผม ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่สโมสร, เพื่อนร่วมทีม และแฟนบอล ที่ทำให้ผมรู้สึกเหมือนบ้าน”

โรเจริโอ คูตินโญ่ ยังคงร้อนแรงต่อเนื่อง เมื่อซัดอีก 7 ลูก คว้าแชมป์เอเอฟซี คัพ เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน หลังจากพาทีมซิวแชมป์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี

แล้วก็ถึงคราวที่คนทั้งโลกได้ประจักษ์แก่ฝีเท้าในเดือนมกราคม 2014 เมื่อคูเวต เอสซี มีคิวอุ่นเครื่องกับบาเยิร์น มิวนิค ยอดทีมจากเยอรมันที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุมบังเหียนอยู่ แม้บทสรุปจะลงเอยด้วยความปราชัยแบบยับเยินถึง 8-0 แต่ฟอร์มการเล่นของเขากลายเป็นประเด็นไวรัลไปทั่วโลก

แน่นอนว่าเมื่อชื่อเสียงโด่งดัง ทำให้เจ้าตัวอดคิดถึงเรื่องการติดทีมชาติบราซิลไม่ได้เหมือนกัน “ผมไม่รู้ว่าเหตุผลที่ไม่ถูกเรียกติดทีมเพราะอะไร นักเตะทุกคนที่มีผลงานดีสมควรได้สวมเสื้อทีมชาติ อย่างตอนที่ผมได้รับรางวัลนักเตะต่างชาติยอดเยี่ยมของเอเชียในปี 2012 สื่อบราซิลก็เชียร์ให้ผมติดทีมชาติ แต่มันก็ไม่เกิดขึ้น ผมสมควรติดทีมชาติบราซิล ถึงนักเตะที่ได้เล่นในยุโรปจะมีภาษีกว่าคนที่เล่นในเอเชีย แต่ผมก็พยายามทำให้ดีที่สุด เพื่อหวังว่าสักวันจะเล่นได้เข้าตาโค้ชจนได้สวมเสื้อทีมชาติบ้าง”

อย่างไรก็ตาม ฟอร์มของเขาก็ไปเตะตา อัล ชะบ๊าบ ทีมดังจากซาอุดีอาระเบีย (ใช่แล้ว... ทีมเดียวกับที่มีข่าวเบี้ยวค่าเหนื่อย เฮแบร์ตี้ แฟร์นานเดซ อดีตหัวหอกราชบุรีนั่นเอง) จนถึงขนาดทุ่มเงิน 3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 106 ล้านบาท) ยืมตัวไปใช้งานเป็นเวลา 1 ปี

อ่านต่อหน้าถัดไปถึงจุดหักเหในอาชีพค้าแข้ง