เบื้องลึก "เรือใบสีฟ้า" ตอนที่ 5 : 'เคลาดิโอ บราโว่' อีกหนึ่งคีย์แมนบาร์ซ่าผู้ซบตักแมนฯซิตี้

หลังจากที่มีบุคลากรจากบาร์เซโลน่าเข้ามาอย่างมากมาย ทำให้การเปรียบเทียบระหว่างแมนฯซิตี้กับบาร์ซ่าจึงเป็นเรื่องหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ "เรือใบสีฟ้า" เองก็พยายามจะสร้างเอกลักษณ์เป็นของตัวเองขึ้นมาเหมือนกัน...

เคลาดิโอ บราโว่ ได้ประเดิมสนามเป็นนัดแรกให้กับแมนฯซิตี้ในเกมสุดสำคัญ เขาคือคนที่กวาร์ดิโอล่าอยากได้ตัวมาเป็นนายทวารคนใหม่

หลังจากเลือกที่จะตัดหาง โจ ฮาร์ท บางทีนายด่านมือ 1 ทีมชาติอังกฤษอาจจะยังไม่รู้ว่าตอนนั้น ที่เจ้าตัวอยู่ในช่วงฮอลิเดย์หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจในยูโร 2016 เฉกเช่นคนอื่นๆ เป๊ปก็ได้จัดการซ้อมกับลูกทีมใหม่ของเขา

กวาร์ดิโอล่าโทรหาผมแล้วพูดว่าเขาเชื่อมั่นในตัวผม มันทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้

- Claudio Bravo

เขาให้ วิลลี่ กาบาเยโร่ กับ เอียน ลอว์เลอร์ ผู้รักษาประตูทีมชาติไอร์แลนด์ชุดยู-21 เฝ้าเสาคนละฟาก จากนั้นก็ผ่านบอลไปให้ทั้งสองคนเพื่อให้ทีมตั้งเกมจากแนวรับ ซึ่งจริงๆเป็นการฝึกสำหรับนักเตะเอ้าท์ฟิลด์มากกว่า

แต่นี่คือสิ่งที่กวาร์ดิโอล่าอยากจะให้เล่น และเขาก็แสดงให้ลูกทีมเห็นว่าเล่นอย่างไรถึงจะเวิร์ค “เส้นหลัง แฟร์นันโด! เส้นหลัง!” เขาตะโกนให้กองกลางชาวบราซิเลียน จ่ายบอลคืนหลังเพื่อพาตัวเองไปยังพื้นที่ว่างเพื่อรับบอล

เห็นได้ชัดว่ากาบาเยโร่ทำผลงานได้น่าประทับใจกว่าฮาร์ทในการซ้อมแบบนี้ ดังนั้นนายด่านตัวเก๋าชาวอาร์เจนไตน์จึงได้รับเลือกให้เป็นตัวจริงในฤดูกาลใหม่ และไม่นานนักฮาร์ทก็ไปโตริโน่แล้วบราโว่การย้ายมาจากบาร์เซโลน่า

“กวาร์ดิโอล่าโทรหาผมแล้วพูดว่าเขาเชื่อมั่นในตัวผม มันทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้” บราโว่อธิบายกับโฟร์โฟร์ทู

นายด่านวัย 33 ปีไม่เคยร่วมงานกับบอสใหญ่แมนฯซิตี้มาก่อน เขาย้ายมาจากเรอัล โซเซียดัด สู่ถิ่นคัมป์ นู หลังจากเป๊ปออกได้ 2 ปี แต่ด้วยแรงดึงดูดในตัวเขาก็เพียงพอที่จะทำให้บราโว่ย้ายมาอังกฤษได้

การมาถึงของบราโว่ หมายความว่าฮาร์ทต้องไป

“เมื่อเขาแสดงความมั่นใจออกมาแบบนั้นว่าตัวเขาเป็นคนขอให้มีการเซ็นสัญญามาเอง มันก็เป็นเรื่องยากที่จะปฏิเสธ” นายด่านชาวชิลีกล่าวเสริม

“ถ้าจะว่ากันตามเหตุผลแล้ว แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นทีมที่น่าดึงดูดนักเตะมากยิ่งขึ้นเมื่อมีกวาร์ดิโอล่าอยู่ ทั้งสไตล์การเล่นและปรัชญาที่เขานำเข้ามา เขาได้เปลี่ยนพลวัตรของทีม เขาให้สิ่งที่พิเศษแก่สโมสรในทุกๆวัน ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณคงไม่สามารถอธิบายได้”

จากการที่มีทั้งอดีตผู้จัดการทีมบาร์เซโลน่า, อดีตผู้รักษาประตูบาร์เซโลน่า, อดีตทีมงานเบื้องหลังของบาร์เซโลน่าหลายคน รวมถึง 3 ผู้บริหาร จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่แมนฯซิตี้จะนำไปถูกเปรียบเทียบกับทีม “เจ้าบุญทุ่ม”

ว่ากันตามเหตุผลแล้ว แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นทีมที่น่าดึงดูดนักเตะมากยิ่งขึ้นเมื่อมีกวาร์ดิโอล่าอยู่

ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาซิตี้พยายามจะปฏิเสธมาตลอดไม่ได้เลียนแบบบาร์ซ่า แต่การกระทำก็เป็นตัวบ่งชี้อยู่แล้ว และแม้แต่บราโว่เองก็ปฏิเสธที่จะเปรียบเทียบ 2 ทีมนี้

“ในแง่ของฟุตบอลแล้วแน่นอนว่ามีความคล้ายกันอยู่ แต่ผมก็ไม่อยากจะเปรียบเทียบกันหรอก” จอมหนึบชาวชิลีกล่าว

“แต่ละสโมสรก็มีแนวทางของตัวเองในการเตรียมตัวสำหรับเกมการแข่งขัน, แต่ละทีมก็มีนักเตะไม่เหมือนกัน เรามีความมั่นใจในสิ่งที่ทำและเราก็คิดว่าความสำเร็จกำลังจะมา"

"ทั่วทั้งโลกรู้ว่าบาร์เซโลน่าเป็นอย่างไร บรรดานักเตะที่เล่นที่นั่นมาหลายปีต่างก็มีฝีเท้าน่าทึ่งและผมก็จะจดจำพวกเขาตลอดไป ขณะที่สโมสรนี้กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น

"คุณจะเห็นได้จากทุกๆเกม เรามีนักเตะฝีเท้าเยี่ยมอยู่ทุกตำแหน่งและเราก็มีแต่เติบโตและพัฒนาขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเรามีโค้ชฝีมือเยี่ยม ใครจะไม่อยากเป็นส่วนหนึ่งของมันล่ะ?”

บราโว่พูดด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น แม้จะไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะต้องกดดัน เมื่อต้องมาแทนที่ของฮาร์ทซึ่งเป็นขวัญใจแฟนบอลจากการที่ลงสนามเฉียด 350 นัดให้กับสโมสรในช่วงทศวรรษหลังสุดก็ตาม

“ฟุตบอลระดับนี้คุณต้องอยู่กับความกดดันให้ได้” บราโว่กล่าว “ถ้าคุณรับมือกับความกดดันไม่ได้ มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะเล่นให้กับบาร์เซโลน่าหรือว่าแมนเชสเตอร์ ซิตี้, รวมถึงเล่นให้กับทีมชาติและคว้าแชมป์ 

แม้บราโว่จะพลาดในเกมดาร์บี้แมตช์ แต่ซิตี้ก็ยังได้เฮ

"คุณจะมาคิดไม่ได้ว่าใครที่เคยเฝ้าเสาอยู่ก่อนหน้าคุณ คุณต้องคิดแค่ว่าจะต้องหาทางที่โชว์ฟอร์มให้ได้ในระดับที่สูงที่สุดเท่านั้น”

“ผมพยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งเกมจากแดนหลัง หรือสั่งการแนวรับ ฟุตบอลสมัยใหม่ต้องการให้ผู้รักษาประตูสามารถจ่ายบอลที่เท้ากับเซ็นเตอร์แบ็คได้ ไม่ใช่แค่ว่าเคลียร์ทิ้งอย่างเดียว"

"ผมใช้เท้าสัมผัสบอลราว 40 ครั้งในแต่ละเกม ซึ่งนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการขึ้นบอลในแบบที่เราอยากจะเล่น เราไม่มีนักเตะในแดนหน้าที่สามารถเล่นบอลยาวได้เช่นเดียวกับที่บาร์เซโลน่า ดังนั้นคุณต้องเล่นให้เหมาะสมกับสไตล์ของตัวเอง"

แต่นั่นเป็นเกมที่พิเศษ เรารู้ว่ามันเป็นแมตช์ที่มีความสำคัญมากและเราก็มีความสุขมากที่คว้าชัยมาได้

"เราต้องการให้บอลไปข้างหน้าด้วยวิธีที่ขาวสะอาดจากหลังไปหน้า”

หลายๆอย่างไม่ได้ราบรื่นนักสำหรับบราโว่ในนัดแรกของเขาที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด แม้ว่าจะชนะก็ตามที เมื่อเจ้าตัวปล่อยให้ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ทำประตูได้

อย่างไรก็ตามหลังจบเกมกวาร์ดิโอล่าก็ยังกล่าวชื่นชมฟอร์มการเล่นของบราโว่ว่าเป็น “หนึ่งในฟอร์มที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่เคยเห็นมา” โดยชี้ว่านายด่านรายนี้เป็นจุดเริ่มต้นในลูกที่เดอ บรอยน์ ทำได้

“มันเป็นเรื่องสำคัญมากเมื่อโค้ชของคุณพูดแต่เรื่องดีของคุณอย่างนั้น” บราโว่กล่าว “มันช่วยสร้างกำลังใจให้กับคุณ ถึงแม้ว่าคุณจะรู้ว่าตัวเองทำพลาดจากการไปชนกับผู้เล่นแล้วเสียประตูก็ตาม”

“แต่นั่นเป็นเกมที่พิเศษ เรารู้ว่ามันเป็นแมตช์ที่มีความสำคัญมากและเราก็มีความสุขมากที่คว้าชัยมาได้ แต่สิ่งที่มีความหมายมากกว่าคือแนวทางที่เราทำ เราต้องการความเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้สาธารณชนรู้ นั่นก็คือการครองบอลทุกนาทีเท่าที่เป็นไปได้ เกมนั้นมันจึงเป็นการประกาศให้โลกรู้ถึงสิ่งที่เราเป็น”

 
[ตอนต่อไป: จอห์น สโตนส์ กองหลังรุ่นใหม่ที่จะพาทีมคว้าแชมป์ยุโรป?]