เบื้องลึก "เรือใบสีฟ้า" ตอนที่ 6 : 'จอห์น สโตนส์' ผู้เกือบซบเชลซี แต่กลับจบที่แมนฯซิตี้

นอกเหนือจากแนวรุกมากพรสวรรค์แล้ว แมนฯซิตี้ยังมีกองหลังเชิงสูงที่เป็นชาวอังกฤษแท้ๆ ไว้เป็นรากฐานปรัชญาของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เช่นกัน...

จากปรัชญาการผ่านบอลตั้งแต่ต้นน้ำสู่ปลายน้ำของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ทำให้แมนฯซิตี้ต้องหากองหลังสักคนที่เล่นบอลกับพื้นดีๆ

และสิ่งที่สำคัญพอๆกับเอกลักษณ์และความปรารถนาที่จะตั้งเกมจากแดนหลังก็คือ จอห์น สโตนส์ ที่ย้ายมาจากเอฟเวอร์ตันด้วยค่าตัว 47.5 ล้านปอนด์ ทำให้เซ็นเตอร์ฮาล์ฟวัย 22 ปีกลายเป็นกองหลังที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ

และสโตนส์คือนักเตะทีมชุดใหญ่คนสุดท้ายจากทั้งหมด 4 คนที่จะมาพูดคุยกับโฟร์โฟร์ทู เบ็ดเสร็จแล้วทั้งหมดมีค่าตัวรวมกัน 163.6 ล้านปอนด์

ถึงผมเรียนรู้การเล่นหนักบ้างเป็นบางครั้ง แต่นักเตะทุกคนจำเป็นต่างก็ผ่านจุดนั้นมาแล้วทั้งนั้น

- จอห์น สโตนส์

เมื่อถูกถามว่าเขาตัดสินใจเร็วแค่ไหนกว่าจะย้ายมาแมนฯซิตี้หลังจากที่รู้ว่าทีมให้ความสนใจ เขาก็ยิ้มพร้อมกับตอบว่า “ทันทีเลย” เขากล่าว “มันเป็นสิ่งที่ผมไม่สามารถปฏิเสธได้ ไม่ว่าใครก็ตามที่เล่นในตำแหน่งของผม เมื่อเป๊ปอยากให้คุณมาร่วมทีมด้วย มันก็ไม่ต้องคิดเลย เขาคือผู้จัดการทีมที่ดีที่สุดในโลก และการได้มีโอกาสเรียนรู้จากเขาถือว่าสำคัญมาก”

“ผมได้เห็นฝีมือของเป๊ปตอนที่เขาอยู่กับบาร์เซโลน่าและบาเยิร์น แต่ตอนนี้ผมได้อยู่ที่นี่และทำงานร่วมกับเขาซึ่งถือว่าดีกว่าที่คาดไว้ เขาทำให้พวกเราทุกคนมีความเข้าใจในเกมและรู้หน้าที่ของตัวเองตอนอยู่ในสนาม ไม่ว่าจะเป็นผู้จัดการทีมคนไหนก็ตาม การทำให้นักเตะเข้าใจได้ถือเป็นหนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุดและเขาก็ทำได้ดีด้วย เราทุกคนต่างลงสนามไปและรู้ว่าต้องการเล่นอย่างไรและเล่นควรจะเล่นอย่างไร”

ซึ่งบทบาทของดาวรุ่งชาวยอร์คเชียร์ก็คือการสร้างสิ่งที่กวาร์ดิโอล่าเรียกว่าบัตเตอร์ฟลาย เอฟเฟ็กต์ มันเป็นสิ่งที่บิ๊กบอสซิตี้เรียนรู้จาก โยฮัน ครัฟฟ์ “สำหรับเขาแล้ว การจ่ายบอลดีตั้งแต่เริ่มจะสร้างทุกสิ่งทุกอย่าง” กวาร์ดิโอล่าได้อธิบายไว้เมื่อเร็วๆนี้ โดยกวาร์ดิโอล่าเชื่อว่าสโตนส์สามารถตั้งเกมจากแดนหลังได้ ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นไปสู่ประตูของซิตี้

และตัวกองหลังดาวรุ่งที่ขึ้นชื่อเรื่องการครองบอลรายนี้ก็ยินดีรับหน้าที่ด้วยความเต็มใจ

ฟอร์มของสโตนส์กับเอฟเวอร์ตันดึงดูดความสนใจจากทีมใหญ่

“มันคือสิ่งที่ผมทำตั้งแต่อายุ 16 ตอนที่อยู่บาร์นสลี่ย์” สโตนส์กล่าวกับโฟร์โฟร์ทู “ผมได้รับการสนับสนุนให้เล่นจากแผงหลัง ถึงผมเรียนรู้การเล่นหนักบ้างเป็นบางครั้ง แต่นักเตะทุกคนจำเป็นต่างก็ผ่านจุดนั้นมาแล้วทั้งนั้น ซึ่งมันก็เป็นเรื่องดีที่ได้เล่นในทีมที่เน้นการจ่ายบอล มันเป็นสิ่งที่เราพยายามจะทำมาตลอด เราพยายามจะครองบอลอย่างอดทนและมันก็คุ้มค่า ไม่ใช่แค่ครองบอลไว้เฉยๆ เมื่อคุณได้บอล คุณต้องคอนโทรลเกมให้ได้”

บ่อยครั้งสโตนส์จะถูกมองว่าเป็นนักเตะที่เหมาะจะเล่นในลา ลีกา มากกว่า ซึ่งตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะมีทีมในสเปนสนใจเขาบ้างไหมระหว่างที่อยู่เอฟเวอร์ตัน ซึ่งเจ้าตัวก็ยอมรับว่าการย้ายไปร่วมทีมแมนฯซิตี้ที่เล่นแบบสเปน น่าจะเป็นทางออกที่สมบูรณ์แบบแล้ว “ผมน่าจะได้เรียนรู้การเล่นแบบสเปนแล้วล่ะ!” เขากล่าวติดตลก

ในตอนนั้นสถานการณ์กับเชลซีมันกลืนไม่เข้าคายไม่ออก แต่บางอย่างมันก็ไม่มีความหมายมากพอที่จะให้เกิดขึ้น

แต่สิ่งที่เขารู้แน่นอนก็คือความสนใจจาก โชเซ่ มูรินโญ่ ในช่วงซัมเมอร์ปี 2015 ตอนที่เชลซีพยายามจะยื่นข้อเสนอหลายครั้ง โดยครั้งสุดท้ายไปจบที่ 38 ล้านปอนด์ ซึ่งเอฟเวอร์ตันปฏิเสธทุกข้อเสนอ แม้จะยอมรับว่ารู้สึกผิดหวังในตอนนั้น เขาก็เชื่อว่าการย้ายไปแมนฯซิตี้เหมาะกับสไตล์ของเขามากกว่าที่เชลซี

“บางทีการมาที่นี่เหมาะกับการเล่นของผมมากกว่า” เขากล่าว “ในตอนนั้นสถานการณ์กับเชลซีมันกลืนไม่เข้าคายไม่ออก แต่บางอย่างมันก็ไม่มีความหมายมากพอที่จะให้เกิดขึ้น อย่างตอนที่มันไม่บรรลุ ผมก็ไม่สามารถทำอะไรกับมันได้"

"คุณไม่สามารถคร่ำครวญกับมันมากจนเกินไป ผมไม่อยากทำอย่างนั้น เพื่อตัวผมเองและเพื่อนร่วมทีมของผมที่เอฟเวอร์ตันด้วย ผมอยากจะเล่นต่อไปเพื่อพวกเขา, เพื่อแฟนๆ และเพื่อสโมสร ถึงเราจะไม่ชนะตลอดเวลาที่เอฟเวอร์ตัน แต่มันก็ทำให้เราได้เรียนรู้มากขึ้น เวลาที่ผ่านช่วงเวลาอันยากลำบากมาได้ ตอนนี้ผมมีความสุขที่ได้อยู่ที่นี่และสนุกสนานไปกับการเล่นฟุตบอลของตัวเอง"

แต่ไม่ใช่ว่าทุกสิ่งที่เขาคาดหวังจะราบรื่นไปเสียหมด เมื่อสเปอร์สปราบแมนฯซิตี้ได้ตอนต้นเดือนตุลาคมด้วยระบบการเล่นเพรสซิ่งสูง เพื่อป้องกันไม่ให้สโตนส์และพวกขึ้นเกมจากแผงหลัง

มูรินโญ่พยายามดึงสโตนส์มาหลายครั้ง

และเซลติกก็ทำอย่างเดียวกันในเกมแชมเปี้ยนส์ลีกที่เสมอกับซิตี้ 3-3 ทว่าก็ไม่ทำให้เป๊ปรู้สึกไขว้เขวกับปรัชญาของเขา

“เราถือว่ามันเป็นการยกย่องที่หลายทีมพยายามจะหยุดแนวทางการเล่นของเรา” สโตนส์กล่าว “แต่ต่อให้จะมีเกมแบบนี้ เราก็ยังอยากจะเล่นเป็นตัวของตัวเองต่อไป เพราะการเจอกับฟุตบอลสไตล์ของเรา คุณไม่สามารถเพรสซิ่งได้ตลอด 90 นาทีหรอก”

“โชคไม่ดีที่ในเกมกับสเปอร์สมันไม่ได้ผล แต่เราเองก็สามารถชนะได้ทุกแมตช์ สิ่งสำคัญก็คือเวลาที่หลายๆอย่างไม่เป็นใจ เราอย่าไปไขว้เขวมัน เรารู้ว่าการเล่นฟุตบอลเล่นกันยังไง”

“เราจะพยายามจะแนวรับทีมอื่นไปเรื่อยๆ มีหลายทีมที่เจอกับเราและเพรสซิ่งใส่ แต่ผมมั่นใจว่าเราจะพบทางออก ทุกคนที่นี่ต้องการแชมป์พรีเมียร์ลีก ถ้าเราไปถูกทาง ก็หวังว่าจะประสบความสำเร็จ”

 
[ตอนต่อไป: การขยายตลาดในอเมริกา]